ปวดศีรษะกับการรักษาด้วยวิธีแพทย์แผนจีน

Last updated: 22 Jul 2022  |  6401 Views  | 

ปวดศีรษะกับการรักษาด้วยวิธีแพทย์แผนจีน

อาการปวดศีรษะ เป็นอาการที่สามารถพบได้ในทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย โดยทั่วไปแล้วนั้นเราทุกคนต่างก็เคยประสบกับอาการปวดศีรษะมาแล้วทั้งสิ้น อาการปวดศีรษะนั้นสามารถเกิดได้เป็นบางบริเวณหรือทั่วศีรษะก็ได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการทำงานได้ หากเป็นชั่วคราวนานๆเกิดขึ้นครั้งหนึ่งนั้นก็ยังไม่น่าวิตกอะไรมากนัก ทานยาแก้ปวดไม่กี่ครั้งก็สามารถทุเลาและหายจากอาการปวดศีรษะได้ แต่ที่เป็นปัญหาและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมากคือการปวดแบบเรื้อรัง ซึ่งจะเกิดขึ้นซ้ำๆเป็นประจำ ต้องคอยรับประทานยาเพื่อระงับอาการปวดอยู่ตลอดเวลา ในบางกรณีเมื่อทานยาไปถึงระยะเวลาหนึ่งกลับต้องเพิ่มปริมาณยามากขึ้นจึงจะสามารถระงับอาการปวดนั้นๆไว้ได้

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค
ในทางการแพทย์แผนปัจจุบันสามารถแบ่งสาเหตุของการปวดศีรษะได้เช่น สาเหตุจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อรอบศีรษะและคอ สาเหตุจากการทำงานของระบบประสาทที่ผิดปกติ สาเหตุจากการขยายตัวหลอดเลือดบริเวณศีรษะ สาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย สาเหตุจากจากโรคหรือภาวะต่างๆ อาทิ เนื้องอกในสมอง เลือดออกในสมอง การติดเชื้อในสมองหรือเยื่อหุ้มสมอง เป็นต้น

ในปัจจุบันอาการปวดศีรษะเรื้อรังนั้นมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการปวดศีรษะจากความเครียด (tension headache) และปวดศีรษะข้างเดียวหรือที่เรียกว่าปวดศีรษะไมเกรน (migraine) ซึ่งพบบ่อยมากขึ้นเรื่อยๆ โดยปวดศีรษะจากความเครียดเป็นอาการที่พบได้บ่อยครั้งที่สุด ลักษณะอาการนั้นจะมีอาการปวดชนิด กดหรือบีบหรือ รัดแน่น อาการปวดมักเริ่มบริเวณท้ายทอย ร้าวมาที่ขมับทั้งสองข้าง แล้วปวดทั้งศีรษะ การปวดศีรษะชนิดนี้อาจพบร่วมกับการปวดศีรษะไมเกรนได้ หรืออาจมีอาการกดเจ็บที่หนังศีรษะร่วมด้วย สำหรับการปวดศีรษะไมเกรนนั้นมักเกิดในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ผู้ป่วยมักจะรู้สึกปวดศีรษะอย่างรุนแรง โดยมีอาการปวดแบบตุบ ๆ ที่ด้านหน้าหรือด้านข้างของศีรษะ

นอกจากนี้ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการอื่น ๆ เช่น คลื่นไส้อาเจียน รวมถึงยังมีความรู้สึกไวต่อแสงและเสียงเพิ่มขึ้น


การรักษาอาการปวดศีรษะด้วยการแพทย์แผนจีน
สำหรับในทางการแพทย์แผนจีนนั้นอาการปวดศีรษะจัดเป็นโรคโถวท่ง “头痛” ซึ่งมีสาเหตุทั้งจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในเข้ามาเกี่ยวข้อง ปัจจัยภายนอกอาทิเช่น ลมเย็น ลมร้อน ลมชื้น เป็นต้น

