Last updated: 14 ก.ย. 2569 | 25 จำนวนผู้เข้าชม |
ประวัติการเข้ารับการรักษาครั้งแรก
คนไข้ผู้ชายร่างใหญ่ อายุ 25 ปี นั่งรถเข็น



ประวัติปัจจุบัน : ผู้ป่วยมีประวัติผื่นผิวหนังอักเสบเรื้อรังเป็น ๆ หาย ๆ มาประมาณ 6 ปี เดิมมีอาการไม่มากและใช้ยาทาสเตียรอยด์เป็นระยะ ประมาณ 2 เดือนก่อนมาพบแพทย์ อาการกำเริบรุนแรงขึ้น ผื่นกระจายเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะบริเวณขาทั้งสองข้าง มีอาการบวม แดง ผิวหนังแตก มีน้ำเหลืองซึมจำนวนมากตลอดเวลา มีสะเก็ดและการลอกของผิวหนัง ร่วมกับอาการแสบร้อนและคันอย่างมากจนรบกวนการนอน ใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะหลับ ตื่นบ่อย ตอนดึกเกาไม่รู้ตัว และเวลาเดินจะเจ็บแสบจากผิวแตก จนมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ต้องใช้รถเข็นในวันที่มารับการตรวจ
ตรวจลิ้นและชีพจร : ลิ้นแดงคล้ำ ฝ้าขาวบาง ลิ้นอ้วน ชีพจรลื่นเร็ว
ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการก่อนหน้าเข้ารับการรักษา
IgE 969 IU/ml (ค่าปกติต่ำกว่า 100 IU/ml) บ่งบอกว่า ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายมีการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นหรือสารก่อภูมิแพ้สูงกว่าปกติ
การวินิจฉัยตามหลักการแพทย์แผนจีน
ตามหลักการแพทย์แผนจีนสามารถวิเคราะห์อาการโดยเชื่อมโยงระหว่าง ลักษณะผื่น อาการร่วม ลิ้น และชีพจร ได้ดังนี้
อาการเด่นที่สุดในระยะกำเริบรุนแรงคือ ผื่นแดง บวม คัน แสบร้อน และมีน้ำเหลืองไหลซึมจำนวนมาก
ในทฤษฎีการแพทย์แผนจีน ผื่นแดง และความรู้สึกแสบร้อน มักสัมพันธ์กับ 热 (ความร้อน) เมื่อมีความร้อนมาก เผาผลาญสารน้ำ จึงทำให้ผิวแตก
ขณะที่อาการบวม ผิวแฉะ และมีของเหลวหรือน้ำเหลืองซึม มักสัมพันธ์กับ 湿 (ความชื้น)
อาการคัน มักสัมพันธ์กับ 风 (ลม) ความร้อนในตัวเผาผลาญสารน้ำจนแสดงอาการผิวแห้งแตก กลายเป็นร้อนแห้งจึงเกิดลมแล้วเกิดอาการคัน
ดังนั้น เมื่อพบทั้งความแดงร้อนร่วมกับการบวมและมีของเหลวซึมจำนวนมาก จึงสามารถพิจารณากลุ่มอาการ 湿热蕴肤兼有风 — ความชื้นและความร้อนสะสมที่ผิวหนัง และมีลมมากระทบ เป็นกลไกสำคัญของระยะที่โรครุนแรงได้ ซึ่งลิ้นและชีพจรสอดคล้องกัน และยังอธิบายเกี่ยวกับการนอนได้ว่า เมื่อมีความร้อนมาก ความร้อนจะไปรบกวนหัวใจ ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ ตื่นบ่อย
การรักษา
จ่ายยาจีนเฉพาะบุคคลที่ลดความร้อนขับความชื้นไล่ลม ทั้งแบบรับประทาน 2 ครั้งต่อวัน และยาน้ำประคบที่ผื่น
ประกอบกับการฝังเข็ม และหัตถการระบายความร้อน
รักษาและปรับยาจีนต่อเนื่อง
แนะนำให้ปรับเรื่องอาหาร งดการอยู่ในที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด พยายามไม่ให้เหงื่อออก หรืออบร้อน

หลังเข้ารับการรักษา 2เดือน


ผื่นที่แขนและลำตัวดีขึ้น ผื่นแดงที่ขาลดลง มีน้ำเหลืองลดลง อาการบวมลดลง รอยแตกดีขึ้น คนไข้สามารถเดินเคลื่อนไหวได้โดยไม่เจ็บจากผิวแตก จึงไม่ต้องนั่งรถเข็น ที่เท้ายังมีอาการชัดเจน ใส่ได้แต่รองเท้าผ้า และคันมากเท่าเดิม ยังนอนหลับยากเพราะคัน แต่ไม่มีตื่นกลางดึก หากเหงื่อออก อาการผื่นจะแย่ลง คุมอาหารตามที่แพทย์สั่ง
จากอาการที่ดีขึ้น แสดงให้เห็นว่าความร้อนชื้นในร่างกายลดลง อาการที่เท้ายังมีมาก เนื่องจากตามทฤษฎีแพทย์แผนจีนความชื้นมีลักษณะที่หนัก มักจะมีอาการที่อวัยวะช่วงล่างของลำตัว และจะทำให้อาการหายช้า
การรักษา
จ่ายยาจีนเฉพาะบุคคลที่ลดความร้อนขับความชื้นไล่ลม ทั้งแบบรับประทาน 2 ครั้งต่อวัน และยาน้ำประคบที่ผื่น
ประกอบกับการฝังเข็ม และหัตถการระบายความร้อน
ระหว่างนี้มีอาการกำเริบบ้างเป็นระยะ ซึ่งเป็นลักษณะของโรคภูมิแพ้ผื่นผิวหนังอักเสบ ที่สามารถกำเริบได้ง่าย จากอาหารที่ไม่ถูกกับโรค สภาพอากาศ เหงื่อออก หรือการเกา โดยมือจะเป็นอวัยวะหนึ่งที่กำเริบบ่อย หายช้า เพราะต้องใช้หยิบจับ ล้างมือ โดนน้ำบ่อย แต่อาการที่กำเริบรุนแรงน้อยลง สั้นลงเรื่อยๆ
หลังเข้ารับการรักษา 6 เดือน


