ลูกนอนกรน....พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

Last updated: 7 ก.ย. 2569  |  25 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ลูกนอนกรน....พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

เสียงกรนของลูกอาจดูเหมือนเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ โดยเฉพาะเวลาที่ลูกเป็นหวัด คัดจมูก หรือเหนื่อยมาก แต่หากลูกนอนกรนเป็นประจำ โดยเฉพาะกรนเสียงดังหลายคืนต่อสัปดาห์ หรือมีช่วงที่เหมือนหยุดหายใจขณะหลับ พ่อแม่ควรให้ความสำคัญ เพราะการกรนอาจเป็นสัญญาณของ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea; OSA)

ศาสตร์การแพทย์แผนจีนไม่ได้พิจารณาเพียง “เสียงกรน” แต่จะวิเคราะห์สาเหตุจาก 肺 (ปอด), 脾 (ม้าม), 痰湿 (เสมหะและความชื้น), 食积 (อาหารคั่ง) รวมถึงคุณภาพการนอน การกิน การขับถ่าย และพัฒนาการของเด็ก เพื่อทำการรักษาตามหลักการวินิจฉัยจำแนกกลุ่มอาการของโรค (เปี้ยนเจิ้ง)เพื่อกำหนดวิธีการรักษาของเด็กแต่ละราย

7 สัญญาณที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

1. กรนเสียงดังเป็นประจำ ถ้าลูกกรนเป็นครั้งคราวในช่วงเป็นหวัด อาจไม่ใช่เรื่องน่ากังวลมากนัก แต่ถ้ากรนเป็นประจำตั้งแต่ประมาณ 3 คืนต่อสัปดาห์ขึ้นไป ควรพิจารณาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ โดยเฉพาะหากไม่ได้เป็นหวัดหรือคัดจมูกในช่วงนั้น

2. มีช่วง “หยุดหายใจ” ขณะหลับ นี่เป็นสัญญาณสำคัญพ่อแม่อาจสังเกตเห็นว่ากรน → เงียบไป → เหมือนไม่หายใจ → แล้วสะดุ้ง/เฮือกกลับมาหายใจ หากพบลักษณะนี้ ไม่ควรคิดว่าเป็นเพียงการนอนหลับไม่สนิท ควรให้แพทย์ประเมิน

3. หายใจแรง สะดุ้ง หรือดิ้นมากขณะนอน เด็กที่มีทางเดินหายใจตีบอาจต้องออกแรงหายใจมากขึ้นในขณะหลับ อาจพบว่า
• นอนดิ้น
• พลิกตัวบ่อย
• เหงื่อออกมาก
• หายใจแรง
• เงยคอ
• อ้าปากหายใจ
พฤติกรรมเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณว่าเด็กกำลังพยายามรักษาการเปิดของทางเดินหายใจ

4. หายใจทางปากเป็นประจำ ลองสังเกตลูกทั้งตอนนอนและตอนกลางวันหากเด็กปากเปิด → หายใจทางปาก → คัดจมูก → กรน เป็นประจำ อาจมีปัญหาเกี่ยวกับจมูก เช่น ภูมิแพ้ เยื่อบุจมูกบวม หรือมีต่อมอะดีนอยด์โต การหายใจทางปากเรื้อรังจึงควรได้รับการประเมินหาสาเหตุ

5.ตื่นมาไม่สดชื่น หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เด็กที่นอนหลับไม่มีคุณภาพอาจไม่ได้แสดงออกด้วย “ความง่วง” แบบผู้ใหญ่เสมอไป บางคนอาจเป็น
• หงุดหงิดง่าย
• อยู่ไม่นิ่ง
• สมาธิสั้น
• อารมณ์แปรปรวน
• รียนรู้ได้ลดลง
• ตื่นเช้ายาก
ดังนั้น ถ้าพ่อแม่รู้สึกว่า“ลูกนอนครบ แต่ทำไมตอนกลางวันเหมือนพักผ่อนไม่พอ?” ควรสังเกตการนอนกรนร่วมด้วย

6. น้ำหนักหรือการเจริญเติบโตผิดปกติ การนอนหลับมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเด็ก หากเด็กมีปัญหาการนอนเรื้อรัง โดยเฉพาะเมื่อมี OSA ร่วมด้วย อาจสัมพันธ์กับปัญหาด้านการเจริญเติบโตในเด็กบางราย ในทางกลับกัน ภาวะน้ำหนักเกิน/โรคอ้วนก็เพิ่มความเสี่ยงต่อ OSA ดังนั้นจึงควรประเมินทั้ง น้ำหนัก + ส่วนสูง + BMI ตามอายุ + รูปแบบการนอนร่วมกัน

7. กรนร่วมกับอาการอื่นเป็นเวลานาน หากลูกมี
• กรน
• คัดจมูกเรื้อรัง
• น้ำมูกเรื้อรัง
• หายใจทางปาก
• เสมหะบ่อย
• ไอเรื้อรัง
• ต่อมทอนซิลโต
• เป็นหวัดบ่อย
ควรหาสาเหตุ ไม่ควรเพียงพยายามทำให้ “เสียงกรนเบาลง” เพราะหัวใจสำคัญคือ ต้องรู้ว่าอะไรทำให้ทางเดินหายใจของเด็กตีบหรืออุดกั้น

ทำไมเด็กจึงนอนกรน?

