แด่เธอผู้แบกรับความไม่สมบูรณ์ของชีวิต: เมื่อโรคนั้นรักษาไม่หาย

Last updated: 2 ก.พ. 2569  |  994 จำนวนผู้เข้าชม  | 

แด่เธอผู้แบกรับความไม่สมบูรณ์ของชีวิต: เมื่อโรคนั้นรักษาไม่หาย

“โรคของคุณ….รักษาไม่หายหรอก” คำพูดสั้นๆ นี้กลับหนักอึ้งเกินกว่าที่หัวใจดวงหนึ่งจะรับไหว มันไม่ใช่แค่การบอกว่าเรากำลังป่วย แต่คือการพรากอนาคตที่เราเคยวาดฝันไว้ไปอย่างสิ้นเชิง ความหวังที่จะได้วิ่งอย่างอิสระ ความฝันที่จะได้เดินทางไปในที่ที่อยากไป หรือแม้แต่ความสุขง่ายๆ ในการใช้ชีวิตอย่างคนทั่วไป... ทุกอย่างถูกพับเก็บไว้ในกล่องแห่งความทรงจำ แล้วแทนที่ด้วยความกลัวและความเจ็บปวดที่ต้องเผชิญในทุกๆ วัน น้ำตาที่ไหลออกมา ไม่ใช่เพราะความอ่อนแอ แต่มันคือการปล่อยความทุกข์ที่อัดอั้นในใจ น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่ร่วงหล่นลงมาเวลาที่ผมต้องรับฟังความทุกข์ของคนไข้ คือเครื่องหมายของหัวใจที่กำลังยอมรับว่าชีวิตจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ในทุกๆวันที่ผมนั่งตรวจคนไข้ หลายครั้งที่ต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆกับตัวโรคที่ดูซับซ้อนและหลายเคสนั้นมีความเรื้อรังเกินกว่าที่หมอคนหนึ่งจะจินตนาการได้ว่ามันยากเพียงใดที่คนไข้ต้องทนทุกข์กับการใช้ชีวิตโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของตัวโรคที่ตนเองเป็นอยู่ คนไข้หลายเคสมีบ้างที่ทำใจยอมรับได้ แต่ก็มีอีกหลายเคสที่พยายามจนสุดทางเพื่อให้ร่างกายของตนเองกลับมาหายได้อย่างเดิม พร้อมวาดฝันกับหมอที่รักษาอยู่ด้วยว่าสักวันหนึ่ง เราจะหายจากโรคนี้ให้จงได้ 

ถึงแม้ในวันที่มืดมิดที่สุดนั้นจะเกิดขึ้นกับชีวิตเรา แต่เราอาจจะได้เรียนรู้ว่า แสงสว่างไม่ได้มาจากภายนอก แต่มาจากภายในของตัวเราเอง ผมเห็นคนไข้ไม่น้อยที่มักจะมีคนสำคัญคอยมานั่งฟังหมอเป็นเพื่อนตลอด คอยดูแลและให้กำลังใจตัวคนไข้อยู่ไม่ห่าง บางทีแสงสว่างนั้นมันอาจจะมาจากรอยยิ้มของคนที่เรารักที่ยังอยู่เคียงข้าง มันอาจจะมาจากลมหายใจที่ยังคงเป็นของเราในทุกๆเช้าที่ตื่นขึ้นมา มันอาจจะมาจากความกล้าที่จะลุกขึ้นเดินต่อไป แม้จะรู้ว่าทางข้างหน้าไม่ราบรื่น ดังนั้นการเป็นโรคที่รักษาไม่หาย ไม่ใช่การยอมแพ้ แต่คือการเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างสง่างามที่สุด เราอาจไม่ได้แข็งแรงเหมือนเดิม แต่หัวใจของเราสามารถเข้มแข็งกว่าที่เคยได้ เราอาจไม่ได้มีอนาคตที่สมบูรณ์แบบ แต่เราสามารถสร้างปัจจุบันที่มีความหมายได้ในทุกๆ วันใช่ไหมครับ วันนี้เรามาตามหาเส้นทางความไม่สมบูรณ์แบบนี้ในแนวทางของแพทย์แผนจีนกันครับว่าเราต้องปฏิบัติตนอย่างไรกันบ้าง

