ดราม่าเล็ก ๆ ในช่องปาก ที่เรียกว่า แผลร้อนใน

Last updated: 2 มี.ค. 2569  |  5 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ดราม่าเล็ก ๆ ในช่องปาก ที่เรียกว่า แผลร้อนใน

ภายในช่องปากของเรานั้นไม่ใช่พื้นที่ว่างเปล่าเสียทีเดียวนะครับ แต่มันคือสนามรบของแบคทีเรียหลายร้อยชนิดที่เกิดขึ้นควบคู่กับด่านหน้าของระบบภูมิคุ้มกัน โดยเยื่อบุบาง ๆ ของช่องปากนี้ต้องทนต่อแรงเสียดสีกัดกร่อนจากการรับประทานอาหารร้อน เผ็ด หรือ เปรี้ยวในทุก ๆ วัน และวันหนึ่งที่เยื่อบุช่องปากที่มีระบบป้องกันหลายชั้นนั้นถูกปัจจัยบางอย่างทำให้การป้องกันเสียสมดุลไปจึงมีผลต่อการอักเสบในช่องปากที่เรามักเรียกกันว่า “แผลร้อนใน” นั่นเอง ซึ่งหลายท่านอาจเข้าใจว่าแผลร้อนในต้องหมายถึงการกินของร้อนหรือฤทธิ์ร้อนเพียงอย่างเดียว แต่ที่จริงแล้วในทางวิทยาศาสตร์การรับประทานของร้อนเป็นแค่ปัจจัยเล็ก ๆ เท่านั้น ตัวกระตุ้นที่แท้จริงที่ทุกท่านอาจมองข้ามไปนั้นอาจมีสาเหตุทั้ง ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ การขาดวิตามินบางชนิด (เช่น B12 เป็นต้น) หรือเกิดจากการกัดกระแทกเยื่อบุช่องปากโดยไม่รู้ตัวซ่อนอยู่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองที่ส่งผลทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในช่องปากนั้นไวเกินกว่าเหตุ ถึงขั้นผิดเพี้ยนจนเข้าใจผิดว่าเยื่อบุช่องปากเป็นศัตรู และทำลายเยื่อบุเหล่านั้นในที่สุด 

นอกจากนี้หลายท่านอาจกำลังสงสัยว่า แล้วทำไมแผลเล็ก ๆ แค่นี้ถึงทำให้เราเจ็บปวดได้ถึงเพียงนี้ คำตอบนั้นง่ายมากครับ นั่นก็เพราะว่าเยื่อบุช่องปากของเรานั้นบางมากแถมมีปลายประสาทรับความเจ็บปวดที่ค่อนข้างตื้น แถมน่าสงสารตรงที่ไม่มีการตกสะเก็ดเพื่อปิดแผลเหมือนกับแผลตามผิวหนังของเรา ดังนั้นทุกครั้งที่เราขยับด้วยการพูด กิน หรือสัมผัสถูก จึงมีอาการเจ็บปวดตลอดเวลา ดังนั้นถ้าเป็นแบบนี้แล้วแพทย์แผนจีนจะมีวิธีช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างไรบ้าง ซึ่งก่อนจะเข้าสู่วิธีการรักษาและดูแลตนเองนั้น ผมอยากให้ทุกท่านเข้าใจไอเดียและมุมมองของแพทย์แผนจีนที่มีต่อโรคนี้กันก่อนนะครับ

ในมุมมองของแพทย์แผนจีน “แผลร้อนใน” มิได้ถูกมองว่าเกิดจากความร้อนเพียงรูปแบบเดียว หากสามารถแบ่งออกได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ ได้แก่ ภาวะแกร่ง (实证) เกิดจากความร้อนหรือไฟที่สะสม และภาวะพร่อง (虚证) เกิดจากการพร่องของสารหล่อเลี้ยงหรือพลังพื้นฐานของร่างกายแม้ปลายทางจะปรากฏเป็นแผลคล้ายกัน แต่กลไกภายในอาจแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งมีความสัมพันธ์กับหลายระบบอวัยวะสำคัญดังนี้