ปัจจัยภายในนั้นมักมีความสัมพันธ์กับอวัยวะตับ ม้ามและไต อาทิในผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะไตอินพร่อง ส่งผลให้หยางของตับลอยขึ้นสู่เบื้องบน ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะขึ้นได้ หรือในผู้ที่มีภาวะกดดันทางอารมณ์ จะทำให้ชี่ตับไม่ระบาย ชี่ติดขัดเกิดเป็นไฟลอยสู่เบื้องบน ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ หรือการทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ ไม่ตรงเวลา ร่วมกับการทำงานหนักเกินไป จะทำให้การย่อยและดูดซึมสารอาหารของม้ามเสียสมดุล เกิดเป็นเสมหะและของเสียต่างๆอุดกั้นที่จงเจียว ส่งผลให้การส่งต่อสารสำคัญไปเบื้องบนและขับของเสียลงเบื้องล่างสูญเสียไป จนเกิดอาการปวดศีรษะขึ้น เป็นต้น

นอกจากสาเหตุจากอวัยวะทั้ง3แล้ว ภาวะชี่และเลือดพร่อง ภาวะชี่และเลือดติดขัด ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของอาการปวดศีรษะได้เช่นกัน


การวินิจฉัยโรคปวดศีรษะของแพทย์แผนจีนนั้นต้องอาศัยข้อมูลต่างๆเข้ามาประกอบกันเช่น บริเวณที่ปวด ลักษณะการปวด ระยะเวลาของโรค อาการร่วมอื่นๆ การดูลิ้น การจับชีพจรเป็นต้น เพราะข้อมูลเหล่านี้จะบ่งบอกถึงกลไกการเกิดของโรคและทำให้แพทย์สามารถเลือกใช้วิธีการรักษาได้อย่างแม่นยำตรงตามสาเหตุของโรคได้

สำหรับหลักการรักษานั้น หากวินิจฉัยได้ว่าโรคนั้นเกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอก ส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดจาก “ภาวะแกร่ง” หลักการรักษาจึงมักใช้ การระบายลมและขับชี่ก่อโรค เป็นหลัก สำหรับปัจจัยภายในนั้นจะเกิดขึ้นได้จากทั้ง “ภาวะแกร่ง” และ “ภาวะพร่อง” การรักษาจึงสามารถใช้ได้ทั้งการบำรุงหรือระบาย หรือทั้ง 2 วิธีควบคู่กัน ตามแต่สาเหตุของโรค

การวินิจฉัยแยกกลุ่มอาการ

1. ภาวะ / กลุ่มอาการลมเย็นกระทบศีรษะ Pattern / syndrome of wind-cold invading the head (风寒犯头证 Fēng hán fàn tóu zhèng): มักมีอาการปวดศีรษะทั่วบริเวณ อาการปวดค่อนข้างรุนแรง ปวดไปถึงคอและหลัง กลัวลมเย็น ปากแห้งไม่กระหายน้ำ ลิ้นสีแดงอ่อน ฝ้าขาวบาง ชีพจรตึงแน่นลอย

2.ภาวะ / กลุ่มอาการลมร้อนกระทบศีรษะ Pattern / syndrome of wind-heat invading the head (风热犯头证 Fēng rè fàn tóu zhèng) : มักมีอาการปวดตึงศีรษะ ไปจนกระทั่งรู้สึกเหมือนจะแตก มีไข้กลัวลม หน้าแดงกล่ำ คอแห้งกระหายน้ำ ท้องผูก ปัสสาวะสีเหลืองเข้ม ขอบลิ้นและปลายลิ้นแดง ฝ้าเหลืองบาง ชีพจรลอยเร็ว