เส้นทางสู่การเยียวยาจากภายใน: การดูแลร่างกายและจิตใจอย่างรอบด้าน
เมื่อโรคภัยไข้เจ็บที่เจ็บปวดได้ถูกเผยออกมา เราจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่กับมัน ไม่ใช่แค่การทนอยู่ไปวันๆ แต่เป็นการฟื้นฟูตนเองอย่างรอบด้าน ทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ เพื่อให้ชีวิตที่เหลืออยู่มีคุณภาพและมีความสุขที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

1. ก้าวผ่านความรู้สึกที่พังทลาย: จิตวิทยาเชิงให้กำลังใจ
การรับมือกับอารมณ์ที่พังทลายเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด โดยเชื่อว่าการยอมรับและเข้าใจความรู้สึกของตนเองจะช่วยให้เราสามารถก้าวเดินต่อไปได้

- ยอมรับและปล่อยวาง: อย่าพยายามปฏิเสธความรู้สึกของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นความโกรธ ความเศร้า หรือความสับสน อนุญาตให้ตัวเองได้รู้สึกและแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติ การร้องไห้ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่คือการระบายความเจ็บปวดออกไป เพื่อให้เราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้

- สร้างเป้าหมายเล็กๆ: ในวันที่รู้สึกหมดหวัง การตั้งเป้าหมายเล็กๆ ที่ทำได้ในแต่ละวัน เช่น การตื่นนอนตรงเวลา การทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือการทำกิจกรรมที่ชอบ จะช่วยให้เรากลับมามีพลังใจอีกครั้ง เพราะความรู้สึกสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้จะค่อยๆ เติมเต็มความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง

- ค้นหาความหมายใหม่: คุณอาจจะเคยนิยามตัวเองว่าเป็นคนเก่ง ร่ำรวย มีความสุขในทุกๆด้านแต่เมื่อต้องประสบปัญหาโรคภัยไข้เจ็บที่เรื้อรังและต้องใช้เวลาเยียวยาอยู่นั้น ผมก็ยังอยากให้ทุกท่านมองหาเป้าหมายใหม่ๆที่ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจและตามหานิยามใหม่ของชีวิต อาจเป็นการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ การทำงานอาสาเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น หรือการใช้เวลาคุณภาพกับคนที่เรารัก ความหมายใหม่เหล่านี้จะกลายเป็นเข็มทิศนำทางให้เราก้าวเดินต่อไปในวันที่มืดมนที่สุด

- โอบกอดความไม่สมบูรณ์: ชีวิตที่สมบูรณ์แบบไม่ได้หมายถึงการไม่มีบาดแผล แต่คือการยอมรับและรักตัวเองในแบบที่เราเป็น พร้อมกับร่องรอยของความเจ็บปวดและเรื่องราวที่ผ่านมา การเป็นโรคเรื้อรังหรือรักษาไม่หายถึงแม้มันอาจจะเป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับได้ แต่เมื่อวันนั้นมาถึง ตัวเราเองก็ควรทำความเข้าใจ ให้เวลากับตัวเองและก้าวต่อไปอย่างเข้มแข็งในวันข้างหน้า

2. ฟื้นฟูสมดุลของชีวิต: หลักการแพทย์แผนจีน
การแพทย์แผนจีนมองว่าร่างกายมนุษย์คือระบบที่เชื่อมโยงกันอย่างสมดุล การเจ็บป่วยคือภาวะที่สมดุลของร่างกาย (อิน-หยาง) และพลังงานชีวิต (ชี่-เลือด) สูญเสียไป การดูแลตัวเองจึงมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูสมดุลนี้จากภายใน

