งานบริการด้านเภสัชกรรมสมุนไพรของคลินิกฯ
1. การจัดยาตามใบสั่งแพทย์ และการตรวจยาที่จัดเสร็จเพื่อการประกันคุณภาพ
2. การต้มยาตามความต้องการของผู้มารับบริการ
3. การเตรียมยาสำเร็จรูปตามใบสั่งแพทย์สำหรับคนไข้เฉพาะรายหรือคนไข้เฉพาะกลุ่ม
4. การจ่ายยาให้ผู้มารับบริการพร้อมคำแนะนำการใช้ยาและวิธีต้มยา (หากลูกค้าต้มเอง)
5. การส่งยาให้ผู้มารับบริการตามเวลาและสถานที่ที่กำหนด
6. การบริหารคลังยาบริการให้มียาใช้เพียงพอตามระยะเวลาที่กำหนด
7. การทำลายยาที่หมดอายุหรือไม่เข้ามาตรฐาน

ยาที่ใช้ในห้องยาคลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว  แบ่งเป็น 5 ประเภท
1. ยา M1  (อิ่นเพี่ยน หรือ ยาสมุนไพรจีนพร้อมใช้)
2. ยา M2  (ยาจีนสำเร็จรูปที่คลินิกฯ ไม่ได้ผลิตเอง)
3. ยา M3  (ยาจีนสำเร็จรูปที่คลินิกฯ ผลิตใช้เองตามใบสั่งแพทย์)
4. ยา M4  (ยาจีนสำเร็จรูปที่คลินิกฯ จ้างโรงงานผลิตยาที่ได้มาตรฐาน GMP/PICS ผลิต)
5. ยา M5  (ยาเคอลี่ หรือ ยาผงแกรนูล)



ยาที่ใช้ในห้องยาของทางคลินิกหัวเฉียวแพทย์แผนจีน
1.  ยา M1  อิ่นเพี่ยน ที่คลินิกฯ ใช้แบ่งตามสรรพคุณของยาออกเป็น 20 กลุ่ม รวม 523 ชนิด
2. ยา M2  ยาจีนสำเร็จรูปที่คลินิกฯ ไม่ได้ผลิตเองแต่มีทะเบียน อย. มีหลายรูปแบบ ได้แก่ ยาลูกกลอน  ยาเม็ด  ยาแคปซูล ยาใช้ภายนอก และรูปแบบอื่น ๆ รวม 44 ชนิด
3. ยา M3  ยาจีนสำเร็จรูปที่คลินิกฯ ผลิตใช้เองตามใบสั่งแพทย์ มีหลายรูปแบบ เช่น ยาน้ำมัน ยาผง ยาลูกกลอน ยาแคปซูล ยาน้ำ ยาชงสมุนไพร ยาชงพร้อมดื่ม ยาครีม ยาขี้ผึ้ง รวม 95 ชนิด
4. ยา M4  ยาจีนสำเร็จรูปที่คลินิกฯ จ้างโรงงานผลิตยาที่ได้มาตรฐาน GMP/PICS ผลิต รวม 8 ชนิด
5. ยา M5  ยาเคอลี่ที่คลินิกฯ ใช้แบ่งตามสรรพคุณของยาออกเป็น 20 กลุ่ม รวม 338 ชนิด

การนำเข้ายาสมุนไพรจีน (อิ่นเพี่ยน)
ปัจจุบันราคายาสมุนไพรจีนในประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นมาก และมีคุณภาพไม่สม่ำเสมอบางครั้งขาดตลาด การบรรจุหีบห่อไม่มีมาตรฐาน และใช้พื้นที่ในการเก็บรักษายาค่อนข้างมากจึงได้มีนโยบายให้นำเข้ายาสมุนไพรจีนเองโดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

1. เพื่อลดต้นทุนยาสมุนไพรจีน ให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพด้วยการแพทย์แผนจีนมากขึ้น
2. เพื่อให้ได้ยาสมุนไพรจีนที่มีคุณภาพและมีประสิทธิผลในการรักษาโรค
3. เพื่อการพึ่งตนเองของคลินิกฯ ป้องกันยาสมุนไพรจีนขาดตลาด
4. เพื่อรองรับการขยายคลินิกสาขาในอนาคต
ทางคลินิกตระหนักดีว่า “หมอจีนที่ดี จำเป็นต้องมียาจีนที่ดีใช้” จึงมีความมุ่งมั่น เพื่อสร้างความมั่นใจว่า สมุนไพรจีนที่ผู้ป่วยได้รับจะเป็นสมุนไพรที่มีคุณภาพ ที่ถูกคัดสรรมาจากแหล่งผลิตและผู้ผลิตที่เข้าใจสมุนไพรจีนอย่างแท้จริง โดยมีหลักในการคัดเลือก ดังนี้