3. ภาวะ / กลุ่มอาการลมชื้นกระทบศีรษะ Pattern / syndrome of wind-dampness invading the head (风湿犯头证Fēng shī fàn tóu zhèng) : มักมีอาการปวดศีรษะเหมือนถูกมัดไว้ แขนขารู้สึกหนัก ตัวร้อนรุมๆ แน่นหน้าอก เบื่ออาหาร ปัสสาวะไม่คล่อง อุจจาระเหลว ลิ้นแดงอ่อน ฝ้าขาวเหนียว ชีพจรลื่นหรือลอยอ่อน

4. ภาวะ / กลุ่มอาการหยางตับกําเริบขึ้นบน Pattern / syndrome of ascendant hyperactivity of liver yang (肝阳上亢证Gān yáng shàng kàng zhèng) : มักมีอาการปวดตึงศีรษะหรือปวดแบบดึงรั้ง ปวดศีรษะมักเป็นที่ด้านข้างทั้งสองด้าน เวียนศีรษะ ตาลาย กระวนกระวายใจ โมโหง่าย หน้าแดง ตาแดง ปากขม ปวดสีข้าง นอนไม่หลับ ฝันมาก ลิ้นแดง ฝ้าเหลืองบาง หรือฝ้าน้อย

5. ภาวะ / กลุ่มอาการชี่พร่อง Qi deficiency pattern / syndrome  (气虚证Qì xū zhèng) : มักมีอาการปวดศีรษะหน่วงๆ กำเริบเป็นบางครั้ง ถ้าอ่อนเพลียจะเป็นมากขึ้น เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย หายใจสั้น ไม่มีแรงพูด เหงื่อออกง่าย สีหน้าออกซีด ลิ้นสีแดงอ่อน หรือซีดอ้วน ขอบมีรอยฟัน ฝ้าขาวบาง ชีพจรเล็กอ่อนหรือชีพจรใหญ่แต่ไม่มีแรง

6. ภาวะ / กลุ่มอาการเลือดพร่อง Blood deficiency pattern / syndrome (血虚证Xuè xū zhèng) : มักมีอาการปวดศีรษะหน่วงๆเรื่อยๆ สีหน้าไม่สดชื่น เวียนศีษะ ใจสั่น นอนไม่หลับ ฝันมาก ลิ้นซีดฝ้าขาวบาง ชีพจรเล็กหรือเล็กอ่อน

7. ภาวะ / กลุ่มอาการไตพร่อง Kidney deficiency pattern / syndrome(肾虚证Shèn xū zhèng): มักมีอาการปวดศีรษะแบบกลวงโล่ง เอวและเข่าเมื่อยอ่อนแรง เวียนศีรษะ มีเสียงในหู ขี้ลืม น้ำกามเคลื่อน ตกขาว อ่อนเพลีย ไม่มีแรง หากไตหยางพร่องจะมีอาการไม่ชอบหนาวแขนขาเย็น หากไตอินพร่องจะมีอาการหน้าแดงระเรื่อ ร้อน ร้อนฝ่ามือฝ่าเท้า เหงื่อออกกลางคืน ลิ้นใหญ่ซีดหรือลิ้นแดง ฝ้าขาวบาง หรือฝ้าน้อย ฝ้าลอก

8. ภาวะ/กลุ่มอาการเสลดกระทบศีรษะ Pattern / syndrome of phlegm turbidity invading the head (痰浊犯头证Tán zhuó fàn tóu zhèng) : มักมีอาการปวดศีรษะหนักๆ ท้องและหน้าอกแน่น เบื่ออาหารคลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะตาลาย อ่อนเพลียไม่มีแรง ลิ้นแดงอ่อน ฝ้าขาวหนา ชีพจรลื่นหรือตึงลื่น

