หลักการดูแลตนเองสำหรับผู้ปวดศีรษะ

Last updated: 22 Jul 2022  |  11536 Views  | 

หลักการดูแลตนเองสำหรับผู้ปวดศีรษะ

ตามศาสตร์การแพทย์จีน หากจะวินิจฉัยการปวดศีรษะตามลักษณะอาการปวดนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อใหญ่ๆ คือ

1. ปวดศีรษะแบบแกร่ง

สาเหตุเกิดจาก
1.1 ปัจจัยภายนอก ซึ่งก็คือ ลิ่วอิ่น (六淫 : ปัจจัยก่อโรคภายนอกทั้ง 6) คือ ลม ความเย็น ความร้อน ความชื้น ความแห้งและไฟ แต่สาเหตุหลักๆที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะคือลมซึ่งลมมักจะชักนำปัจจัยก่อโรคอื่นๆเช่นความเย็น ความร้อนและความชื้นเป็นลมร้อน ลมเย็นหรือลมชื้น ดังนั้นสาเหตุหลักในการเกิดอาการปวดศีรษะแบบแกร่งคือ "ลมเย็น" "ลมร้อน" และ "ลมชื้น"

1.2  ปัจจัยภายในหรือที่เรียกว่าเน่ยซาง (内伤) อวัยวะหลักภายในที่มีความสัมพันธ์กับอาการปวดศีรษะคือ ตับ ม้ามและไต ตับเป็นอวัยวะหลักที่ก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะแบบแกร่ง เนื่องจากตับเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่การกระจายชี่ หากการกระจายชี่ของตับเสียสมดุลจะเกิดภาวะชี่ติดขัด จนเกิดการอุดกั้นของชี่ หากปล่อยไว้เวลานานจะเกิดความร้อนจนเข้าสู่ภาวะหยางตับแกร่งในที่สุด นอกจากนี้ยังมีสาเหตุจาก การเลือดคั่งและเสมหะสกปรกอีกด้วย

ลักษณะอาการปวดศีรษะแบบแกร่ง

ลักษณะเด่น  มักเกิดโรคแบบเฉียบพลัน รวดเร็ว ระยะเวลาที่เป็นสั้น

หากสาเหตุเกิดจากปัจจัยภายนอก

1. ลมเย็น  อาการปวดมักรุนแรง ปวดแบบตึงเกร็งหรือโดนดึงรัด  มีการปวดต้นคอ บ่า ไหล่ และปวดหลังร่วมด้วย

2. ลมร้อน  จะปวดแบบพองๆอาจปวดรุนแรงจนถึงขึ้นรู้สึกว่าศีรษะกำลังจะแตกหรือระเบิด

3. ลมชื้น  ปวดแบบตื้อๆหนักๆ เหมือนศีรษะมีอะไรมาโอบรัดคล้ายสวมหมวกหรือโพกผ้าไว้

สาเหตุจากปัจจัยภายใน

1. ตับหยางแกร่ง ปวดศีรษะแบบมึนแน่นโดยเฉพาะด้านข้างศีรษะทั้ง 2 ด้าน  ผู้ป่วยมักมีจิตใจร้อนรุ่ม หงุดหงิดง่าย

2.  เลือดคั่ง ปวดเหมือนโดนเข็มทิ่มแทง มีประวัติการปวดศีรษะมาเป็นเวลานาน ปวดในตำแหน่งเดิมซ้ำๆ

3.  เสมหะสกปรกอุดกั้น  ปวดแบบมึนหนัก อาจมีอาการแน่นหน้าอกร่วมด้วย

ปวดศีรษะแบบพร่อง
สาเหตุเกิดจากปัจจัยภายในเนื่องจากสมองและทะเลแห่งไขสมอง (髓海) การปวดศีรษะแบบพร่องเกี่ยวข้องกับสองอวัยวะหลักคือไตและม้าม เนื่องจากไตสัมพันธ์กับกระดูกและเป็นแหล่งกำเนิดไขสันหลัง ส่วนสมองเป็นแหล่งรวมของไขสันหลัง หากไตพร่องไขสันหลังไม่เพียงพอก็ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ ส่วนม้ามเป็นอวัยวะหลักของระบบย่อยอาหาร เป็นแหล่งกำเนิดของเลือดและชี่เพื่อไปเลี้ยงส่วนอื่นๆของร่างกาย หากม้ามพร่อง สมองจะได้รับการหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอก็ส่งผลให้เกิดอาการปวดศีรษะได้เช่นกัน