1. ม้าม กับระบบย่อยและภูมิคุ้มกัน
เป็นสาเหตุเชิงลึกที่หลายท่านอาจมองข้ามไป เพราะ “ม้าม” ในการแพทย์แผนจีนมิได้หมายถึงอวัยวะเชิงกายวิภาคตามความเข้าใจของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ หากเป็นแนวคิดเชิงหน้าที่ (functional system) ที่ใช้แทนกระบวนการย่อย การดูดซึม และการลำเลียงสารอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกาย โดยม้ามถูกจัดให้เป็นแหล่งกำเนิดของ ชี่หลังกำเนิด (后天之气) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างพลังงานและสารจำเป็นของชีวิต เมื่อหน้าที่ของม้ามเสียสมดุล ความสามารถในการแปรเปลี่ยนและลำเลียงสารอาหารย่อมลดลง ภาวะดังกล่าวในเชิงชีวการแพทย์อาจสะท้อนออกมาเป็นการขาดสารสำคัญ เช่น วิตามินบี ธาตุเหล็ก หรือโฟเลต ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเกิดแผลร้อนในได้บ่อยครั้ง โดยในเชิงทฤษฎี ชี่ที่ม้ามสร้างขึ้นมีความสัมพันธ์กับ เว่ยชี่ (卫气)  อันเป็นพลังป้องกันของร่างกาย ขณะเดียวกัน ไต ถูกมองเป็นรากฐานของเหยียนชี่ (元气) หรือพลังพื้นฐานดั้งเดิมของชีวิต ทั้งเว่ยชี่และเหยียนชี่ต่างเป็นองค์ประกอบสำคัญของชี่พื้นฐาน(正气) เมื่อชี่พื้นฐานอ่อนแอลง กลไกการปกป้องเยื่อบุช่องปากย่อมลดประสิทธิภาพ (ม้ามเปิดทวารที่ปาก) ทำให้เนื้อเยื่อไวต่อการอักเสบและเกิดแผลได้ง่ายยิ่งขึ้น

2. ไฟอุดกั้น จากหลากหลายเส้นทาง
ภาวะ “ไฟอุดกั้น” ในทางการแพทย์แผนจีนนั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากหลายสาเหตุ อาจมาจากภาวะชี่ในตับอุดกั้นก่อนจากความเครียดจนเกิดความร้อนตามมาหรือมาจากไฟหัวใจแกร่งเนื่องจากมีปัญหานอนไม่หลับ นอนดึกเป็นประจำ รวมถึงไฟจากกระเพาะที่มีสาเหตุจากการชอบรับประทานของทอดของมันเป็นประจำ ซึ่งไม่ว่าไฟที่กล่าวนั้นจะมาจากเส้นทางใดก็ตาม แต่สุดท้ายแล้ว มันอาจมาบรรจบกันที่ ไฟอุดกั้นภายในจนก่อเกิด แผลร้อนใน ได้ในที่สุด

3. น้ำน้อยเกินไป
แผลร้อนในอาจมิได้เกิดจากไฟแกร่งเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากการพร่องของอินหรือสารหล่อเลี้ยงของร่างกายได้อีกด้วย โดยไตในทางการแพทย์แผนจีนถูกจัดเป็นรากฐานของอินและธาตุน้ำ เมื่อเราพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนดึก หรือร่างกายอ่อนล้าเรื้อรังอินอาจพร่องลง จนเกิดภาวะที่เรียกว่า “อินพร่องไฟลุกโชน” ความร้อนลักษณะนี้มิใช่ไฟแกร่ง แต่เป็นไฟที่เกิดจากความพร่องซึ่งมักสัมพันธ์กับอาการ ปากแห้ง คอแห้ง นอนหลับไม่สนิท หรือร้อนในบ่อย เป็นต้น หลังจากที่ทุกท่านพอที่จะทำความเข้าใจถึงสาเหตุและปัจจัยก่อโรคในทางการแพทย์แผนจีนแล้ว ต่อไปเรามาดูกันว่า แล้ววิธีดูแลรักษาโรคนี้ แพทย์แผนจีน เค้าทำอย่างไรกันบ้าง

1. ระบายความร้อน
ไม่ว่าสาเหตุนั้นจะมาจากเรื่องใดก็ตามแต่ความเจ็บปวดและแสบร้อนเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ดังนั้นแพทย์แผนจีนเองจึงมักเลือกใช้การระบายความร้อนด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การใช้ยาสมุนไพรจีน หรือ ฝังเข็ม เป็นต้น แต่ทุกท่านเองก็สามารถเลือกใช้อาหารที่ช่วยในการระบายความร้อนเพื่อบรรเทาอาหารได้เช่นกัน ยกตัวอย่าง เช่น แตงโม ลูกแพร์ ผักใบเขียวต่าง ๆ หรือ บรอกโคลี เป็นต้น ส่วนวิธีการระบายความร้อนอีกรูปแบบหนึ่งที่ทุกท่านสามารถทำได้ด้วยตนเอง นั่นก็คือ การดื่มน้ำสม่ำเสมอตลอดทั้งวัน หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ด มัน ร้อนจัด เพื่อลดการกระตุ้นแผล รวมถึงการพักผ่อนให้เพียงพอ เคี้ยวอาหารให้ช้าลง ซึ่งการดูแลลักษณะนี้จะสามารถช่วยดูแลและป้องกันการเกิดแผลร้อนในทั้งระยะสั้นและยาวได้ดีกว่าครับ

