Last updated: 7 ม.ค. 2569 | 51 จำนวนผู้เข้าชม |
เมื่ออากาศเริ่มเย็นลง หลายท่านอาจมีอาการปัสสาวะบ่อยในตอนกลางวัน หรือตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืนมากขึ้น หรือแม้กระทั่งรู้สึกปวดปัสสาวะรีบด่วน (กลั้นไม่อยู่) อาการเหล่านี้มีมากขึ้น ในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่เจ็บป่วยเรื้อรังร่างกายอ่อนแอ ในทางการแพทย์แผนจีน อาการเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับ "พิษเย็นก่อโรค (寒邪)" "ชี่ไตพร่อง (肾气虚)" และ "ชี่ของกระเพาะปัสสาวะไม่ขับเคลื่อน (膀胱气不化)"
วันนี้ผมจะมาเล่าให้ทุกคนได้เข้าใจกลไกและเรียนรู้วิธีดูแลตนเอง เพื่อช่วยป้องกันและบรรเทาอาการปัสสาวะบ่อยเมื่ออากาศหนาวได้อย่างมีประสิทธิภาพง่าย ๆ ตามหลักการของการแพทย์แผนจีนครับ ให้แก้ตามนี้ หากกล่าวถึงองค์ความรู้ต้องใช้ว่าการแพทย์แผนจีนหรือศาสตร์การแพทย์แผนจีน ถ้ากล่าวถึงตัวบุคคลใช้ว่าแพทย์จีน
เคยสงสัยไหม ทำไมเมื่ออากาศหนาวจึงปวดปัสสาวะบ่อย? เราสามารถวิเคราะห์กลไกการเกิดโรคตามหลักแพทย์แผนจีนได้ดังนี้
1. การปวดปัสสาวะบ่อยจาก พิษเย็นก่อโรค (寒邪) ซึ่งมีส่งผลให้เกิดการหดเกร็ง และขัดขวางการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ ความเย็นจัดเป็น "อิน (阴)" เมื่อความเย็นจากภายนอกรุกรานเข้าสู่ "เจียวล่าง (ช่วงลำตัวส่วนล่าง:下焦)" ทำให้เกิดการสูญเสียความสมดุลของชี่ และความสามารถในการควบคุมน้ำการแปรสภาพน้ำของกระเพาะปัสสาวะ และต่อมลูกหมาก การแปรสภาพนี้ต้องใช้พลังหยางมากำกับ ถ้าพลังหยางของกระเพาะปัสสาวะอ่อนแอก็จะมีผลให้เกิดเป็นอาการปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวะเร่งรีบ ในทุกวันที่อากาศทเย็นลง ในตอนกลางวันยังมีแสงจากดวงอาทิตย์ซึ่งก็คือ “หยาง” กลางคืนมืดมิดคือ “อิน” เมื่ออากาศที่เย็นลงในช่วงกลางคืนจึงจัดเป็นช่วง “อินซ้อนอิน” เมื่ออากาศที่อุณหภูมิลดต่ำลง ยิ่งส่งผลให้กระเพาะปัสสาวะเกิดการจับตัวและบีบรัดมากขึ้น กระเพาะปัสสาวะ และต่อมลูกหมากสูญเสียการควบคุม จึงเกิด อาการปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะเร่งรีบ ปัสสาวะรอนาน ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะไม่มีแรงจึงแสดงมากขึ้นในเวลากลางคืนนั่นเอง
2. ไตหยาง(肾阳) พลังไตหยางพร่อง ส่งผงลให้ร่างกายขาดความร้อน หรือความอบอุ่น และไตหยางยังมีหน้าที่กำกับให้เกิดการหมุนเวียนของสารน้ำในร่างกาย เมื่อไตหยางอ่อนแรงเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางคืน อากาศยิ่งหนาวเย็นมากขึ้น หรือในช่วงเวลากลางวันใช้ร่างกายมาก หรือเหน็ดเหนื่อยเกินไปหรือมีโรคเรื้อรังมานาน ยิ่งทำให้พลังงานของไตหยางยลดดน้อยลง ผู้ที่มีไตหยางอ่อนแอมักพบอาการปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะเร่งรีบ ปัสสาวะรอนาน หรือปัสสาวะไม่สุดหรือ ไม่สามารถอั้นปัสสาวะ เช่น ในกลุ่มผู้ที่ป่วยเรื้อรัง ร่างกายอ่อนแอ กลุ่มคนอ้วน กลุ่มผู้ที่ระบบเผาผลาญไม่ดี ผู้ป่วยเบาหวาน และชายสูงอายุ เป็นต้น
3. ม้ามหยาง(脾阳) พร่อง ไม่สามารถควบคุมเก็บกักสารน้ำในร่างกายได้ ม้ามมีหน้าที่ขนส่ง แปรรูปสารน้ำ และระบายความชื้น หากหยางม้ามพร่องทำให้ความชื้นในร่างกายไหลลงสู่กระเพาะปัสสาวะ เกิดอาการปัสสาวะบ่อยและมักพบอาการปัสสาวะบ่อยหลังทานอาหาร รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มเย็น หรือที่มีฤทธิ์เย็น ทำงานหนักหรือใช้ร่างกายให้เหนื่อยมากเกินไป เป็นต้น
