อาการมือเท้าชา จากการรักษามะเร็ง

Last updated: 23 มี.ค. 2569  |  13 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อาการมือเท้าชา จากการรักษามะเร็ง

อาการมือเท้าชาจากการรักษามะเร็ง ทางการแพทย์เรียกว่า Chemotherapy‑induced peripheral neuropathy (CIPN) คือภาวะที่เส้นประสาทส่วนปลายถูกทำลายจากยาเคมีบำบัด ทำให้เกิดอาการชาที่มือ เท้า หรือปลายประสาท

1.สาเหตุ

เกิดจากการให้ยาเคมีบำบัดบางชนิดมีผลต่อเส้นประสาท ทำให้เส้นประสาทรับความรู้สึกทำงานผิดปกติ เช่น
• กลุ่ม Taxanes เช่น Paclitaxel, Docetaxel
• กลุ่ม Platinum เช่น Cisplatin, Oxaliplatin
• กลุ่ม Vinca alkaloids เช่น Vincristine
• กลุ่ม Proteasome inhibitors เช่น Bortezomib

ยาเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของเซลล์ประสาทอาจทำให้
• เส้นประสาทอักเสบ
• ปลอกไมอีลินของเส้นประสาทเสีย
• การส่งสัญญาณประสาทช้าลง

2. อาการ

อาการมักเริ่มจาก ปลายมือปลายเท้า แล้วลามขึ้นมือเท้า

อาการด้านความรู้สึก
• ชาเหมือนใส่ถุงมือหรือถุงเท้าอยู่ตลอดเวลา
• เหมือน เข็มทิ่ม หรือ ไฟช็อต
• แสบร้อน หรือ ปวดแสบปวดร้อน
• เสียวซ่า
• ไวต่อความเย็น การรับรู้ความร้อนเย็นผิดปกติ

อาการด้านการเคลื่อนไหว
• กล้ามเนื้ออ่อนแรง
• จับของไม่ถนัด
• เดินไม่มั่นคง สูญเสียการทรงตัว


3. ระยะเวลาการเกิด

อาจเกิดได้ 3 แบบ
• เกิดระหว่างให้ยาเคมีบำบัด
• เกิดหลังให้ยาเคมีบำบัดหลายครั้ง (สะสม)
• เกิดหลังจบยาเคมีบำบัดแล้วหลายเดือน

4. การรักษา ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน

แต่เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องให้ยาเคมีบำบัดต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน  ทำให้อาการมือเท้าชามักจะกินระยะเวลานานจนถึงหลังจบการให้ยาเคมีบำบัดแล้วหลายเดือนหรือ1-2 ปี  ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาที่หายขาด การแพทย์แผนจีนจึงเป็นทางเลือกที่สามารถช่วยลดอาการได้ดี  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น 

ตามลักษณะทางคลินิกและคัมภีร์แพทย์จีนโบราณภาวะน้ำในช่องท้อง จัดอยู่ในกลุ่ม “หมามู้-麻木”

กลไกการเกิดโรคคือ ภาวะพร่อง (本虚) และ ภาวะเลือดคั่ง (血瘀) โดยถือว่า “ความพร่อง” เป็นสาเหตุหลัก และ “เลือดคั่ง” เป็นอาการแสดงรอง เนื่องจากการเกิดมะเร็งมักมีพื้นฐานจากภูมิต้านทานของร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว เมื่อได้รับยาเคมีบำบัดซึ่งมีฤทธิ์เป็นพิษและทำลาย ก็ยิ่งทำให้ร่างกายบาดเจ็บมากขึ้น ดังนั้น นอกจากจะมีอาการพิษต่อเส้นประสาทส่วนปลายแล้ว มักพบอาการของภาวะพร่องร่วมด้วย เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร ถ่ายเหลว เป็นต้น 

ซึ่งตามการวินิจฉัยแยกโรคของแพทย์แผนจีนจัดอยู่ในกลุ่ม “ชี่พร่อง เลือดคั่ง ความเย็นจับตัวอุดกั้นเส้นลมปราณ” โดยชี่พร่องเป็นรากฐาน ส่วนเลือดคั่งและพิษเป็นอาการแสดง ทำให้เลือดคั่งอุดกั้นเส้นลมปราณ เลี้ยงปลายมือปลายเท้าไม่เพียงพอ จึงเกิดอาการชาและความผิดปกติของความรู้สึก หากพลังเว่ยชี่ (卫气) อ่อนแอ จะทำให้อาการกำเริบมากขึ้นเมื่อเจอลมหรือความเย็น อีกทั้งเมื่อเลือดไปเลี้ยงเอ็นและกล้ามเนื้อไม่เพียงพอ ก็จะทำให้เกิดความผิดปกติในการเคลื่อนไหวของแขนขาได้

ในด้านการรักษา แพทย์แผนจีนให้ความสำคัญอย่างมากกับการใช้วิธี บำรุงชี่ (益气)  อุ่นเส้นลมปราณ (温经) กระตุ้นการไหลเวียนเลือดและสลายเลือดคั่ง (活血化瘀) ทำให้เส้นลมปราณโล่ง (通络) เสริมการทำงานของม้าม (健脾) และ ขับความชื้น (祛湿)

วิธีรักษาด้วยการรับประทานยาจีนควบคู่กับการทำหัตถการแช่มือเท้าด้วยสมุนไพรจีนและฝังเข็มอบความร้อน สามารถส่งผลให้อาการมือเท้าชาจากการให้ยาเคมีบำบัดดีขึ้นได้
_______________________________________________________

บทความโดย
แพทย์จีน ศศินิภา กายเจริญ (หมอจีน เฝิง เจี๋ย อวี่)
冯解语 中医师
TCM. Dr. Sasinipa Kaicharoen (Feng Jie Yu)

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้