Last updated: 15 ม.ค. 2569 | 136 จำนวนผู้เข้าชม |
การแพทย์แผนจีนจัด "ต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง" (Chronic Prostatitis) อยู่ในขอบข่ายของโรค “จิงซื่อปิ้ง” (โรคของการผลิตอสุจิ 精室病) “หลงปี้” (ปัสสาวะขัด/ไม่ออก 癃闭) “ไป๋จั๋ว” (ปัสสาวะขุ่นขาว 白浊) “เหลาหลิน” (ปัสสาวะขัดเรื้อรัง 劳淋) และ “หลินเจิ้ง” (กลุ่มอาการปัสสาวะขัด 淋证) ธรรมชาติของโรคมีภาวะ “พร่อง” ที่ต้นเหตุ มีภาวะ“แกร่ง” ที่อาการแสดง(本虚标实)หรือเป็นภาวะที่ร่างกายพร่องแลแกร่งปะปนกัน (虚实夹杂) ปัญหาต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรังนั้นเกิดจากความไม่สมดุลของช่องท้องส่วนล่าง (下焦) จากความชื้น (湿) ความไฟ และความร้อน (火、热) หรือความชื้นร้อน (湿热) ร่วมกับการอุดกั้นการไหลเวียนของชี่และเลือด (气滯血瘀) หรือการพร่องของม้ามและไต(脾肾虚弱) ซึ่งการดำเนินชีวิตประจำวันมีผลโดยตรงต่อการเกิดและการคงอยู่ของพยาธิสภาพเหล่านี้ โดยเฉพาะอาหารบางชนิดสามารถกระตุ้นให้ช่องท้องส่วนล่างเสียสมดุลมากขึ้น ทำให้อาการอักเสบกำเริบหรือเป็นเรื้อรังได้ หรือทำให้การทำงานหรือพลังของอวัยวะลดลง ทำให้เกิดการไหลเวียนติดขัด หากไม่คุมอาหาร จะทำให้โรคเรื้อรังรักษายากและกลับมาเป็นซ้ำได้ง่าย
ในทางคลินิก ต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง สามารถแบ่งกลุ่มอาการออกเป็น 6 กลุ่ม ความร้อนชื้นเคลื่อนลงล่าง (湿热下注证) ชี่และเลือดคั่งติดขัด (气滞血瘀证) ชี่ตับติดขัด(肝气郁结证) ไตหยางพร่อง(肾阳不足证) ไตอินพร่อง(肾阴亏虚证) และความร้อนชื้นติดขัด(湿热瘀滞证) เรามาดูกันว่าแต่ละกลุ่มมีอาหารอะไรที่ ไม่ควรรับประทานและหลีกเลี่ยงตามกลุ่มอาการของหลักแพทย์แผนจีน
ความร้อนชื้นเคลื่อนลงล่าง (湿热下注证)
อาการแสดงหลัก ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะรีบ ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะมีสีเหลืองและขุ่น ปัสสาวะแสบร้อน หรือปวดหน่วงบริเวณฝีเย็บ (ระหว่างทวารหนักและอัณฑะ) ลิ้นแดง ฝ้าบนลิ้นเหลืองเหนียว ชีพจรลื่นและเร็ว (滑数)
อาหารที่ต้องห้าม
อาหารรสจัดและเผ็ดร้อน เช่น พริก พริกไทย หม่าล่า วาซาบิ ขิง ขมิ้น หรือ เครื่องแกงเผ็ดต่าง ๆ เป็นต้น
กลไกการเกิดโรค เมื่อรับประทานอาหารที่มีฤทธิ์เผ็ดร้อน ความเผ็ดร้อนกระตุ้นหยางสร้างความร้อนในร่างกาย เมื่อความร้อนรวมตัวกับความชื้นในร่างกาย ความชื้นมีน้ำหนักไหลลงสู่ช่วงล่างของร่างกาย กระเพาะปัสสาวะและต่อมลูกหมาก ทำให้เกิดการไหลเวียนชี่เลือดผิดปกติ เพิ่มการระคายเคืองทางเดินปัสสาวะและทำให้ต่อมลูกหมากบวมคั่ง การทำงานไม่สมดุล เกิดการอักเสบ
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ บรั่นดีหรือสาเก เป็นต้น