ลักษณะอาการปวดศีรษะแบบพร่อง

ลักษณะเด่น  มักเกิดโรคแบบช้าๆ เป็นระยะเวลานาน อาการปวดไม่รุนแรง

1. เลือดพร่อง อาการปวดจะไม่รุนแรงแต่จะปวดแบบน่ารำคาญ บางครั้งมีอาการวิงเวียนศีรษะ

2. ไตพร่อง  ปวดแบบกลวงๆโล่งๆ มีอาการวิงเวียน บ้านหมุน มีเสียงในหูร่วมด้วย

การวินิจฉัยการปวดศีรษะตามลักษณะการปวดว่าเป็นแบบแกร่งหรือแบบพร่องหรือวินิจฉัยตามหลักยินหยางเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการวินิจฉัยเท่านั้น  เพราะศาสตร์การแพทย์แผนจีนยังมีการวินิจฉัยตำแหน่งการปวดซึ่งเชื่อมกับจิงลั่ว (เส้นลมปราณ) ซึ่งจะกล่าวในบทความครั้งต่อไป

ตำแหน่งปวดศีรษะกับจิงลั่ว
หลักจากที่เราวินิจฉัยการปวดศีรษะตามหลักแกร่งพร่อง หลักอินหยางแล้วลำดับต่อมาเราจะมาดูการวินิจฉัยจากตำแหน่งที่ปวดศีรษะว่าเกี่ยวกับจิ้งลั่วใดและสัมพันธ์กับอวัยวะใด เนื่องจากตำแหน่งที่ปวดศีรษะมีความสำคัญต่อการวินิจฉัยและมีผลต่อการเลือกใช้ยา

- ปวดศีรษะบริเวณหน้าผากหรือบริเวณโหนกคิ้วเป็นตำแหน่งจิงลั่วหยางหมิง(阳明)

- ปวดศีรษะบริเวณศีรษะด้านหลัง ต้นคอ ท้ายทอยและบ่า เป็นตำแหน่งจิงลั่วไท่หยาง(太阳)

- ปวดศีรษะบริเวณด้านข้างศีรษะ ขมับ จนไปถึงใบหู เป็นตำแหน่งจิงลั่วเซ่าหยาง(少阳)

- ปวดศีรษะบริเวณกลางกระหม่อม ตลอดจนตาทั้งสองข้างเป็นตำแหน่งจิงลั่วเจวี๋ยอิน(厥阴)

การจำแนกกลุ่มอาการปวดศีรษะตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน

ปัจจัยภายนอก

1. ปวดศีรษะจากลมเย็น
อาการ :อาการปวดมักรุนแรง ปวดแบบตึงเกร็งหรือโดนดึงรัด  มีการปวดต้นคอ บ่า ไหล่ และปวดหลังร่วมด้วยกลัวลมกลัวความเย็น เมื่อเจอลมเย็นอาการปวดศีรษะหนักขึ้นและเมื่อเจอความร้อนอาการทุเลาลง

ฝ้าลิ้นบางขาว ชีพจร ลอยตึง

หลักการรักษา : ขจัดลมเย็น บรรเทาปวด

2.ปวดศีรษะจากลมร้อน
อาการ :ปวดแบบตึงๆอาจปวดรุนแรงจนถึงขึ้นรู้สึกว่าศีรษะกำลังจะแตกหรือระเบิด มีไข้และกลัวลม หน้าแดง ตาแดง กระหายน้ำ ท้องผูก ปัสสาวะสีเข้ม ปลายลิ้นแดง ฝ้าลิ้นเหลืองบาง ชีพจรลอยเร็ว

หลักการรักษา :ขจัดลมร้อน ปรับเส้นลมปราณ

3. ปวดศีรษะจากลมชื้น
อาการ :ปวดแบบตื้อๆหนักๆ เหมือนศีรษะมีอะไรมาผูกรัดคล้ายสวมหมวกหรือโพกผ้าไว้ รู้สึกหนักเนื้อหนักตัว เมื่อยตามแขนขา แน่นหน้าอก เบื่ออาหาร ถ่ายเหลว ฝ้าลิ้นหนาขาว ชีพจรอ่อนนุ่ม

