ตั้งแต่เด็กไม่เคยแพ้อะไร ทำไมตอนนี้ถึงแพ้?

Last updated: 21 ส.ค. 2569  |  15 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ตั้งแต่เด็กไม่เคยแพ้อะไร ทำไมตอนนี้ถึงแพ้?

หลายคนอาจเคยสงสัยว่า “ตอนเด็กกินอะไรก็กินได้ เลี้ยงสัตว์ก็ไม่เคยเป็นอะไร อยู่ในที่มีฝุ่นก็สบายดี แต่พออายุมากขึ้นกลับเริ่มจาม คัดจมูก เป็นผื่น หรือแพ้อาหารบางชนิด”  ทั้งที่ไม่เคยมีประวัติภูมิแพ้มาก่อน ความจริงแล้วอาการแพ้สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงวัย และไม่ได้จำกัดเฉพาะคนที่มีอาการมาตั้งแต่เด็กเท่านั้น ภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นตอนโต ไม่ใช่เรื่องแปลกเนื่องจากร่างกายของเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นระบบภูมิคุ้มกัน ฮอร์โมน หรือสภาพแวดล้อมที่ต้องเผชิญในแต่ละวัน หรือเมื่อเวลาผ่านไปร่างกายอาจได้รับสารก่อภูมิแพ้ซ้ำๆ เป็นเวลานาน เช่น ฝุ่นละออง ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ หรืออาหารบางชนิด จนถึงจุดที่ระบบภูมิคุ้มกันเริ่มตอบสนองมากกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดอาการแพ้ขึ้นได้ แม้ว่าในอดีตจะไม่เคยมีอาการมาก่อนเลยก็ตาม นอกจากนี้ ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ มลภาวะ และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่สมดุล ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงและเพิ่มโอกาสเกิดภูมิแพ้ในวัยผู้ใหญ่

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม   อาการแพ้อาจไม่ได้เริ่มต้นด้วยอาการรุนแรงเสมอไป หลายครั้งอาจเป็นเพียงอาการเล็กๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ เช่น

- จามบ่อย โดยเฉพาะช่วงเช้า

- คัดจมูก น้ำมูกไหลเรื้อรัง

- คันตา น้ำตาไหล ตาแดง

- ผื่นคัน ลมพิษ หรือผิวหนังอักเสบ

- แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก

 - ปวดท้อง ท้องเสีย หรืออาเจียนหลังรับประทานอาหารบางชนิด

หากพบว่าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อย หรือสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมและอาหารบางประเภท ควรเริ่มสังเกตและหาสาเหตุอย่างจริงจัง

มุมมองแพทย์แผนจีน ภูมิแพ้ไม่ใช่แค่เรื่องของสิ่งกระตุ้นภายนอก

ในศาสตร์การแพทย์แผนจีน ภูมิแพ้ไม่ได้เกิดจากฝุ่น เกสรดอกไม้ หรืออาหารเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก "ความไม่สมดุลภายในร่างกาย" ร่วมด้วย แพทย์จีนมองว่าหากพลังป้องกันของร่างกายอ่อนแอลง ร่างกายจะไวต่อสิ่งเร้าภายนอกมากขึ้น และตอบสนองรุนแรงกว่าปกติ อวัยวะสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอาการแพ้ ได้แก่

ม้าม: จุดเริ่มต้นของพลังงานในร่างกาย

ในทางการแพทย์จีน ม้ามไม่ได้ทำหน้าที่เพียงย่อยอาหารเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่สร้างพลังงานหรือ "ชี่" ให้ร่างกาย  เมื่อเรารับประทานอาหารไม่เป็นเวลา กินของหวาน ของทอด หรืออาหารแปรรูปมากเกินไป ม้ามจะทำงานหนักและอ่อนแอลง ส่งผลให้เกิดการสะสมของ "ความชื้น" และ "เสมหะ" ภายในร่างกาย

ปอด: ด่านป้องกันแรกของร่างกาย

ปอดมีหน้าที่กระจายพลังป้องกัน(เว่ยชี่)ไปยังผิวหนังและทางเดินหายใจ หากปอดอ่อนแอจากการนอนดึก ความเครียด หรือมลภาวะ ร่างกายจะป้องกันตัวเองได้ไม่ดีเท่าเดิม ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ ความเครียดเรื้อรัง ส่งผลต่อการไหลเวียนของชี่ในร่างกาย เมื่อชี่ติดขัด ระบบต่างๆ จะเสียสมดุล และทำให้ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายคนพบว่าในช่วงที่เครียดหนัก อาการภูมิแพ้มักกำเริบตามมา

อายุมากขึ้น ทำไมอาการแพ้ยิ่งชัด?

