Last updated: 1 ต.ค. 2569 | 30 จำนวนผู้เข้าชม |
ผู้ป่วยเพศหญิง อายุ 56ปี HN 420xxx
อุณหภูมิ 36oc ชีพจร 89 ครั้ง/min Bp 123/70 mmHg น้ำหนัก 45 kg
อาการหลัก มีตุ่มน้ำขึ้นตามตัวมา 1 เดือน
อาการปัจจุบัน 10 เดือนก่อนผู้ป่วยเริ่มมีตุ่มน้ำและตุ่มเลือดขึ้นในปาก จนเดือนที่แล้วเริ่มมีตุ่มน้ำขึ้นตามตัว เป็นตุ่มแตกง่าย พอแตกแล้วก็เหลือเป็นตุ่มนูนแดง ไปตรวจกับแพทย์แผนปัจจุบันได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเพมพิกัส และได้รับยา doxycycline และ hydroxyzine หลังรับยาแล้วก็ยังมีตุ่มน้ำใหม่ขึ้นอยู่เรื่อย ร่วมกับมีผื่นแบบลมพิษ และอาการคันโดยเฉพาะตอนกลางคืน รู้สึกครึ่งตัวบนร้อน ครึ่งล่างเย็น มีประวัติกรดไหลย้อน ขับถ่ายปกติ นอนหลับไม่ดี ค่อนข้างขี้ร้อน
ลิ้นสีแดงฝ้าขาวเหนียว ชีพจร (ซ้าย)เล็ก (ขวา)ลึกเล็กอ่อน
การรักษา: จ่ายยาจีนที่มีฤทธิ์ บำรุงม้ามลดความชื้น ทำให้เลือดเย็น บำรุงสารน้ำ ลดอาการคัน
หลังการรักษา 1 เดือน
ตุ่มน้ำที่ขึ้นในปากลดลง ตามตัวมีลมพิษขึ้นบ้าง ไม่มีตุ่มน้ำขึ้น มีอาการคันบ้างตอนกลางคืน รู้สึกร้อนที่บริเวณหน้าอก นอนหลับดีขึ้นแต่ยังมีตื่นระหว่างคืน
การรักษา: จ่ายยาจีนที่มีฤทธิ์ ทำให้บำรุงสารน้ำ ลดความร้อน ลดอาการคัน
หลังการรักษา 3 เดือน
ตุ่มน้ำในปากขึ้นเป็นครั้งคราว ตามตัวมีลมพิษขึ้น มีตุ่มขึ้นบ้างแต่ขนาดเล็กลง ยังคงมีอาการคันมากตอนกลางคืน รู้สึกร้อนที่ครึ่งตัวบน มีท้องอืดบ้าง นอนหลับดีขึ้นแต่ยังมีตื่นระหว่างคืน
การรักษา: จ่ายยาจีนที่มีฤทธิ์ บำรุงม้าม บำรุงสารน้ำ ลดอาการคัน
หลังการรักษา 6 เดือน
ไม่มีตุ่มน้ำในปากแล้ว มีลมพิษขึ้นบ้างตามอาหารที่ทาน หรือการนอนหลับพักผ่อนที่ไม่ดี อาการร้อนที่หน้าอกหรือร่างกายส่วนบนดีขึ้น นอนหลับดีเป็นบางช่วง ยังคงทานยาแพทย์แผนปัจจุบันตามแพทย์สั่ง
การรักษา: จ่ายยาจีนที่มีฤทธิ์ บำรุงม้าม บำรุงสารน้ำ ลดอาการคัน
สาเหตุพื้นฐานทั่วไปของการเกิดโรคเพมพิกัสในการแพทย์แผนจีนคือ ภายในมีความร้อนหรือร้อนชื้น ร่วมกับมีปัจจัยก่อโรคภายนอกมากระทบ ปัจจัยจากทั้งภายนอกและภายในรวมกันทำให้เกิดโรค หากมีการดำเนินโรคต่อเนื่องยาวนานจะกระทบถึงชี่และอิน
ผู้ป่วยรายนี้มีช่วงระยะการเกิดโรคในช่วงฤดูร้อนที่มีอากาศร้อน ถือเป็นปัจจัยจากภายนอก ร่วมกับมีปัญหากรดไหลย้อน ลิ้นมีฝ้าสีขาว ระหว่างการรักษาก็มีอาการท้องอืดเป็นครั้งคราว บ่งบอกถึงปัญหาดั้งเดิมว่ามีปัญหาม้ามพร่องความชื้นสะสม อาการรู้สึกครึ่งตัวบนร้อน ครึ่งล่างเย็น เป็นหนึ่งในอาการร้อนเย็นปะปนกัน(寒热错杂证)เป็นภาวะที่จงเจียวมีปัญหาไหลเวียนไม่ดี ทำให้อินหยางก็ติดขัดไม่สามารถไหลเวียนได้เป็นปกติ ร่วมกับผู้ป่วยอยู่ในวัยหมดประจำเดือนแล้ว มีภาวะอินพร่องไฟเกินก็ยิ่งทำให้อาการหนักขึ้น การรักษาจึงเน้นที่บำรุงม้ามลดความชื้น ร่วมกับการปรับพฤติกรรมการทานอาหาร ทานให้ตรงเวลา เคี้ยวให้ละเอียด ไม่ทานเยอะหรือน้อยจนเกินไป ลดอาหารที่มีฤทธิ์เย็น ของมันของทอด เพิ่มการออกกำลังกาย เพื่อทำให้จงเจียวมีการไหลเวียนที่ดีขึ้นก่อนแล้วจึงค่อยรักษาภาวะอินพร่องไฟเกินอาการที่มีจึงค่อยๆทุเลาลง
______________________________________________
บทความโดย
แพทย์จีน ณัฐฐิมา เตชะพิพัฒน์ชัย (แพทย์จีน เจิงฉ่ายอิง)
曾彩瑛 中医师
TCM. Dr. Nattima Techapipatchai (Zeng Cai Ying)
เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ พจ.21
แผนกอายุรกรรมภายนอก
คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
1 ต.ค. 2569
1 ต.ค. 2569
1 ต.ค. 2569