อาการผื่นดีขึ้นตามลำดับ อาการคันยังมาก รบกวนการนอน และยังเกาไม่รู้ตัวอยู่ ผื่นบางส่วนจางลงจนเริ่มเห็นเป็นผิวปกติ
การรักษา
จ่ายยาจีนเฉพาะบุคคลที่ลดความร้อนขับความชื้นไล่ลม ทั้งแบบรับประทาน 2 ครั้งต่อวัน
ยาภายนอกเปลี่ยนจากยาน้ำประคบ เป็นยาใช้ภายนอกของทางคลินิก
ประกอบกับการฝังเข็ม และหัตถการระบายความร้อน
หลังเข้ารับการรักษา 1 ปี


โดยรวมอาการของผื่นลดลงมาก ผื่นส่วนใหญ่จางลงจนเห็นเป็นผิวปกติ ยังคงมีกำเริบเป็นระยะ คันมาก นอนหลับไม่ค่อยดี
เนื่องจากเป็นผื่นผิวหนังอักเสบรุนแรงเรื้อรังเป็นเวลานาน ผิวที่ยังไม่แข็งแรงจะมีผื่นกำเริบง่าย และเกิดการระคายเคืองจากการสัมผัสได้ง่าย จึงต้องใช้เวลานานในการให้ผิวซ่อมแซมฟื้นฟูให้แข็งแรงดังเดิม
การรักษา
ระหว่างนี้เริ่มเปลี่ยนจากยาจีนเฉพาะบุคคล เป็นยาจีนสำเร็จรูป รูปแบบยาลูกกลอน แคปซูล
ใช้ยาภายนอกของทางคลินิก
หยุดการฝังเข็ม หัตถการระบายความร้อน
หลังเข้ารับการรักษา 1 ปี 6 เดือน



ผื่นที่ขาส่วนใหญ่จางลงจนเห็นเป็นผิวปกติ ไม่มีอาการผื่นน้ำเหลืองอักเสบกำเริบ มีผิวแห้ง อาการคันน้อย นอนหลับได้ปกติ ทานอาหารได้หลากหลายขึ้น
สิ้นสุดการรักษา
หมายเหตุ:
1. ผิวที่แห้งกร้าน สีคล้ำ เกิดจากเป็นผื่นซ้ำๆระยะเวลานาน เมื่อผื่นหายไม่กำเริบ ผิวจะมีเวลาค่อยๆฟื้นฟูต่อเนื่องจนกลับมาเป็นปกติ
2. ผิวด่างๆที่เห็นบางจุดเกิดจากยาทาภายนอกของคลินิกที่มีสีเขียว
สรุปผลการรักษา
ผู้ป่วยมีผื่นผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่กำเริบรุนแรง มีผื่นแดง บวม แสบร้อน คัน และมีน้ำเหลืองซึมมาก ซึ่งตามทฤษฎีแพทย์แผนจีนสัมพันธ์กับความร้อนและความชื้นสะสมที่ผิวหนังร่วมกับลม ทำให้เกิดการอักเสบและอาการคัน การรักษาจึงใช้หลักลดความร้อน ขับความชื้น และไล่ลม โดยใช้ยาจีนเฉพาะบุคคลร่วมกับยาภายนอก การฝังเข็ม และหัตถการระบายความร้อน
ผู้ป่วยให้ความร่วมมือในการควบคุมอาหาร หลีกเลี่ยงอากาศร้อนจัดหรือเย็นจัด เหงื่อ และปัจจัยที่กระตุ้นให้ผื่นกำเริบ หลังรักษา 2 เดือน ผื่นแดง บวม น้ำเหลือง และรอยแตกดีขึ้น สามารถเดินได้โดยไม่เจ็บจากผิวแตก แม้ยังมีอาการคันและผื่นบริเวณเท้าอยู่
เมื่อรักษาต่อเนื่อง 1 ปี 6 เดือน ผื่นบริเวณขาส่วนใหญ่จางลงจนเป็นผิวปกติ ไม่มีผื่นอักเสบหรือน้ำเหลืองกำเริบ อาการคันลดลง และกลับมานอนหลับ และใช้ชีวิตได้ตามปกติ
______________________________________________
บทความโดย
แพทย์จีน คณิฏฐ์ษา จิรัฐิติกาล (แพทย์จีนเซี่ย กุ้ย อิง)
谢桂英 中医师
TCM. Dr. Kharnitsa Jirathitikal (Xie Gui Ying)
เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ พจ.570
แผนกอายุรกรรมภายนอก
คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
11 ก.ย. 2569