1. มาจากแหล่งผลิตเต้าตี้เหย้าไฉ (แหล่งผลิตที่มีสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศที่เหมาะสม) มีการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวตามมาตรฐาน GAP
2. มีการเตรียมตัวยาพร้อมใช้ (อิ่นเพี่ยน) ตามมาตรฐาน GMP
3. มีวิธีเก็บรักษาตามมาตรฐาน GSP เพื่อให้ตัวยามีความคงสภาพ





การพัฒนางานบริการด้านเภสัชกรรมสมุนไพร
- จัดทำคู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านเภสัชกรรม
-  การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการแจ้งสื่อสาร
-  มาตรฐานความปลอดภัยในการเผ้าจื้อ
 - มาตรฐานความปลอดภัยในการจัดยา
-  มาตรฐานความปลอดภัยในการเตรียมยา(ยาครีม ยาน้ำแขวนตะกอน ยาแคปซูล ยาน้ำมัน ยาผง ยาลูกกลอน ฯลฯ)
-  มาตรฐานความปลอดภัยในการต้มยา
-  การเบิกจ่ายยาจากคลังยา และการเบิกจ่ายยาจากห้องจ่ายยา
-  การกำหนดราคายา
-  การปรับราคายา
-  การจ่ายยาให้กับผู้มารับบริการ ฯลฯ          

งานบริการของฝ่ายเภสัชกรรม คำนึงถึงและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ผู้มารับบริการที่หัวเฉียวแพทย์แผนจีนอยู่เสมอ เพราะ หมอจีนที่ดีจำเป็นต้องมียาจีนที่ดีใช้ โดยสมุนไพรจีนที่ดีและพร้อมใช้เพื่อการบำรุง รักษา (อิ่นเพี่ยน) จะมีหลักในการคัดเลือกที่มาจากแหล่งของสมุนไพรเต้าตี้เย่าไฉ (道地药材)  หรือ สมุนไพรท้องถิ่นที่ดีมีคุณภาพนั้นเอง โดยสมุนไพรจีนที่ดีจะต้องมาจากแหล่งผลิตที่มีสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศที่เหมาะสม รวมถึงการมีกรรมวิธีในการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว และการเตรียมตัวยาที่เหมาะสมด้วย และจากการคำนึงถึงความสำคัญนี้ จึงทำให้มั่นใจได้ว่า สมุนไพรจีนที่ได้รับจากฝ่ายเภสัชกรรม หัวเฉียวแพทย์แผนจีน เป็นสมุนไพรที่ดีมีคุณภาพ ที่ถูกคัดสสรมาจากแหล่งผลิตและผู้ผลิตที่เข้าใจสมุนไพรจีนอย่างแท้จริง และนอกจากนี้ทางฝ่ายเภสัชกรรม หัวเฉียวแพทย์แผนจีนยังหวังเป็นอย่างยิ่งว่า "เราจะทำให้ทุกท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีในการใช้ยาสมุนไพรจีนจากเรา เพื่อการบำรุงและรักษาโรคต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิผล"


 

 


 

 


ปัจจุบัน ทางฝ่ายเภสัชกรรม หัวเฉียวแพทย์แผนจีน มีระบบคิวยาออนไลน์ ที่สามารถตรวจสถานะของยาจีนได้ทุกขั้นตอน และหากท่านไม่สะดวกในการรอรับยา ทางฝ่ายเภสัชกรรม หัวเฉียวแพทย์แผนจีน ก็มีบริการจัดส่งยาจีนถึงบ้านของท่านภายในวันเดียวกันอีกด้วย (Delivery to your home)


 

 

 

 

 




 



 






 









