Last updated: 24 ก.ย. 2569 | 265 จำนวนผู้เข้าชม |
ผู้หญิงบางคนเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน กลับเริ่มมีอาการปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย หรือเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อยขึ้นทั้งที่เมื่อก่อนแทบไม่เคยมีปัญหาเหล่านี้ “ทำไมการหมดประจำเดือนจึงเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินปัสสาวะ” แพทย์จีนมีคำตอบ
กระเพาะปัสสาวะอักเสบคือ การอักเสบของทางเดินปัสสาวะหรือกระเพาะปัสสาวะโดยติดเชื้อแบคทีเรียเป็นเหตุสำคัญ อาการที่พบได้บ่อยคือปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ปวดปัสสาวะ ปวดท้องน้อยหรือในบางรายอาจมีปัสสาวะขุ่นหรือมีเลือดปนได้ แต่อาการทางเดินปัสสาวะหลังหมดประจำเดือนไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อทุกครั้ง
ทำไม “เมื่อหมดประจำเดือน”จึงพบปัญหานี้ได้ง่ายขึ้น
เมื่อเข้าสู่ภาวะวัยหมดประจำเดือนมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเกิดขึ้น โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนลดน้อยลงหลังหมดประจำเดือน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบริเวณช่องคลอด เนื้อเยื่อจึงบางลงและแห้งมากขึ้น ทำให้จุลินทรีย์ที่อยู่ตามช่องคลอดเกิดภาวะการเปลี่ยนแปลงเสียสมดุล เกิดการระคายเคืองหรือมีอาการทางปัสสาวะง่ายขึ้นและในบางคนติดเชื้อได้ง่าย
อาการ “ปัสสาวะแสบขัด”ไม่ได้หมายความว่าต้องติดเชื้อเสมอไป
อาการปัสสาวะแสบขัด แบ่งง่ายๆออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
1. กลุ่มที่ 1 การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI) ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ปวดปัสสาวะ และมีผลตรวจปัสสาวะสนับสนุนการติดเชื้อ
2. กลุ่มที่ 2 การเปลี่ยนแปลงจากวัยหมดประจำเดือน ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะแสบขัด หรือปัสสาวะแสบตอนปัสสาวะใกล้หมดใกล้สุด ร่วมกับช่องคลอดแห้ง แสบเป็นต้น
ดังนั้นผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีอาการปัสสาวะแสบขัดไม่ควรสรุปทันทีว่าเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบจากการติดเชื้อทุกครั้ง
แพทย์แผนจีนมองภาวะนี้อย่างไร
กระเพาะปัสสาวะอักเสบในทางแพทย์แผนจีนเรียกว่า “หลินเจิ้ง”(淋证)มีความเกี่ยวข้องกับอวัยวะไตและกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งทั้ง 2 อวัยวะต่างเป็นอวัยวะคู่นอก – ใน สาเหตุหลักของการเกิดหลินเจิ้งคือพลังของอวัยวะไตพร่องก่อน ต่อมามีความร้อนชื้นสะสมในกระเพาะปัสสาวะ เมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเป็นช่วงเวลาที่เปลี่ยนผ่านที่สำคัญของฮอร์โมนเอสโตรเจน ในทางแพทย์แผนจีนหมายถึงสารจำเป็น(จิง)ของไตค่อยๆลดน้อยลง ส่งผลให้อินของไตและสารน้ำลดน้อยลงจึงเป็นสาเหตุทำให้พลังของไตไม่เพียงพอในการหล่อเลี้ยงกระเพาะปัสสาวะ จึงทำให้ระบบปัสสาวะและการขับเคลื่อนน้ำผิดปกติ เมื่อมีปัจจัยกระตุ้น เช่น การติดเชื้อ การพักผ่อนน้อย การมีเพศสัมพันธ์ สวนล้างช่องคลอดการอักเสบ เกิดเป็นความร้อนชื้นสะสมในกระเพาะปัสสาวะ จึงเกิดเป็นปัสสาวะบ่อย และปัสสาวะแสบขัดได้
ผู้หญิงควรดูแลตัวเองอย่างไร เพื่อป้องกันการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
1. ดื่มน้ำให้เพียงพอตามความเหมาะสม
2. ไม่กลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน
3. ใส่ใจสุขอนามัย แต่ไม่ทำความสะอาดหรือสวนล้างช่องคลอดมากจนเกินไป
4. ควบคุมโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน เป็นต้น
5. หากเป็นซ้ำบ่อยๆควรพบแพทย์เพื่อประเมินอาการและหาสาเหตุต่อไป
______________________________________________
บทความโดย
แพทย์จีน ธันย์ชนก เอื้อธรรมมิตร (หมอจีน หยาง กุ้ย เหรียน)
杨桂莲 中医师
TCM. Dr. Tanchanok Euathummit (Yang Gui Lian)
เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ พจ.639
แผนกอายุรกรรมไต
คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
1 ต.ค. 2569
1 ต.ค. 2569
1 ต.ค. 2569
1 ต.ค. 2569