กลไกการเกิดโรค เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในทางการแพทย์แผนจีนมีรสเผ็ดหวานและฤทธิ์ร้อนจัด เมื่อดื่มแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายความชื้นและความร้อนในร่างกายเพิ่มมากขึ้น เมื่อระบบทางเดินอาหารดูดซึมแอลกอฮอล์ และส่งไปที่ตับและม้าม สารอินของตับจึงถูกทำลาย และเกิดความชื้นที่ม้าม ทำให้การไหลเวียนของชี่ตับถูกปิดกั้น ความสามารถในการขจัดความชื้นของม้ามเสียสมดุล จึงเกิดความชื้นตกค้างในร่างกายมากขึ้น ความชื้นร้อนที่ก่อโรคเมื่อปริมาณมากขึ้น จึงเกิดเป็นพิษชื้นร้อนเคลื่อนลงสู่ส่วนล่างร่างกาย ทำให้เกิดต่อมลูกหมากอักเสบชนิดความชื้นร้อนคั่งค้างเหนี่ยวแน่น จึงรักษาได้ยาก
อาหารมันจัด อาหารทอด ปิ้งย่าง
กลไกการเกิดโรค ของมันและหวาน ทำลายระบบการลำเลียงของม้าม สร้างความชื้นสะสมจนเกิดความร้อน ความร้อนชื้นสะสมภายในและเคลื่อนตัวลงสู่ช่วงล่าง ทำให้ต่อมลูกหมากเสียสมดุล เกิดการอักเสบขึ้น
2. กลุ่มอาการชี่และเลือดคั่งติดขัด (气滞血瘀证)
อาการแสดงหลัก ปวดแสบร้อนหรือปวดอยู่กับที่ ปวดทรมานเป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรัง บริเวณฝีเย็บหรือท้องน้อยเป็นต้น อสุจิมีสีคล้ำหรืออาจมีเลือดปน ลิ้นสีม่วงคล้ำหรือมีจุดเลือดคั่ง
อาหารที่ต้องห้าม
แอลกอฮอล์และอาหารฤทธิ์เผ็ดร้อน
กลไกการเกิดโรค แอลกอฮอล์และความร้อนเผ็ด เมื่อเข้าสู่ร่างกาย ไหลเวียนเข้าสู่ตับทำให้สารอินในตับลดลง ส่งผลกระทบรุนแรงต่อการไหลเวียนของชี่ เมื่อชี่ไหลเวียนติดขัด ส่งผลให้การผลักดันเลือดลดลง เลือดจึงคั่งไหลเวียนในร่างกายได้น้อย จนกระทั่งไม่สามารถขับเคลื่อนไหลเวียนความร้อนได้ มักพบในคนที่มีอาการอักเสบเรื้อรังทั้งยังอาหารเหล่านี้มีความชื้น ความชื้นจึงแทรกขวางกั้นทำให้การไหลเวียนเกิดขึ้นได้ไม่เต็มที่ ยิ่งซ้ำเติมทำให้ชี่และเลือดคั่งติดขัดทวีความรุนแรง ชี่และเลือดที่ไหลผิดทิศทาง ส่งผลให้ต่อมลูกหมากเสียสมดุลอย่างรุนแรง เกิดการอักเสบเรื้อรังอาการรุนแรงขึ้น
อาหารปิ้งย่าง ทอด หรืออาหารที่มีฤทธิ์แห้งร้อน:
กลไกการเกิดโรค การปรุงอาหารด้วยวิธีการปิ้ง ย่าง ทอด หรืออบแห้ง ทางการแพทยฺแผนจีนมีฤทธิ์ ร้อนแห้ง และความแห้งร้อนนี้ ทำลายอิน (ของเหลว) ของร่างกาย ส่งผลใหร่างกายขาดความชุ่มชื้น ส่งผลต่อการอักเสบได้ง่ายขึ้น และเมื่อสารอินไม่เพียงพอเลือดจึงเกิดความข้นหนืด เกิดการอุดกั้นรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ระบบการไหลเวียนในต่อมลูกหมากติดขัดมากขึ้น เกิดการอักเสบเรื้อรัง ปวดแสบปวดร้อนในส่วนล่างของร่างกาย
3. กลุ่มอาการชี่ตับติดขัด (肝气郁结证)
อาการแสดงหลั อาการปวดหน่วงบริเวณต่อมลูกหมาก โดยความปวดจะแปรปรวนตามสภาวะอารมณ์ เช่นอารมมณ์โกรธ โมโห รวิตกกังวล หรือออาการซึมเศร้า เป็นต้น ส่งผลให้อาการปวดหน่วงที่บริเวณต่อมลูกหมากรุนแรงมากยิ่งขึ้น ลิ้นแดงอ่อน ฝ้าบาง ขอบลิ้นมีรอยฟัน หรือมีรอยแตกกลางลิ้น
อาหารที่ต้องห้าม
แอลกอฮอล์ กาแฟ ชาเข้มข้น