สารพันคำถามการใช้ยาสมุนไพรจีน

Q : ทานยาสมุนไพรจีนมีผลข้างเคียงหรือไม่ ?
ยาสมุนไพรจีนหรือยาสมุนไพรไทยหรือยาแผนปัจจุบัน ต่างก็มีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ส่วนใหญ่แล้วยาสมุนไพรจะมีผลข้างเคียงน้อยกว่ายาแผนปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น อาการ คลื่นไส้ อาเจียน แพ้ผื่น หรือผลข้างเคียงที่รุนแรง (ความเป็นพิษต่อตับ ไต หรืออวัยวะอื่น) ซึ่งผลข้างเคียงและความเป็นพิษก็จะมีหลายปัจจัย เช่น สภาพร่างกายของแต่ละบุคคล อายุ เพศ ปริมาณยา ระยะเวลาและวิธีการใช้ยา นอกจากนี้การใช้ยาหลายชนิดร่วมกันในการรักษารวมถึงอาหารที่รับประทาน อาจทำให้เกิดอันตรกิริยาของยากันเองหรือยากับอาหารทำให้มีผลต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกายได้  

แนะนำว่าหากรับประทานยาสมุนไพรจีนแล้วเกิดผลข้างเคียงหรือผลอันไม่พึงประสงค์ขึ้น ควรหยุดยาและปรึกษาแพทย์ ในการใช้สมุนไพรจีน ควรอยู่ภายใต้การควบคุม ดูแลของแพทย์จีน จะทำให้การใช้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น


Q : สมุนไพรจีนสามารถทานคู่กับยาแผนปัจจุบันได้หรือไม่ ?
หลักพิจารณาการใช้ยาสมุนไพรจีนร่วมกับยาแผนปัจจุบัน ต้องดูตามความเหมาะสมของสภาพร่างกาย ความรุนแรงของโรคที่เป็น รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ในทางปฏิบัติแล้ว ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ ต้องแจ้งประวัติการใช้ยาให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด เพื่อเป็นข้อมูลในการประกอบการพิจารณา ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ในการเลือกใช้ยา โดยทั่วไปแล้วหากใช้ร่วมกัน ควรเว้นช่วงการรับประทานยาสมุนไพรจีนและยาแผนปัจจุบันให้ห่างกันประมาณ 1 ชั่วโมง



Q : รูปแบบยาต้ม ยาผงเคอลี่ ยาเม็ดสำเร็จรูป มีความเหมาะสมกับผู้ป่วยกลุ่มใด และให้ผลการรักษาที่แตกต่างกันหรือไม่ ?
ยาต้ม คือการนำยาสมุนไพรจีน (อิ่นเพี่ยน) มาต้มกับน้ำ แล้วรับประทานโดยทั่วไปแล้วยาต้มนั้นเหมาะสมกับโรคในระยะเฉียบพลันและที่มีอาการรุนแรง เนื่องจากรูปแบบยาต้มสามารถดูดซึมผ่านลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดและออกฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็ว มีจุดเด่นตรงที่แพทย์สามารถตั้งสูตรตำรับปรับชนิดของยาและปริมาณให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเฉพาะรายได้ ทำให้ผลการรักษานั้นได้ผลดี แต่มีข้อด้อยตรงที่วิธีการต้มยาที่ใช้เวลานานและการพกพาอาจจะไม่สะดวก มีกลิ่นและรสยาที่ค่อนข้างฉุน

ยาเคอลี่ คือการนำยาสมุนไพรจีน (อิ่นเพี่ยน) มาผ่านกรรมวิธีการสกัดแล้วทำให้แห้งอยู่ในรูปแบบผงที่มีลักษณะเป็นเกล็ด โดยทั่วไปแล้วมีความเข้มข้นสูงกว่ายาต้ม จึงทำให้ขนาดของยาที่รับประทานนั้นน้อยกว่า มีความสะดวกในการพกพา เพียงแค่ผสมชงกับน้ำอุ่นก็สามารถรับประทานได้ทันที มีกลิ่นและรสของยาที่อ่อนลง ทั้งนี้แพทย์จีนจะเป็นผู้ที่กำหนดขนาดรับประทานเคอลี่โดยเปรียบเทียบกับยาต้ม

ยาสำเร็จรูป คือยาเตรียมรูปแบบต่าง ๆ ที่มีหลากหลาย มีรูปแบบในการรับประทานที่พบเห็นทั่วไป เช่น แคปซูล ยาเม็ดลูกกลอน ยาเม็ดตอก (tablet) รูปแบบยาใช้ภายนอก เช่น ยาผง ยาขี้ผึ้ง ครีม โดยทั่วไปยาสำเร็จรูปนั้นเหมาะกับโรคเรื้อรัง หรืออาการของโรคไม่รุนแรงมากนัก ใช้ในการรักษาควบคุมอาการของโรคในระยะยาว และใช้กับกลุ่มผู้ป่วยทั่วไป จะไม่ได้เฉพาะเจาะจงต่อผู้ป่วยรายใดรายหนึ่งเหมือนกับยาต้มหรือยาเคอลี่