9. ภาวะ / กลุ่มอาการเลือดคั่งกระทบศีรษะ Pattern / syndrome of static blood invading the head (瘀血犯头证Yū xiě fàn tóu zhèng) : มักมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงหรือปวดเหมือนเข็มแทง เมื่อเวลาผ่านไป อาการไม่ทุเลาลง ตำแหน่งที่ปวดอยู่กับที่ กลางวันอาการจะเบาลงกลางคืนอาการจะมากขึ้น มีประวัติอุบัติเหตุที่ศีรษะ หรือมีประวัติปวดศีรษะเป็นระยะเวลานาน ลิ้นแดงคล้ำ หรือขอบลิ้นแดงมีจ้ำเลือด จุดคล้ำ หรือเส้นเลือดดำใต้ลิ้นพอง ฝ้าขาวบาง ชีพจรเล็กตึงหรือเล็กฝืด

ตัวอย่าง กรณีศึกษา
การรักษาผู้ป่วยที่มีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง ที่มารักษาที่คลินิกอายุรกรรม หัวเฉียวแพทย์แผนจีน

ข้อมูลทั่วไป : นางฐิXXX XXX เพศหญิง อายุ52ปี
เลขประจำตัวผู้ป่วย : HN 285XXX
วันที่มาเข้ารับการรักษาครั้งแรก : วันที่ 11 เมษายน 2561
อาการสำคัญ : ปวดศีรษะด้านซ้าย 10ปี

ประวัติอาการ : ผู้ป่วยมาด้วยอาการปวดศีรษะด้านซ้ายอาการเป็นๆหายๆเป็นระยะเวลา 10 ปี ลักษณะปวดเหมือนเข็มแทง ร่วมกับมีอาการปวดเจ็บเหมือนเข็มแทงตามร่างกาย ทานยาแผนปัจจุบันอาการจะทุเลาลงแต่ก็กลับมาเป็นซ้ำสลับไปมา โดยในช่วง 5วันที่ผ่านมาอาการดังกล่าวเป็นรุนแรงมากขึ้น จึงได้มาปรึกษาแพทย์แผนจีนเพื่อทำการรักษา

อาการที่มาในปัจจุบัน : ปวดศีรษะด้านซ้ายอาการเป็นๆหายๆเป็นระยะเวลา 10 ปี ลักษณะปวดเหมือนเข็มแทง ร่วมกับมีอาการปวดเจ็บเหมือนเข็มแทงตามร่างกาย โดยในช่วง 5วันที่ผ่านมาอาการดังกล่าวเป็นรุนแรงมากขึ้น อาการร่วมอื่นๆได้แก่ อ่อนเพลีย หายใจไม่เต็มปอด ขี้หนาว นอนไม่หลับ โดยมีลักษณะนอนหลับยาก ฝันมากและตื่นง่าย เวลาอากาศเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยจะมีอาการคัดจมูก นํ้ามูกไหลและจาม ความอยากอาหารปกติ การขับถ่าย 2-3วัน/ครั้ง ลักษณะอุจจาระจับตัวเป็นก้อนดี แต่แห้งแข็ง

ประวัติในอดีต : ไม่มี
ตรวจร่างกาย : ความดันโลหิต 108/60 mmHg อัตราการเต้นหัวใจ 66 ครั้ง/นาที ตรวจชีพจรพบชีพจรด้านซ้ายตึง ชีพจรด้านขวาเล็กและตึง(ตำแหน่งชุ่นและกวน)

ตรวจลิ้นพบลิ้นสีชมพูระเรื่อฝ้าขาวบาง ขอบลิ้นมีรอยฟัน เส้นเลือดดำใต้ลิ้นโป่งพองเล็กน้อย

การวินิจฉัย : โรคปวดศีรษะ头痛tóu tòng

ภาวะ / กลุ่มอาการชี่พร่องและเลือดคั่ง
Pattern / syndrome of qi deficiency with blood stasis (气虚血瘀qì xū xuè yū)

วิธีการรักษา : ใช้ยาสมุนไพรจีนที่มีฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต สลายเลือดคั่ง บำรุงชี่และขับเคลื่อนชี่ โดยเลือกใช้ตำรับยาทงเชี่ยวหัวเสวี่ยทางเพิ่มลดในการรักษา รับประทานหลังอาหารเช้า-เย็น