กลไกการเกิดโรค แอลกอฮอล์ กาแฟ หรือชาเข้มข้น สามารถกระตุ้นการไหลเวียนของชี่ในร่างกายเมื่อชี่ถูกกระตุ้นมากเกินไปส่งผลให้การไหลเวียนของชี่และเลือดเสียสมดุล ตับที่เป็นศูนย์การควบคุมการไหลเวียนชี่ในร่างกาย เกิดการติดขัด และเมื่อนานวัน ชี่ตับไม่สามารถขับเคลื่อนชี่และเลือดในร่างกายได้อย่างปกติ นานวันเข้าจึงเกิดความร้อนภายในตับขึ้น การไหลเวียนของชี่ที่ผิดปกติ ส่งผลให้การไหลเวียนของชี่ เลือด สารน้ำความชื้นในต่อมลูกหมากคั่งค้างอุดกั้น เพราะเส้นลมปราณตับเคลื่อนที่ผ่านบริเวณอวัยวะสืบพันธ์(ต่อมลูกหมาก อัณฑะ อวัยวะเพศ) เกิดความเจ็บปวด การปัสสาวะที่ผิดปกติ และมีอารมณ์ที่แปรปวนง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้แอลกอฮอล์ ยังมีความชื้นสูง ความชื้นมีน้ำหนักมาก จึงเคลื่อนที่ลงสูงส่วนล่างของร่างกาย ส่งผลให้เกิดการปิดกั้นการไหลเวียนของชี่และเลือดในเส้นลมปราณตับ ส่วนการดื่มกาแฟ หรือชาที่เข้มข้นนั้น ร่างกายอาจได้รับฤทธิ์เย็นหรือร้อนมากเกินไป กระทบต่อการไหลเวียนชี่และเลือดในตับได้ด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ร่างกาย เกิดการอักเสบเรื้อรัง
อาหารน้ำตาลสูงและของหวานจัด
กลไกการเกิดโรค รสหวานเมื่อรับประทานเข้าสู่ร่างกาย กระเพาะอาหารดูดซึมแล้วส่งต่อไปที่ม้ามเพื่อเปลี่ยนเป็นชี่และเลือด แต่ถ้าความหวานที่มากเกินเป็นเวลาที่ยาวนาน ม้ามก็ทำงานหนักเกินความสามารถ ม้ามก็จะอ่อนแรงลง ความหวานหรืออาหารที่ดูดซึมแล้วแต่เปลี่ยนเป็นชี่และเลือดไม่ได้ จึงตกค้างกลายเป็นความชื้นในร่างกาย ปิดกั้นขวางการไหลเวียนของชี่ เมื่อชี่เคลื่อนที่ติดขัดเกิดเป็นความร้อน ความชื้นรวมตัวกันมีมวลที่หนักจึงเคลื่อนลงสู่เบื้องล่าง กลายสภาพเป็นกลุ่มอาการของความชื้นร้อนร่วมกับชี่เลือดคั่งติดขัด ต่อมลูกหมากจึงเสียการทำงาน เกิดการอักเสบเรื้อรังหายยาก ปวดหน่วง ๆ รู้สึกรำคาญ ไม่สบายตัว
4. กลุ่มอาการไตหยางพร่อง (肾阳不足证)
อาการแสดงหลัก ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะใสและยาว ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน ปวดเมื่อยและรู้สึกหนาวเย็นบริเวณเอวและหัวเข่า สมรรถภาพทางเพศลดลง ลิ้นซีด อ้วนฝ้าขาว ชีพจรจมและช้า (沉迟)
อาหารที่ต้องห้าม
อาหารดิบและอาหารฤทธิ์เย็น เช่น ปลาดิบ เครื่องดื่มเย็น ๆ น้ำแข็ง ผักดิบ ผลไม้แช่เย็น เป็นต้น
กลไกการเกิดโรค ความเย็นทำลายพลังหยางของไตโดยตรง เมื่อไฟจากไตหยาง หรือมิ่งเหมิน(命门) อ่อนกำลังลง ส่งผลให้หน้าที่การแปรสภาพของชี่ (气化) เกิดขึ้นไม่สมบูรณ์ ชี่ที่ลดน้อยลง กระทบต่อการไหลเวียนเลือดในร่างกาย ประสิทธิภาพในการไหลเวียนของชี่ลดลง จนอาจส่งผลให้เกิดการไหลเวียนติดขัดของชี่และเลือดได้ และความสามารถในการซ่อมแซมฟื้นฟูของต่อมลูกหมากไม่สมบูรณ์ เกิดเป็นการอักเสบเรื้อรังหายยาก
อาหารหรือสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นจัด (ยาที่ฤทธิ์ขับพิษร้อนเกินขนาด) ดื่มน้ำจับเลี้ยงเข้มข้น ยาขม เครื่องดื่มหรือสมุนไพรฤทธิ์เย็น เป็นต้น
กลไกการเกิดโรค รสขมเย็นในแพทย์แผนจีนมีฤธิ์ทำลายหยางในร่างกาย จะซ้ำเติมหากผู้ป่วยมีภาวะไตหยางพร่อง โรคเปลี่ยนจากภาวะพร่องเป็นภาวะร่างกายหนาวเย็นส่งผลให้การดำเนินของโรคยืดเยื้อไม่หายขาด เป็นสาเหตุหลักในการเกิดต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง
5. กลุ่มอาการไตอินพร่อง (肾阴亏虚证)
อาการแสดงหลัก ปวดหน่วง ๆ ปวดแสบร้อน ปัสสาวะขัด ปากแห้ง เหงื่อออกตอนกลางคืน (เหงื่อซึมขณะหลับ) หงุดหงิด ฟุ้งซ่าน นอนไม่หลับ ลิ้นแดง ฝ้าน้อย ชีพจรเล็กและเร็ว (细数)
อาหารที่ต้องห้าม
อาหารเผ็ดกรอบ อาหารปิ้งย่าง รมควัน ทอด
กลไกการเกิดโรค อาหารที่เผ็ดหรือกรอบ ๆ อาหารปิ้งย่าง รมควัน ทอด จะเผาผลาญสารน้ำและอินในร่างกาย ทำให้ร่างกายแห้งและร้อน เกิดไฟจากภาวะพร่อง (阴虚火旺) เมื่ออินพร่องเป็นเวลานาน ๆ ความร้อนไฟสะสมมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ภาวะอินพร่องยิ่งรุนแรง การไหลเวียน หล่อเลี้ยงของสารอินผิดปกติ เลือดหนืด และชี่ไหลเวียนผิดปกติ การแปรสภาพของชี่ลดน้อยลง ชี่พร่อง กระทบต่อต่อมลูกหมากในระยะยาว ฟื้นฟูได้ยาก เป็นการอักเสบเรื้อรัง อาการอักเสบกำเริบซ้ำ ๆ ร่างกายอ่อนเพลีย ร้อนวูบวาบง่าย
6. กลุ่มอาการความชื้นร้อนและเลือดคั่ง (湿热瘀滞证)
อาการแสดงหลัก กลุ่มอาการนี้ค่อนข้างซับซ้อน หรือป่วยเรื้อรังมานานหลายปี มีทั้งอาการทางเดินปัสสาวะ อาการปวดที่ตำแหน่งแน่นอนในช่วงล่างของร่างกาย สมรรถภาพทางเพศผิดปกติ ลิ้นแดงคล้ำ ฝ้าเหลืองเหนียว มีจุดเลือดคั่งชัดเจน
อาหารที่ต้องห้าม (เข้มงวดที่สุด) แอลกอฮอล์ (ต้องห้ามเด็ดขาด) อาหารรสจัดและเผ็ดร้อน อาหารมันจัด ของหวานน้ำตาลสูง
การรักษาต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง นอกจากการรับประทานยาเพื่อปรับให้ร่างกายสมดุลแล้ว อาหารที่รับประทานก็มีความสัมพันธ์เป็นอย่างมากต่อการฟื้นฟูของต่อมลูกหมาก การรับประทานอาหารที่ผิดยิ่งทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น ฟื้นฟูได้ช้าลง แต่ถ้าเราหลีกเลี่ยง หรืองดรับประทานอาหารที่มีความเสี่ยงเหล่านี้แล้ว อาการต่าง ๆ ก็สามารถลดความรุนแรงของอาการต่อมลูกหมากอักเสบลงได้ ถึงขั้นสามารถหายได้จากอาการต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง
สุดท้ายถ้าคนป่วยอยากหายจากอาการเจ็บป่วยอย่างยังยืนไม่กลับมาเป็นซ้ำ จำเป็นต้องควบคุม อารมณ์ และการรับประทานอาหารโดยเฉพาะอาหารเผ็ด มัน ทอด ดิบ เย็น และแอลกอฮอล์ เป็นต้นนะครับ
______________________________________________
บทความโดย
แพทย์จีน จิตติกร พิมลเศรษฐพันธ์ (หมอจีน พาน จ้าย ติง)
潘在丁 中医师
TCM. Dr. Jittikorn Pimolsettapun (Pan Zai Ding)
15 ม.ค. 2569