แพทย์แผนจีนจะเป็นผู้พิจารณาเลือกรูปแบบยาให้ตรงกับผู้ป่วย โดยจะพิจารณาโรคที่เป็น รวมถึงความรุนแรงของอาการและช่วงระยะเวลารักษา การดำเนินของโรคอยู่ในช่วงใด โดยหากเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม ข้อเด่นข้อด้อยของยาแต่ละรูปแบบก็จะให้ผลการรักษาที่ดีเช่นกัน



Q : ยาสมุนไพรจีนมีสเตียรอยด์หรือไม่ ?
โดยธรรมชาติของสมุนไพรจะไม่มียาสเตียรอยด์ที่เป็นสารสังเคราะห์ ซึ่งสเตียรอยด์ที่เป็นสารสังเคราะห์นั้นถือได้ว่าเป็นยาที่มีคุณอนันต์ เมื่อนำมาใช้ในการรักษาทางคลินิกจะให้ผลการรักษาที่เห็นผลรวดเร็ว แต่ในทางกลับกันก็นำมาซึ่งผลข้างเคียงมากมาย โดยจะส่งผลเสียต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบต่อมไร้ท่อ และอื่น ๆ จึงได้มีผู้หวังจะใช้ประโยชน์จากสเตียรอยด์สังเคราะห์ นำมาปนปลอมในยาสมุนไพรรูปแบบต่าง ๆ โดยที่พบส่วนมากจะเป็นยาเม็ดลูกกลอน ซึ่งความจริงแล้วยาเม็ดลูกกลอนเป็นการนำผงยาสมุนไพรหลายชนิดมาผสมกับน้ำผึ้งซึ่งเป็นกระสายยาปั้นให้เป็นลูกกลอน ไม่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์สังเคราะห์ แต่มีองค์ประกอบที่หลากหลายซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการรักษาโรคต่าง ๆ โดยทั่วไปสมุนไพรบ้างชนิดอาจจะมีสารสเตียรอยด์ตามธรรมชาติ (Natural Steroid) ซึ่งไม่เหมือนกับยาสเตียรอยด์สังเคราะห์ (Synthetic Steroid) จึงไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย

ดังนั้นการใช้ยารูปแบบยาลูกกลอนหรือรูปแบบอื่นๆ ควรจะพิจารณาเลือกโดยดูจากฉลากยาว่ามีการขึ้นทะเบียนตำรับยาถูกต้องหรือไม่ มีการระบุองค์ประกอบของยาอย่างชัดเจนหรือไม่ รวมถึงสามารถคัดกรองการปนปลอมยาสเตียรอยด์สังเคราะห์ จากชุดตรวจสารสเตียรอยด์สังเคราะห์ ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือส่งตรวจไปยังห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้เกิดความมั่นใจและความปลอดภัยในการใช้ยา

Q : จะมั่นใจได้อย่างไรว่ายาจีนมีความปลอดภัยและมีคุณภาพ ?
การเลือกใช้ยาสมุนไพรจีน สามารถพิจารณาจากแหล่งผลิตและสถานประกอบโรคศิลปะว่าได้รับอนุญาตถูกกฏหมายหรือไม่ ถ้าเป็นยาสมุนไพรจีนที่นำไปต้มเอง อาจพิจารณาเลือกจากความน่าเชื่อถือของสถานประกอบการรวมถึงแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งสมุนไพรที่ดีและมีความปลอดภัยในการนำมาใช้จะเลือกจากแหล่งผลิตหรือแหล่งเพาะปลูกที่ได้มาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) และเมื่อนำมาผลิตเป็นรูปแบบต่างๆ ก็จะผ่านมาตรฐานการผลิต GMP (Good Manufacturing Practice) นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาจากความถูกต้องตามกฎหมาย เช่น การขึ้นทะเบียนตำรับยา แหล่งผลิต เป็นองค์ประกอบร่วมด้วย

 

 




ข้อมูลติดต่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ยาสมุนไพรจีน
ยินดีให้คำปรึกษาด้านการใช้ยาและข้อมูลเกี่ยวกับงานบริการของฝ่ายเภสัชกรรม 
เพื่อให้ผู้มารับบริการใช้ยาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย


โทรศัพท์ :  02 223 1111 ต่อ 162, 163
LINE@ : @pharmacytcm

ทุกวัน ในเวลาทำการ 8.00 น. -16.00 น.