ผลการรักษาพบแพทย์ครั้งที่ 2 (วันที่ 18 เมษายน 2561) 
- หลังรับประทานยาไป1อาทิตย์อาการปวดศีรษะทุเลาลงกว่า 90% (จากการประเมินด้วยตนเองของผู้ป่วย) อาการเจ็บเหมือนเข็มแทงตามร่างกายหายไป เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลงอาการคัดจมูก นํ้ามูกไหลและจามความรุนแรงลดลง อาการขี้หนาวลดลง ขับถ่ายดีขึ้น โดยสามารถถ่ายได้วันละ 1ครั้ง ลักษณะอุจจาระอ่อนนุ่มและจับตัวเป็นก้อนดี ยังคงมีอาการอ่อนเพลีย หายใจไม่เต็มปอด นอนไม่หลับ โดยมีลักษณะนอนหลับยาก ฝันมากและตื่นง่าย ความอยาก

- ตรวจชีพจรพบชีพจรด้านซ้ายเต้นเชื่องช้า (ชีพจรปกติ) ชีพจรด้านขวาเล็ก (ตำแหน่งชุ่นและกวน)

- ตรวจลิ้นพบลิ้นสีชมพูระเรื่อฝ้าขาวบาง ขอบลิ้นมีรอยฟัน ปลายลิ้นแดง เส้นเลือดดำใต้ลิ้นที่โป่งพองกลับมาปกติ

พบแพทย์ครั้งที่ 3 (วันที่ 2 พฤษภาคม 2561) 
- อาการปวดศีรษะหายไป ไม่มีอาการเจ็บเหมือนเข็มแทงตามร่างกาย รู้สึกสดชื่นมีกำลัง หายใจได้เต็มปอดมากขึ้น อาการขี้หนาวหายไป เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลงอาการคัดจมูก นํ้ามูกไหลและจามความรุนแรงลดลง ขับถ่ายได้วันละ 1ครั้ง ลักษณะอุจจาระอ่อนนุ่มและจับตัวเป็นก้อนดี ยังคงมีอาการนอนไม่หลับ โดยมีลักษณะนอนหลับยาก ฝันมากและตื่นง่าย แต่ในภาพรวมผู้ป่วยรู้สึกนอนหลับดีขึ้น ความอยากอาหารปกติ

- ตรวจชีพจรพบชีพจรด้านซ้ายเต้นเชื่องช้า(ชีพจรปกติ) ชีพจรด้านขวาเล็ก
- ตรวจลิ้นพบลิ้นสีชมพูระเรื่อฝ้าขาวบาง ขอบลิ้นมีรอยฟัน เส้นเลือดดำใต้ลิ้นปกติ

พบแพทย์ครั้งที่ 4 (วันที่ 15 พฤษภาคม 2561) 
- มีอาการปวดศีรษะและเจ็บเหมือนเข็มแทงปรากฎขึ้นบ้าง แต่ในระดับที่เบาบาง รู้สึกสดชื่นมีกำลัง หายใจได้เต็มปอดมากขึ้น อาการขี้หนาวหายไป เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลงไม่มีอาการคัดจมูก นํ้ามูกไหลและจาม ขับถ่ายได้วันละ 1ครั้ง ลักษณะอุจจาระอ่อนนุ่มและจับตัวเป็นก้อนดี การนอนหลับดีขึ้น สามารถเข้านอนได้ง่าย แต่ยังคงมีอาการตื่นง่ายและฝันมากอยู่ ความอยากอาหารปกติ

- ตรวจชีพจรพบชีพจรด้านซ้ายและขวาเต้นเชื่องช้า(ชีพจรปกติ)
-  ตรวจลิ้นพบลิ้นสีชมพูระเรื่อฝ้าขาวบาง ขอบลิ้นมีรอยฟัน เส้นเลือดดำใต้ลิ้นปกติ
* เนื่องจากผู้ป่วยติดภารกิจส่วนตัวจึงไม่ได้มาทำการรักษาต่อ