การแพทย์แผนจีนอธิบายว่า เมื่ออายุมากขึ้น พลังชีวิตและพลังป้องกันตามธรรมชาติของร่างกายจะค่อยๆ ลดลง ขณะเดียวกัน พฤติกรรมที่สะสมมาหลายปี เช่น

- นอนดึกเป็นประจำ

- รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา

- ชอบของทอด ของหวาน และอาหารแปรรูป

- ทำงานหนักและเครียดสะสม

ล้วนค่อยๆ บั่นทอนการทำงานของอวัยวะภายใน จนถึงจุดที่ร่างกายไม่สามารถรักษาสมดุลได้อีกต่อไป อาการแพ้จึงเริ่มแสดงออกมาอย่างชัดเจน

อาการแพ้หายเองได้หรือไม่?

ในบางกรณี อาการแพ้อาจหายได้เอง หากเกิดจากการสัมผัสสิ่งกระตุ้นเพียงชั่วคราวและร่างกายยังมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง อย่างไรก็ตามหากอาการเกิดซ้ำบ่อยหรือเป็นเรื้อรัง ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพราะอาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและลุกลามเป็นปัญหาสุขภาพอื่นได้  การแพทย์แผนจีนจึงเน้นการรักษาที่ต้นเหตุ โดยการปรับสมดุลร่างกายเพื่อเสริมความแข็งแรงของม้ามและปอด ลดการสะสมของความชื้นและเสมหะ ร่วมกับการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและอาหาร รวมถึงใช้สมุนไพรจีน ฝังเข็ม เป็นต้น

ปรับพฤติกรรมอย่างไร เมื่อเริ่มมีอาการแพ้?

การรักษาภูมิแพ้ไม่ได้มีเพียงการกินยาแก้แพ้เท่านั้น แต่การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีความสำคัญไม่แพ้กันสิ่งที่ควรทำ ได้แก่

✔ นอนหลับให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการนอนดึก

✔ รับประทานอาหารให้ตรงเวลา

✔ ลดอาหารทอด อาหารมัน และอาหารหวาน อาหารแปรรูป

✔ หลีกเลี่ยงฝุ่น ควัน และสิ่งกระตุ้นที่ทราบแน่ชัด

✔ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

✔ จัดการความเครียดด้วยการฝึกสมาธิ โยคะ หรือการหายใจลึกๆ

✔ หมั่นสังเกตตัวเอง บันทึกอาการและสิ่งที่รับประทาน เพื่อช่วยหาสาเหตุของอาการแพ้

การที่ไม่เคยแพ้อะไรเลยในวัยเด็ก ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีวันเกิดอาการแพ้ในอนาคต เพราะระบบภูมิคุ้มกันและสภาพร่างกายของเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ในมุมมองของแพทย์แผนจีนภูมิแพ้เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังเสียสมดุล ไม่ว่าจะจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด อาหาร หรือการเสื่อมถอยตามวัย  ดังนั้นการดูแลสุขภาพอย่างรอบด้าน ทั้งการนอนหลับที่มีคุณภาพ การกินอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกาย และการจัดการความเครียด จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ลดความไวต่อสิ่งกระตุ้น และอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้อย่างสมดุลในระยะยาว

______________________________________________

บทความโดย
แพทย์จีน มนัญญา อนุรักษ์ธนากร  (หมอจีน หวง เหม่ย ชิง)
黄美清 中医师
TCM. Dr. Mananya Anurakthanakorn (Huang Mei Qing)
เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ พจ.588
แผนกอายุรกรรมภายนอก
คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้