ในทางการแพทย์ เมื่อเด็กหลับกล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนบนจะคลายตัวตามธรรมชาติ ถ้าเด็กมีทางเดินหายใจที่แคบอยู่แล้ว เช่น ต่อมทอนซิลโต ต่อมอะดีนอยด์โต คัดจมูก ภาวะอ้วน โครงสร้างใบหน้า เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัวขณะหลับ ช่องทางเดินหายใจอาจแคบลงมากขึ้น อากาศจึงผ่านได้ยากและทำให้เนื้อเยื่อสั่นสะเทือน ทำให้เกิดเสียงกรน ถ้าทางเดินหายใจอุดกั้นมากขึ้น อาจเกิด Obstructive Sleep Apnea (OSA) ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไม “กรน” จึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงเสียงรบกวน

แล้วการแพทย์แผนจีนมองเด็กนอนกรนอย่างไร?

การแพทย์แผนจีนไม่ได้มีแนวคิดว่าเด็กนอนกรนทุกคนเกิดจากสาเหตุเดียวกัน หลักสำคัญคือการเปี้ยนเจิ้ง (การวินิจฉัยจำแนกกลุ่มอาการของโรค) เพื่อกำหนดวิธีการรักษาของเด็กแต่ละคนแล้วจึงเลือกวิธีการรักษา  มักให้ความสำคัญกับ ปอด ซึ่งเกี่ยวข้องกับการหายใจและระบบทางเดินหายใจ การแพทย์แผนจีนมีแนวคิดว่าเด็ก ปอดของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่จึงอาจมีแนวโน้มเกิดปัญหาทางเดินหายใจได้ง่าย ม้าม โดยม้ามมีบทบาทสำคัญต่อการลำเลียงและการเปลี่ยนแปลงสารอาหารและของเหลว เมื่อการทำงานของม้ามไม่สมดุล อาจเกิดความชื้นสะสมและก่อตัวเป็นเสมหะ อาจพบเด็กบางรายที่มี คัดจมูก + เสมหะ + ตัวอวบ + ท้องอืด + อุจจาระนิ่ม + กรน ร่วมกัน ในมุมมองการแพทย์แผนจีนพิจารณาเป็นม้ามพร่อง มีเสมหะและความชื้นหรือชี่ของปอดและม้ามพร่อง เด็กแต่ละคนไม่จำเป็นต้องมีสาเหตุการการโรคเหมือนกัน 

อาหารเกี่ยวข้องกับการกรนอย่างไร?

ในมุมมองการแพทย์แผนจีนเราจะให้ความสำคัญกับ 脾胃 (ม้ามและกระเพาะอาหาร) โดยเฉพาะในเด็ก อาหารที่ควรลด ไม่ได้หมายความว่าอาหารเหล่านี้ “ทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น” โดยตรง แต่ควรลดเมื่อเด็กมีพฤติกรรมการกินที่ทำให้น้ำหนักเกินหรือมีอาการทางระบบทางเดินอาหารร่วมด้วย คือ

• อาหารทอดและมันมาก
• ขนมหวาน
• เครื่องดื่มหวาน
• ขนมขบเคี้ยว
• น้ำอัดลม
• อาหารมื้อใหญ่ก่อนนอน โดยเฉพาะ การรับประทานอาหารมื้อใหญ่ใกล้เวลานอน ควรหลีกเลี่ยง

แล้วควรให้ลูกกินอะไร?

เน้นอาหารที่ครบ 5 หมู่ หลากหลายและเหมาะสมกับวัย เช่น

• ผักหลากหลายชนิด
• ผลไม้ในปริมาณเหมาะสม
• ปลา
• ไข่
• เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
• ถั่วและผลิตภัณฑ์จากถั่วที่เหมาะกับวัย
• ข้าวและธัญพืช
และควรส่งเสริมให้เด็กดื่มน้ำอย่างเหมาะสม หลักสำคัญที่สุด อาหารไม่ใช่ยารักษา ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นหากเด็กมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ไม่ควรใช้การปรับอาหารเพียงอย่างเดียวแทนการตรวจและรักษา

การนวดทุยหนาเด็กช่วยได้อย่างไร?

การนวดทุยหนาสำหรับเด็ก สามารถใช้เป็นแนวทางการรักษาเสริมตามหลักแพทย์แผนจีนในเด็กบางราย โดยเลือกตามหลักการวินิจฉัยโรค เป้าหมายอาจเป็นการดูแล

健脾 — สนับสนุนการทำงานของม้าม

化痰 — ช่วยจัดการเสมหะ

宣肺 — ส่งเสริมการทำงานของปอด

通鼻 — ช่วยบรรเทาอาการคัดจมูก

การกรนไม่ใช่โรคเดียวกันในเด็กทุกคน สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่หยุดเสียงกรน แต่คือการค้นหาว่า “ทำไมลูกจึงกรน” และหากพบสัญญาณที่สงสัย ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ควรได้รับการประเมินจากแพทย์แผนปัจจุบันร่วมด้วย เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุด

เอกสารอ้างอิง

1. Marcus CL, Brooks LJ, Draper KA, et al. (2012). Diagnosis and management of childhood obstructive sleep apnea syndrome. Pediatrics, 130(3), 576–584. https://doi.org/10.1542/peds.2012-1671. 

2. Marcus CL, Brooks LJ, Davidson Ward S, et al. (2012). Diagnosis and management of childhood obstructive sleep apnea syndrome: Technical report. Pediatrics, 130(3), e714–e755. https://doi.org/10.1542/peds.2012-1672. 

3.Lai WY, Wei CC, Lin CH, et al. (2024). Integrative traditional Chinese medicine treatment for children with obstructive sleep apnea. Journal of Traditional and Complementary Medicine, 14(1), 109–120. https://doi.org/10.1016/j.jtcme.2023.08.002.

______________________________________________

บทความโดย
แพทย์จีน กัญธิมา วุฒิ (หมอจีนกาน ตี๋ หม่า)
甘迪玛 中医师
TCM. Dr. Kanthima Wutthi (Gan Di Ma)
เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ พจ.1113
แผนกทุยหนาและกระดูก
คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้