สรุปผลการรักษา
จากเคสตัวอย่างของผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาแสดงให้เห็นว่ายาสมุนไพรจีนสามารถรักษาอาการปวดศีรษะได้เป็นอย่างดี ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจและรวดเร็ว ส่งผลให้คุณภาพชีวิตทั้งด้านร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยดีขึ้น

วิเคราะห์ผลการรักษา
ผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะโดยมีตำแหน่งที่ชัดเจนแน่นอน(ศีรษะด้านซ้าย) ร่วมกับมีลักษณะการปวดเหมือนเข็มแทง และตามร่างกายมีอาการเจ็บเหมือนเข็มแทงเช่นกัน โดยในทางการแพทย์แผนจีนนั้นจัดเป็นอาการที่พบในกลุ่มอาการเลือดคั่ง จัดเป็นอาการแกร่ง นอกจากนี้แล้วผู้ป่วยยังมีอาการอ่อนเพลีย ขี้หนาว ขับถ่ายไม่สะดวก และไม่สามารถทนทานต่ออากาศที่เปลี่ยนแปลงไปได้ อาการดังกล่าวนั้นมีสาเหตุมาจาก ชี่ของกระเพาะอาหารและม้ามพร่อง จัดเป็นอาการพร่อง

สำหรับชีพจรนั้นมีชีพจรตึงและเล็ก โดยชีพจรตึงนั้นบ่งบอกถึงการไหลเวียนของชี่และเลือดในเส้นลมปราณตับและถุงนํ้าดีไม่ดี ซึ่งเส้นลมปราณดังกล่าวนั้นมีทิศทางพาดผ่านศีรษะด้านข้าง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีอาการปวด ส่วนชีพจรเล็กนั้นจะบ่งบอกถึงภาวะพร่องในร่างกาย

สำหรับลิ้นนั้นพบขอบลิ้นมีรอยฟัน ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะพร่อง

โดยสรุปในผู้ป่วยรายนี้นั้นจึงมีทั้งอาการแกร่งและพร่องอยู่ร่วมกัน การรักษาจึงด้วยยาสมุนไพรจีนจึงต้องมีการปรับตัวยาและขนาดยาให้เหมาะสม ซึ่งต้องใช้ทั้งหลักการบำรุงและระบายร่วมกัน

หลังการรักษาไปเพียง 1 อาทิตย์ อาการปวดศีรษะก็ได้ทุเลาลงไปกว่า 90%(จากการประเมินด้วยตนเองของผู้ป่วย) อาการเจ็บเหมือนเข็มแทงตามร่างกายหายไป และเมื่อรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 1เดือนกว่าพบว่าอาการปวดศีรษะนั้นทุเลาลงไปอย่างมาก โดยอาจพบบ้างเป็นบางครั้งบางคราวและระดับความรุนแรงค่อนข้างเบาบาง

จากประสบการณ์ของผู้เขียนนั้นพบว่าอาการปวดศีรษะสามารถใช้ยาสมุนไพรจีนเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาได้ทั้งสิ้น โดยผลการรักษามักเป็นที่น่าพอใจ ในบางกรณีอาจต้องมีการรักษาควบคู่ไปกับการฝังเข็มร่วมด้วย อย่างไรก็ตามควรตรวจหาสาเหตุอื่นๆเพิ่มเติมหากจำเป็น เช่น เนื้องอกในสมอง เลือดออกในสมอง การติดเชื้อในสมองหรือเยื่อหุ้มสมอง เป็นต้น เพื่อความแม่นยำในการวินิจฉัยและรักษาต่อไป

บันทึกข้อมูลการรักษาโดย
แพทย์จีนวรพงศ์ ชัยสิงหาญ (เฉิน จู เซิง)
คลินิกอายุรกรรม

 

This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy  ,  Cookies Policy