หลักการรักษา :ขจัดลมชื้น ทะลวงทวาร

ปัจจัยภายใน

1.ตับหยางแกร่ง
อาการ : ปวดศีรษะแบบมึนแน่นโดยเฉพาะด้านข้างศีรษะทั้ง 2 ด้าน  ผู้ป่วยมักมีอารมณ์ร้อนรุ่ม หงุดหงิดง่าย นอนหลับไม่สนิท ปากขม หน้าแดง ปวดเสียดชายโครง ลิ้นแดง ฝ้าลิ้นเหลือง ชีพจรตึงเร็ว

หลักการรักษา : สงบลมตับ ถ่วงหยางตับให้ลดลง

2. เลือดพร่อง
อาการ : ปวดแบบรำคาญ มีประวัติการปวดศีรษะมาเป็นเวลานาน ใจสั่น  นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย สีหน้าไม่สดใส หากเหนื่อยอาการปวดจะหนักมากขึ้น ลิ้นซีด ฝ้าลิ้นขาวบาง ชีพจร ละเอียด อ่อนแรง

หลักการรักษา :บำรุงเลือด เพิ่มอิน ปรับเส้นลมปราณ ระงับปวด

3.  เสมหะสกปรกอุดกั้น 
อาการ :ปวดแบบมึนหนัก อาจมีอาการแน่นหน้าอกร่วมด้วย ไม่อยากอาการ คลื่นไส้ ฝ้าลิ้นขาวหนา ชีพจรลื่นหรือตึงลื่น

หลักการรักษา :บำรุงม้าม กำจัดความชื้น  สลายเสมหะลดเสมหะที่ลอยขึ้นสู่สมอง

4. ไตพร่อง
อาการ :ปวดแบบกลวงๆโล่งๆ มีอาการวิงเวียน บ้านหมุน มีเสียงในหู มีอาการของกลุ่มอาการไตพร่องช่น ปวดเมื่อยเอวหรือขา  เข้าอ่อน อ่อนเพลีย  อสุจิเคลื่อนง่าย ลิ้นแดง ฝ้าลิ้นน้อย  ชีพจรละเอียดไม่มีแรง

5. เลือดคั่ง
อาการ : ปวดเหมือนโดนเข็มทิ่มแทง มีประวัติการปวดศีรษะมาเป็นเวลานาน ปวดในตำแหน่งเดิมซ้ำๆ ซึ่งกลุ่มอาการเลือดคั่งนี้มักเกิดในผู้ที่เคยได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ

หลักการรักษา :เพิ่มการไหลเวียนเลือด สลายเลือดคั่ง ทะลวงเส้นลมปราณ ระงับปวด

การรักษาอาการปวดศีรษะด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีนนั้น นอกจากจะรับประทานยาจีน ฝังเข็ม หรือการทุยหนาแล้ว การดูแลตนเองของผู้ป่วยก็มีความสำคัญเช่นกัน

การดูแลตนเองเบื้องต้นเมื่อท่านมีอาการปวดศีรษะ วิธีการที่จะแนะนำต่อไปนี้เป็นวิธีง่ายๆแต่ได้ผลดีเยี่ยมและไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย


หลักการดูแลตนเองสำหรับผู้ปวดศีรษะ

1.ผู้ที่ปวดศีรษะโดยปวดต้นคอ บ่า ไหล่ และปวดหลังร่วมด้วย
มักเกิดในผู้ที่ปวดศีรษะจากลมเย็นผู้ป่วยจึงควรหลีกเลี่ยงอากาศเย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องดื่มหรืออาหารที่มีฤทธิ์เย็น น้ำเย็น วิธีการสังเกตตนเองอย่างง่ายคือ หากท่านโดนความเย็นเช่นนั่งทำงานในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศอุณหภูมิต่ำๆ นั่งใต้เครื่องปรับอากาศที่โดนลมกระทบบริเวณศีรษะหรือต้นคอแล้วเกิดอาการปวดเมื่อย หลังจากนั้นจะเริ่มปวดศีรษะ  แนะนำให้ดื่มน้ำอุ่น นวดผ่อนคลายบริเวณคอบ่าไหล่ และประคบร้อนโดยนำผ้าขนหนูแช่ในน้ำอุ่นบิดพอหมาดแล้วประคบบริเวณที่ปวด หรืออาจใช้ถุงน้ำร้อนแทนก็ได้เช่นกัน

