Last updated: 17 ก.ย. 2569 | 19 จำนวนผู้เข้าชม |
ในตำราการแพทย์แผนจีน กลิ่นตัวถูกเรียกว่า“体气”(ถี่ชี่) หรือ “狐臭”(หูโช่ว) ซึ่งมีความหมายถึงกลิ่นพิเศษที่เล็ดลอดออกมาจากบริเวณรักแร้เป็นหลัก แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือการแพทย์แผนจีนไม่ได้มองว่ากลิ่นตัวเป็นปัญหาเฉพาะที่เหมือนการทาโรลออนแล้วจบไป แต่มองว่าเป็นการสะท้อนของความไม่สมดุลภายในร่างกาย
สองปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดกลิ่นตัว
การแพทย์แผนจีนอธิบายว่ากลิ่นตัวเกิดจากปัจจัยสองอย่างรวมกันได้แก่
1. พันธุกรรม(先天禀赋) บางคนมีโครงสร้างร่างกายที่ทำให้ต่อมเหงื่อทำงานต่างจากคนอื่น ซึ่งเป็นเรื่องของกรรมพันธุ์
2. ความชื้นและความร้อนในร่างกาย(湿热内蕴)คนที่ชอบกินของมัน ของทอด ของเผ็ด ดื่มแอลกอฮอล์ หรือพักผ่อนน้อย ร่างกายจะสะสม "ความชื้น" และ "ความร้อน" ไว้ภายใน เมื่อความร้อนและความชื้นนี้ถูกขับออกมาทางเหงื่อบริเวณรักแร้ ซึ่งเป็นจุดที่ระบายอากาศได้ไม่ดีนัก ก็เกิดการ "หมักหมม" ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์นั่นเอง
โดยสรุปคือพันธุกรรมเป็นปัจจัยพื้นฐานของกลิ่นตัว แต่การทานอาหารรสจัด หวานมัน ความร้อนความชื้นที่สะสมในร่างกายเป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดกลิ่นตัว
แนวทางแก้ไขตามการแพทย์แผนจีน
การแพทย์แผนจีนมองว่า "การรักษาที่ดีที่สุดคือการป้องกัน" วิธีดูแลตัวเองง่าย ๆดังนี้
• รักษาความสะอาดสุขอนามัยของร่างกาย ดูแลบริเวณอับชื้น จุดซ่อนเร้น หากเวลาเหงื่ออกมากควรรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า เปลี่ยนเสื้อผ้าชั้นในทุกวัน
• ทำให้รักแร้แห้งอยู่เสมอ เลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศดี
• เลิกบุหรี่และเหล้า สองสิ่งนี้คือตัวการสำคัญที่เติมความร้อนและความชื้นให้ร่างกาย
• ลดของเผ็ด ของมันและอาหารกลิ่นฉุน เช่น พริก กระเทียม หัวหอม ต้นหอม อาหารทอด ล้วนทำให้ความร้อนภายในสูงขึ้น
ลองสำรวจตัวเองคุณมีพื้นฐานร่างกายเป็นกลุ่มร้อนชื้น หรือไม่?
กลิ่นตัวมักเกิดขึ้นในคนที่มี พื้นฐานร่างกาย “กลุ่มร้อนชื้น” (湿热质)ซึ่งเป็น1ใน 9 กลุ่มพื้นฐานสุขภาพของร่างกายในการแพทย์แผนจีน(体质) โดยมักมีอาการเหล่านี้ : หน้ามัน เป็นสิวง่าย ปากขม คอแห้ง ผิวชื้นแฉะเหงื่อออกง่ายหรือตัวร้อน รู้สึกตัวหนักแขนขาหนัก เหนื่อยง่าย หงุดหงิดง่าย กระวนกระวาย อุจจาระเหนียว ขับถ่ายไม่สุด ในผู้หญิงมีตกขาวสีหลือง
ข้อแนะนำสำหรับคนที่มีพื้นฐานร่างกายเป็นกลุ่มร้อนชื้น
• กินอาหารช่วยลดความร้อน-ขับความชื้น เช่น ถั่วเขียว ฟัก ขึ้นฉ่าย ลูกเดือย
• ไม่นอนดึก การนอนดึกเป็นต้นเหตุของความร้อนตามหลักการแพทย์แผนจีน
• ขยับร่างกายเบา ๆ ออกกำลังกายให้เหงื่อออกนิดหน่อย ช่วยขับความชื้นทางผิวหนัง แต่อย่าให้เหนื่อยเกินไป
นอกจากนี้แนวคิดสำคัญของการแพทย์แผนจีนอีกอย่างหนึ่งคือ ชี่(气)ซึ่งเปรียบเสมือน "พลังชีวิต" ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายโดยมีหน้าที่สำคัญหลายอย่าง และหนึ่งในนั้นคือ "การควบคุมและยึดเหนี่ยว" หมายถึง การควบคุมไม่ให้ของเหลวในร่างกายไหลออกมามากเกินไป เมื่อชี่พร่อง(气虚)ร่างกายจะควบคุมเหงื่อไม่ได้ เหงื่อจึงออกมากผิดปกติ เมื่อเหงื่อมากและมีความชื้น-ร้อนสะสมอยู่ ก็ยิ่งเร่งให้เกิดกลิ่นตัวได้ง่ายขึ้น
ดังนั้น การแก้ที่ต้นเหตุจึงต้องขจัดความชื้นกับความร้อนและบำรุงชี่ให้แข็งแรงไปพร้อมๆกัน เมื่อชี่เพียงพอร่างกายก็จะขับของเสียอย่างสมดุล ไม่มากไม่น้อยเกินไป และกลิ่นตัวก็จะลดลงเองตามธรรมชาติ การทาโรลออนหรือใช้ยาดับกลิ่นเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ หากอยากหายอย่างยั่งยืน ลองหันกลับมามองวิถีชีวิตของตัวเอง รู้จักพื้นฐานร่างกายของตัวเอง แล้วปรับเปลี่ยนตั้งแต่ต้นเหตุ พื้นฐานร่างกายไม่ใช่สิ่งที่ตายตัว สามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการดูแลที่ถูกต้อง เมื่อร่างกายสมดุล ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเองรวมถึงกลิ่นตัว
แนะนำชาสมุนไพรขับขับความร้อนความชื้นในร่างกาย (เหมาะกับผู้ที่มีพื้นฐานร่างกายร้อนชื้น)
ลูกเดือย 30 กรัม(薏苡仁) ใบบัว 60 กรัม(荷叶) เพ่ยหลัน(佩兰)30กรัม เซียงหรู(香薷)15กรัม ผิวส้มจีน(陈皮)5 กรัม นำส่วนผสมทั้งหมดบดให้ละเอียด ดื่มตอนเช้าโดยนำผงที่บดในปริมาณที่พอเหมาะเติมดอกมะลิแช่ในน้ำเดือดประมาณ30นาที ดื่มเป็นชา
อ้างอิง
刘宁.(2016).中医美容学.中国中医药出版社.
______________________________________________
บทความโดย
แพทย์จีน มนัญญา อนุรักษ์ธนากร (หมอจีน หวง เหม่ย ชิง)
黄美清 中医师
TCM. Dr. Mananya Anurakthanakorn (Huang Mei Qing)
เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ พจ.588
แผนกอายุรกรรมภายนอก
คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
17 ก.ย. 2569
17 ก.ย. 2569