- ฟื้นฟู "ชี่-เลือด" (พลังงานชีวิต): เมื่อเจ็บป่วยพลังงานชีวิตจะอ่อนแอลง ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียและหมดแรงได้ง่าย การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะช่วง 4 ทุ่มถึงเที่ยงคืน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อวัยวะสำคัญต่างๆจะทำงานเพื่อซ่อมแซมตัวเอง ฟื้นฟูพลังงานในร่างกายได้ดีที่สุด นอกจากนี้ การฝึกหายใจเข้า-ออกอย่างลึกๆ ช้าๆ ยังช่วยให้พลังงานไหลเวียนได้ดีขึ้นอีกด้วย โดยถึงแม้จะเป็นโรคนอนไม่หลับเรื้อรังก็ตาม แต่ก็ยังคงจำเป็นต้องใส่ใจและดูแลการใช้ชีวิตด้านนี้ให้มากที่สุด

- ปรับสมดุล "อิน-หยาง": อาหารและการใช้ชีวิตส่งผลโดยตรงต่อสมดุลของร่างกาย ควรเลือกทานอาหารที่มีฤทธิ์กลางๆ และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดหรืออาหารแปรรูปมากเกินไป เช่น ฟักทอง มันม่วง ข้าวกล้อง และผักใบเขียวบางชนิด เป็นต้น เพื่อช่วยปรับสมดุลในร่างกาย นอกจากนี้ การดื่มชาสมุนไพรบางชนิด เช่น ชาขิงที่ช่วยเพิ่มหยางในร่างกาย หรือชาเก๊กฮวยที่ระบายความร้อน ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยบำรุงสุขภาพได้ในวันที่เราพบว่าตัวเองต้องเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ

- ดูแลอารมณ์: การแพทย์แผนจีนเชื่อว่าอารมณ์ต่างๆ ส่งผลต่ออวัยวะภายในโดยตรง เช่น ความโศกเศร้าส่งผลต่อปอด และ ความกังวลครุ่นคิดมากส่งผลต่อม้าม การทำกิจกรรมที่ช่วยให้จิตใจสงบลง เช่น การฝึกโยคะ ทำสมาธิ หรือไท้เก๊ก รวมถึงงานอดิเรกและกิจกรรมที่เราเคยชอบในวัยเด็กที่อาจจะหลงลืมมันไป ก็ยังสามารถนำกลับมาลงมือทำเพื่อที่จะช่วยให้เราจัดการกับอารมณ์เชิงลบได้ดีขึ้น และทำให้พลังงานในร่างกายไหลเวียนได้อย่างราบรื่น

เพราะในท้ายที่สุดแล้ว ชีวิตไม่ได้ถูกวัดด้วยจำนวนปีที่เราอยู่บนโลกนี้ แต่วัดด้วยความรู้สึกที่เราได้มอบให้คนรอบข้าง วัดด้วยความสุขที่เราได้ค้นพบในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ และวัดด้วยความกล้าที่เราได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในแบบที่เราเป็น... อย่างที่ควรจะเป็น 

ซึ่งผม ในฐานะแพทย์จีนคนหนึ่ง ก็อยากขอเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทุกท่าน ที่ยังคงหวังที่จะร่วมเดินทางและติดตามเฝ้าดูอาการไปกับคนไข้ทุกท่าน และแค่คาดหวังว่าสักวันหนึ่ง คำว่า “โรคที่รักษาไม่หาย” ที่อยู่ในตัวคนไข้จะสามารถดีขึ้นหรือช่วยเยียวยาหัวใจคนไข้ได้

โปรดจำไว้อย่างหนึ่งว่า 

“ในวันที่คุณไม่มีทางเลือก แพทย์จีนยังคงเลือกที่จะเคียงข้างคุณเสมอ” 

___________________________________________________

บทความโดย
แพทย์จีน ต้นสกุล สังข์ทอง (หมอจีน ซ่ง เซียน เนี่ยน)
宋先念 中医师
TCM. Dr. Tonsakul Sungthong (Song Xian Nian)

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้