2.ผู้ที่ปวดศีรษะบริเวณขมับ หรือด้านข้างศีรษะทั้ง 2 ด้าน 
มักเกิดในผู้ที่มีภาวะตับหยางแกร่ง  พบในผู้ที่วิตกกังวล มีความเครียด  หากท่านมีอาการปวดศีรษะบริเวณดังกล่าวแนะนำให้ลองนำน้ำแข็งประคบบริเวณที่ปวด โดยเฉพาะขมับซึ่งเป็นบริเวณที่มักเกิดอาการปวดได้บ่อย บริเวณขมับยังมีจุดลมปราณที่เรียกว่า “จุดไท่หยาง” (太阳穴) อยู่บริเวณหางคิ้ว  ซึ่งเป็นจุดที่ใช้ในการรักษาอาการปวดศีรษะรวมไปถึงใช้ในผู้ที่รู้สึกสายตาเมื่อยล้าได้อีกด้วย นอกจากจะประคบด้วยน้ำแข็งแล้ว ท่านอาจกดจุดหรือนวดเบาๆบริเวณจุดไท่หยาง เป็นจำนวน3เช็ต เซ็ดละ10-15ครั้ง

3. ผู้ที่ปวดศีรษะโดยปัจจัยภายนอกจากลม
เนื่องจากลมคือสาเหตุหลักของการปวดศีรษะจากปัจจัยภายนอก ในจุดลมปราณมีจุดที่ชื่อว่า “เฟิงฉือ”(风池)เฟิง”(风)หมายถึงลม ดังนั้น “เฟิงฉือ” จึงเป็นจุดที่ศาสตร์การแพทย์แผนจีนใช้รักษาโรคทั้งหมดที่มีสาเหตุจากลม

จุดที่ใช้ในการรักษาอาการปวดศีรษะ

1.  จุดไท่หยาง 太阳穴
ตำแหน่งอยู่บริเวณขมับ โดยใช้นิ้วกลางทาบที่ปลายหางตาในแนวตั้ง ตำแหน่งอยู่กึ่งกลางระหว่างปลายหางคิ้วกับหางตา


Cr.Photo : zhuanlan.zhihu.com 


2. จุดเฟิงฉือ 风池
ตำแหน่งคือบริเวณใต้ฐานกะโหลกศีรษะ  โดยใช้ปลายนิ้วลากจากติ่งหูไปที่แอ่งใต้ฐานกะโหลกศีรษะ


Cr.Photo : www.epochtimes.com

 
3. จุดไป่หุ้ย 百会 เป็นจุดกลางกระหม่อมศีรษะโดยลากเส้นเชื่อมระหว่างยอดใบหูทั้งสองข้างตัดกับเส้นแกนกลางลำตัว


Cr.Photo : epochtimes.com



4.  จุดยิ้นถาง
印堂  
เป็นจุดที่อยู่ระหว่าหัวคิ้วทั้งสอง


Cr.Photo : kknews.cc/astrology


5.  จุดเหอกู่ 合谷 ใช้เส้นลายนิ้วมือบนนิ้วโป้งด้านหนึ่ง ทาบบนหลังฝ่ามือระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ของอีกด้านหนึ่ง




6.  จุดไท่ชง 太冲 อยู่บนบริเวณหลังเท้าแอ่งกระดูกระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ ให้คลึงหรือนวดบริเวณจุดที่แนะนำเป็นจำนวน3เซ็ต เซ็ตละ10-15ครั้ง


Cr.Photo : www.kwongwah.com

 
บทความโดย แพทย์จีนกฤตยา   โจ้งจาบ  (จง หยวน หยวน)
แผนกอายุรกรรม  คลินิกหัวเฉียวแพทย์แผนจีน สาขาศรีราชา


 

This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy  and  Cookies Policy