2. จัดการกับความเครียด
หลายครั้งที่แผลร้อนในนั้นมาจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกันและฮอร์โมน ซึ่งการที่สองระบบนี้ผิดเพี้ยนไปจนทำลายเยื่อบุช่องปากตนเองนั้น ก็มาจากความเครียดของทุกท่านที่มิอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นเอง หลายครั้งอาจพ่วงมากับภาวะประจำเดือนผิดปกติ นอนไม่หลับ หรือปวดศีรษะไมเกรน เป็นต้น ทำให้เกิดปัญหาอาการที่ซับซ้อนมากขึ้นในทางคลินิก ดังนั้นในรูปแบบของการรักษาจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การใช้ยาหรือทำหัตถการรักษาแล้วจึงดีขึ้นได้ หลายครั้งที่อาการแผลร้อนในเรื้อรัง มีเบื้องหลังคือความเครียด ความกังวล คิดไม่ตกสะสมอยู่ ผมจึงมักแนะนำผู้ป่วยทุกท่านว่า คุณสามารถเครียดได้ ทุกคนเครียดได้ แต่ต้องรู้จักวิธีจัดการความเครียดอย่างสร้างสรรค์และเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น การออกกำลังกาย เปลี่ยนบรรยากาศหรือสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ รอบตัว พูดคุยปรึกษากับคนที่ไว้ใจได้ หรือพบจิตแพทย์ เป็นต้น

3. ชาแก้ร้อนใน
วันนี้ผมไม่ได้มาขายของแต่อย่างใดเพราะผมไม่มีสินค้าใด ๆ จะมานำเสนอไม่มีการตลาดแต่มีไอเดียที่ทุกท่านสามารถเอาไปต่อยอดทำชาแก้ร้อนในให้ครอบครัวหรือคนที่ทุกท่านรักได้รับประทานเพื่อบรรเทาความทุกข์จากการเป็นแผลร้อนในได้ ผมขอแนะนำสมุนไพรจีน 5 ชนิดที่สามารถนำไปทำชาและวิธีการเลือกใช้ให้เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละคนดังนี้

1. ชาจินอิ๋นฮวา (金银花茶)

จินอิ๋นฮวามีฤทธิ์เย็น ช่วยลดความร้อนภายใน ขับพิษ และลดการอักเสบเหมาะสำหรับผู้ที่มีแผลร้อนในจากความร้อนสะสม ร่วมกับอาการเจ็บคอเบื้องต้นได้

2. ชาม่ายตงผีผา (麦冬枇杷茶)

ม่ายตงผีผาช่วย เพิ่มความชุ่มชื้น บรรเทาอาการแห้ง นอกจากช่วยดูแลปอดและลดอาการไอแล้ว ยังช่วยลดความระคายเคืองจากแผลร้อนในในช่องปากได้เป็นอย่างดี

3. ชาผู่กงอิง (蒲公英茶)

ผู่กงอิงมีคุณสมบัติ ลดร้อน ถอนพิษ และต้านการอักเสบ เหมาะสำหรับผู้ที่มีแผลร้อนในแบบอักเสบชัดหรือเป็นซ้ำบ่อย

4. ชาเหมยกุ้ยฮวา (玫瑰花茶)

เหมยกุ้ยฮวาช่วย ผ่อนคลายอารมณ์ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เหมาะกับแผลร้อนในที่เกิดจากความเครียด ความกดดัน หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ

5. ชาอวี้จู๋ (玉竹茶)

อวี้จู๋มีฤทธิ์ บำรุงน้ำหล่อเลี้ยง เพิ่มความชุ่มชื้น ลดความแห้ง เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปากแห้ง คอแห้ง และแผลร้อนในเรื้อรัง

วิธีทำแบบง่าย

1.นำสมุนไพรผ่านน้ำเล็กน้อย

2.เติมน้ำ 500 ml

3.ต้มสมุนไพรด้วยไฟอ่อน 15–20 นาที

4.ดื่มอุ่น จิบระหว่างวัน

ก่อนจากกันไป ผมอยากฝากบอกทุกท่านว่า ชาแก้ร้อนในอาจไม่ใช่ยาวิเศษ แต่มันคือหนึ่งในวิธีอ่อนโยนที่ช่วยพยุงร่างกายได้ ในช่วงเวลาที่ระบบภายในกำลังอ่อนล้า การปรึกษาแพทย์แผนจีนและการเลือกสมุนไพรให้เหมาะสมกับร่างกายของตนเอง ดื่มมันอย่างพอดี พักผ่อนให้เพียงพอและจัดการความเครียดอย่างเข้าใจตนเองคือหัวใจของการดูแลแผลร้อนในที่สำคัญอย่างยั่งยืน เพราะสุดท้ายแล้วการรักษาที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การเร่งรีบให้หายเร็วที่สุดแต่คือการทำให้ร่างกายของเรา......


…………..………….…………...…………... “กลับมาดูแลตัวเองได้อีกครั้ง”.........................…………..…………..

__________________________________

บทความโดย
แพทย์จีน ต้นสกุล สังข์ทอง (หมอจีน ซ่ง เซียน เนี่ยน)
宋先念 中医师
TCM. Dr. Tonsakul Sungthong (Song Xian Nian)

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้