4. โรคต่อมลูกหมากโตในชายสูงอายุ (ปัจจัยปัสสาวะบ่อยในปัจจุบัน) เมื่ออากาศเย็น ระบบประสาทซิมพาเทติกจะตื่นตัว กล้ามเนื้อเรียบของต่อมลูกหมากจะหดตัว ทำให้เกิดการขับปัสสาวะมากขึ้น ในทางแพทย์แผนจีน จัดอยู่ในกลุ่มโรค "หลงปี้ (อาการปัสสาวะขัด/ไม่ออก)" หรือ "หลินเจิ้ง (ปัสสาวะขัดเจ็บ)" ซึ่งมักเกิดจาก ไตพร่อง เลือดคั่ง ชี่คั่ง หรือมีความชื้นร้อนสะสม เป็นต้น
ลองตรวจสอบ "พื้นฐานร่างกายหาสาเหตุการปัสสาวะบ่อยของตัวเอง (ใช้สำหรับสังเกตอาการเบื้องต้น)
1. ไตหยางพร่องความเย็นภายใน (พบบ่อยที่สุด)
อาการ ขี้หนาว ปวดเมื่อยเอวและเข่า ปัสสาวะกลางคืนบ่อย น้ำปัสสาวะใสและปริมาณมาก ตอนเช้าปัสสาวะบ่อย อ่อนเพลีย ลิ้นอ้วนซีด ฝ้าขาว
แนวทางการรักษา ใช้สมุนไพรอุ่นไต ไล่ความเย็น ช่วยกระเพาะปัสสาวะกักเก็บน้ำ
2. ม้ามและไตพร่อง
อาการ ทานของเย็นแล้วท้องเสียง่าย ปัสสาวะบ่อยครั้งโดยเฉพาะหลังทานข้าว กลัวหนาวและเหนื่อยง่าย หน้าซีดเหลืองหรือร่างกายบวม
แนวทางการรักษา ใช้สมุนไพรบำรุงม้ามเสริมไต ช่วยควบคุมระบบการไหลเวียนน้ำในร่างกาย
ลำตัวล่างมีความชื้นร้อน (มักพบในกลุ่มต่อมลูกหมากอักเสบ)
อาการ ปัสสาวะบ่อย ปวดปัสสาวะเร่งรีบ ปวดแสบขณะปัสสาวะ ปัสสาวะกะปริดกะปรอย ไม่สบายบริเวณฝีเย็บ ปัสสาวะสีเหลืองเข้ม ลิ้นแดงฝ้าเหลืองเหนียว
แนวทางการรักษา ใช้สมุนไพรระบายความร้อนขับความชื้น ทะลวงท่อปัสสาวะ
การดูแลตนเองในชีวิตประจำวัน (ทำง่าย เห็นผลจริง)
1. ทำช่วงล่างให้อบอุ่น (สำคัญมาก)
ใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่นบริเวณเอว ท้องน้อย ขา และเท้า ผมจะแนะนำให้คนไข้ใส่กางเกงวอร์มหนาหน่อยและสวมถุงเท้าให้มิดชิด ถ้ารู้สึกหนาวมากควรมีกระเป๋าน้ำร้อนประคบท้องน้อยและเอวล่างให้ความอบอุ่น เมื่อหลังการออกกำลังกาย ห้ามตากลมเย็น โดนแอร์โดยตรง หรือสวมใส่เสื้อผ้าที่ชุ่มเหงื่อ เป็นต้น
ควบคุมน้ำดื่มในช่วงเย็น
ลดการดื่มน้ำปริมาณมากๆ 3-4 ชั่วโมงก่อนนอน ถ้าคอแห้งมากสามารถจิบ ๆน้ำอุ่น ๆ ได้ งดการดื่มน้ำชา มัจฉะ กาแฟ เบียร์ เครื่องดื่มแอลกอฮอร์ น้ำมะพร้าว น้ำแตงโม น้ำถั่วเขียว น้ำฝักเขียว น้ำซุป โจ๊ก หรือข้าวต้ม เป็นต้น
เมื่ออากาศเย็นลง อาการปัสสาวะบ่อยมักสัมพันธ์กับ "ความเย็น ไตพร่อง ม้ามพร่อง และการทำงานของกระเพาะปัสสาวะที่ผิดปกติ" การดูแลร่างกายให้อบอุ่น ปรับอาหาร และพักผ่อนให้เพียงพอ ร่วมกับการรักษาด้วยแพทย์แผนจีน สามารถช่วยให้อาการดีขึ้นได้ แต่หากอาการไม่ทุเลา ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ เพื่อไม่ให้โรคของระบบทางเดินปัสสาวะและต่อมลูกหมากรุนแรงขึ้นครับ การแพทย์แผนจีนทาง บุรุษเวชและทางเดินปัสสาวะ สามารถเป้นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษา และช่วยบำรุงร่างกาย เพื่อให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้นได้
______________________________________________
บทความโดย
แพทย์จีน จิตติกร พิมลเศรษฐพันธ์ (หมอจีน พาน จ้าย ติง)
潘在丁 中医师
TCM. Dr. Jittikorn Pimolsettapun (Pan Zai Ding)
2 ต.ค. 2568
26 ส.ค. 2568
2 ต.ค. 2568