Last updated: 24 ก.ย. 2569 | 35 จำนวนผู้เข้าชม |
ผู้หญิงบางคนเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน กลับเริ่มมีอาการปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย หรือเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อยขึ้นทั้งที่เมื่อก่อนแทบไม่เคยมีปัญหาเหล่านี้ “ทำไมการหมดประจำเดือนจึงเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินปัสสาวะ” แพทย์จีนมีคำตอบ
กระเพาะปัสสาวะอักเสบคือ การอักเสบของทางเดินปัสสาวะหรือกระเพาะปัสสาวะโดยติดเชื้อแบคทีเรียเป็นเหตุสำคัญ อาการที่พบได้บ่อยคือปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ปวดปัสสาวะ ปวดท้องน้อยหรือในบางรายอาจมีปัสสาวะขุ่นหรือมีเลือดปนได้ แต่อาการทางเดินปัสสาวะหลังหมดประจำเดือนไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อทุกครั้ง
ทำไม “เมื่อหมดประจำเดือน”จึงพบปัญหานี้ได้ง่ายขึ้น
เมื่อเข้าสู่ภาวะวัยหมดประจำเดือนมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเกิดขึ้น โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนลดน้อยลงหลังหมดประจำเดือน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบริเวณช่องคลอด เนื้อเยื่อจึงบางลงและแห้งมากขึ้น ทำให้จุลินทรีย์ที่อยู่ตามช่องคลอดเกิดภาวะการเปลี่ยนแปลงเสียสมดุล เกิดการระคายเคืองหรือมีอาการทางปัสสาวะง่ายขึ้นและในบางคนติดเชื้อได้ง่าย
อาการ “ปัสสาวะแสบขัด”ไม่ได้หมายความว่าต้องติดเชื้อเสมอไป
อาการปัสสาวะแสบขัด แบ่งง่ายๆออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
1. กลุ่มที่ 1 การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI) ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ปวดปัสสาวะ และมีผลตรวจปัสสาวะสนับสนุนการติดเชื้อ
2. กลุ่มที่ 2 การเปลี่ยนแปลงจากวัยหมดประจำเดือน ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะแสบขัด หรือปัสสาวะแสบตอนปัสสาวะใกล้หมดใกล้สุด ร่วมกับช่องคลอดแห้ง แสบเป็นต้น
ดังนั้นผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีอาการปัสสาวะแสบขัดไม่ควรสรุปทันทีว่าเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบจากการติดเชื้อทุกครั้ง
แพทย์แผนจีนมองภาวะนี้อย่างไร
กระเพาะปัสสาวะอักเสบในทางแพทย์แผนจีนเรียกว่า “หลินเจิ้ง”(淋证)มีความเกี่ยวข้องกับอวัยวะไตและกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งทั้ง 2 อวัยวะต่างเป็นอวัยวะคู่นอก – ใน สาเหตุหลักของการเกิดหลินเจิ้งคือพลังของอวัยวะไตพร่องก่อน ต่อมามีความร้อนชื้นสะสมในกระเพาะปัสสาวะ เมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเป็นช่วงเวลาที่เปลี่ยนผ่านที่สำคัญของฮอร์โมนเอสโตรเจน ในทางแพทย์แผนจีนหมายถึงสารจำเป็น(จิง)ของไตค่อยๆลดน้อยลง ส่งผลให้อินของไตและสารน้ำลดน้อยลงจึงเป็นสาเหตุทำให้พลังของไตไม่เพียงพอในการหล่อเลี้ยงกระเพาะปัสสาวะ จึงทำให้ระบบปัสสาวะและการขับเคลื่อนน้ำผิดปกติ เมื่อมีปัจจัยกระตุ้น เช่น การติดเชื้อ การพักผ่อนน้อย การมีเพศสัมพันธ์ สวนล้างช่องคลอดการอักเสบ เกิดเป็นความร้อนชื้นสะสมในกระเพาะปัสสาวะ จึงเกิดเป็นปัสสาวะบ่อย และปัสสาวะแสบขัดได้
ผู้หญิงควรดูแลตัวเองอย่างไร เพื่อป้องกันการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
1. ดื่มน้ำให้เพียงพอตามความเหมาะสม
2. ไม่กลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน
3. ใส่ใจสุขอนามัย แต่ไม่ทำความสะอาดหรือสวนล้างช่องคลอดมากจนเกินไป
4. ควบคุมโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน เป็นต้น
5. หากเป็นซ้ำบ่อยๆควรพบแพทย์เพื่อประเมินอาการและหาสาเหตุต่อไป
______________________________________________
บทความโดย
แพทย์จีน ธันย์ชนก เอื้อธรรมมิตร (หมอจีน หยาง กุ้ย เหรียน)
杨桂莲 中医师
TCM. Dr. Tanchanok Euathummit (Yang Gui Lian)
เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ พจ.639
แผนกอายุรกรรมไต
คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
24 ก.ย. 2569
24 ก.ย. 2569
24 ก.ย. 2569