Last updated: 17 ก.ย. 2569 | 274 จำนวนผู้เข้าชม |
ในตำราการแพทย์แผนจีน กลิ่นตัวถูกเรียกว่า“体气”(ถี่ชี่) หรือ “狐臭”(หูโช่ว) ซึ่งมีความหมายถึงกลิ่นพิเศษที่เล็ดลอดออกมาจากบริเวณรักแร้เป็นหลัก แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือการแพทย์แผนจีนไม่ได้มองว่ากลิ่นตัวเป็นปัญหาเฉพาะที่เหมือนการทาโรลออนแล้วจบไป แต่มองว่าเป็นการสะท้อนของความไม่สมดุลภายในร่างกาย
สองปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดกลิ่นตัว
การแพทย์แผนจีนอธิบายว่ากลิ่นตัวเกิดจากปัจจัยสองอย่างรวมกันได้แก่
1. พันธุกรรม(先天禀赋) บางคนมีโครงสร้างร่างกายที่ทำให้ต่อมเหงื่อทำงานต่างจากคนอื่น ซึ่งเป็นเรื่องของกรรมพันธุ์
2. ความชื้นและความร้อนในร่างกาย(湿热内蕴)คนที่ชอบกินของมัน ของทอด ของเผ็ด ดื่มแอลกอฮอล์ หรือพักผ่อนน้อย ร่างกายจะสะสม "ความชื้น" และ "ความร้อน" ไว้ภายใน เมื่อความร้อนและความชื้นนี้ถูกขับออกมาทางเหงื่อบริเวณรักแร้ ซึ่งเป็นจุดที่ระบายอากาศได้ไม่ดีนัก ก็เกิดการ "หมักหมม" ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์นั่นเอง
โดยสรุปคือพันธุกรรมเป็นปัจจัยพื้นฐานของกลิ่นตัว แต่การทานอาหารรสจัด หวานมัน ความร้อนความชื้นที่สะสมในร่างกายเป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดกลิ่นตัว
แนวทางแก้ไขตามการแพทย์แผนจีน
การแพทย์แผนจีนมองว่า "การรักษาที่ดีที่สุดคือการป้องกัน" วิธีดูแลตัวเองง่าย ๆดังนี้
• รักษาความสะอาดสุขอนามัยของร่างกาย ดูแลบริเวณอับชื้น จุดซ่อนเร้น หากเวลาเหงื่ออกมากควรรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า เปลี่ยนเสื้อผ้าชั้นในทุกวัน
• ทำให้รักแร้แห้งอยู่เสมอ เลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศดี
• เลิกบุหรี่และเหล้า สองสิ่งนี้คือตัวการสำคัญที่เติมความร้อนและความชื้นให้ร่างกาย
• ลดของเผ็ด ของมันและอาหารกลิ่นฉุน เช่น พริก กระเทียม หัวหอม ต้นหอม อาหารทอด ล้วนทำให้ความร้อนภายในสูงขึ้น
ลองสำรวจตัวเองคุณมีพื้นฐานร่างกายเป็นกลุ่มร้อนชื้น หรือไม่?
กลิ่นตัวมักเกิดขึ้นในคนที่มี พื้นฐานร่างกาย “กลุ่มร้อนชื้น” (湿热质)ซึ่งเป็น1ใน 9 กลุ่มพื้นฐานสุขภาพของร่างกายในการแพทย์แผนจีน(体质) โดยมักมีอาการเหล่านี้ : หน้ามัน เป็นสิวง่าย ปากขม คอแห้ง ผิวชื้นแฉะเหงื่อออกง่ายหรือตัวร้อน รู้สึกตัวหนักแขนขาหนัก เหนื่อยง่าย หงุดหงิดง่าย กระวนกระวาย อุจจาระเหนียว ขับถ่ายไม่สุด ในผู้หญิงมีตกขาวสีหลือง
ข้อแนะนำสำหรับคนที่มีพื้นฐานร่างกายเป็นกลุ่มร้อนชื้น
• กินอาหารช่วยลดความร้อน-ขับความชื้น เช่น ถั่วเขียว ฟัก ขึ้นฉ่าย ลูกเดือย
• ไม่นอนดึก การนอนดึกเป็นต้นเหตุของความร้อนตามหลักการแพทย์แผนจีน
• ขยับร่างกายเบา ๆ ออกกำลังกายให้เหงื่อออกนิดหน่อย ช่วยขับความชื้นทางผิวหนัง แต่อย่าให้เหนื่อยเกินไป
นอกจากนี้แนวคิดสำคัญของการแพทย์แผนจีนอีกอย่างหนึ่งคือ ชี่(气)ซึ่งเปรียบเสมือน "พลังชีวิต" ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายโดยมีหน้าที่สำคัญหลายอย่าง และหนึ่งในนั้นคือ "การควบคุมและยึดเหนี่ยว" หมายถึง การควบคุมไม่ให้ของเหลวในร่างกายไหลออกมามากเกินไป เมื่อชี่พร่อง(气虚)ร่างกายจะควบคุมเหงื่อไม่ได้ เหงื่อจึงออกมากผิดปกติ เมื่อเหงื่อมากและมีความชื้น-ร้อนสะสมอยู่ ก็ยิ่งเร่งให้เกิดกลิ่นตัวได้ง่ายขึ้น
ดังนั้น การแก้ที่ต้นเหตุจึงต้องขจัดความชื้นกับความร้อนและบำรุงชี่ให้แข็งแรงไปพร้อมๆกัน เมื่อชี่เพียงพอร่างกายก็จะขับของเสียอย่างสมดุล ไม่มากไม่น้อยเกินไป และกลิ่นตัวก็จะลดลงเองตามธรรมชาติ การทาโรลออนหรือใช้ยาดับกลิ่นเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ หากอยากหายอย่างยั่งยืน ลองหันกลับมามองวิถีชีวิตของตัวเอง รู้จักพื้นฐานร่างกายของตัวเอง แล้วปรับเปลี่ยนตั้งแต่ต้นเหตุ พื้นฐานร่างกายไม่ใช่สิ่งที่ตายตัว สามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการดูแลที่ถูกต้อง เมื่อร่างกายสมดุล ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเองรวมถึงกลิ่นตัว
แนะนำชาสมุนไพรขับขับความร้อนความชื้นในร่างกาย (เหมาะกับผู้ที่มีพื้นฐานร่างกายร้อนชื้น)
ลูกเดือย 30 กรัม(薏苡仁) ใบบัว 60 กรัม(荷叶) เพ่ยหลัน(佩兰)30กรัม เซียงหรู(香薷)15กรัม ผิวส้มจีน(陈皮)5 กรัม นำส่วนผสมทั้งหมดบดให้ละเอียด ดื่มตอนเช้าโดยนำผงที่บดในปริมาณที่พอเหมาะเติมดอกมะลิแช่ในน้ำเดือดประมาณ30นาที ดื่มเป็นชา
อ้างอิง
刘宁.(2016).中医美容学.中国中医药出版社.
______________________________________________
บทความโดย
แพทย์จีน มนัญญา อนุรักษ์ธนากร (หมอจีน หวง เหม่ย ชิง)
黄美清 中医师
TCM. Dr. Mananya Anurakthanakorn (Huang Mei Qing)
เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ พจ.588
แผนกอายุรกรรมภายนอก
คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
1 ต.ค. 2569
1 ต.ค. 2569
1 ต.ค. 2569
1 ต.ค. 2569