Last updated: 21 ส.ค. 2569 | 517 จำนวนผู้เข้าชม |
หลายคนอาจเคยสงสัยว่า “ตอนเด็กกินอะไรก็กินได้ เลี้ยงสัตว์ก็ไม่เคยเป็นอะไร อยู่ในที่มีฝุ่นก็สบายดี แต่พออายุมากขึ้นกลับเริ่มจาม คัดจมูก เป็นผื่น หรือแพ้อาหารบางชนิด” ทั้งที่ไม่เคยมีประวัติภูมิแพ้มาก่อน ความจริงแล้วอาการแพ้สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงวัย และไม่ได้จำกัดเฉพาะคนที่มีอาการมาตั้งแต่เด็กเท่านั้น ภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นตอนโต ไม่ใช่เรื่องแปลกเนื่องจากร่างกายของเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นระบบภูมิคุ้มกัน ฮอร์โมน หรือสภาพแวดล้อมที่ต้องเผชิญในแต่ละวัน หรือเมื่อเวลาผ่านไปร่างกายอาจได้รับสารก่อภูมิแพ้ซ้ำๆ เป็นเวลานาน เช่น ฝุ่นละออง ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ หรืออาหารบางชนิด จนถึงจุดที่ระบบภูมิคุ้มกันเริ่มตอบสนองมากกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดอาการแพ้ขึ้นได้ แม้ว่าในอดีตจะไม่เคยมีอาการมาก่อนเลยก็ตาม นอกจากนี้ ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ มลภาวะ และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่สมดุล ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงและเพิ่มโอกาสเกิดภูมิแพ้ในวัยผู้ใหญ่
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม อาการแพ้อาจไม่ได้เริ่มต้นด้วยอาการรุนแรงเสมอไป หลายครั้งอาจเป็นเพียงอาการเล็กๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ เช่น
- จามบ่อย โดยเฉพาะช่วงเช้า
- คัดจมูก น้ำมูกไหลเรื้อรัง
- คันตา น้ำตาไหล ตาแดง
- ผื่นคัน ลมพิษ หรือผิวหนังอักเสบ
- แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก
- ปวดท้อง ท้องเสีย หรืออาเจียนหลังรับประทานอาหารบางชนิด
หากพบว่าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อย หรือสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมและอาหารบางประเภท ควรเริ่มสังเกตและหาสาเหตุอย่างจริงจัง
มุมมองแพทย์แผนจีน ภูมิแพ้ไม่ใช่แค่เรื่องของสิ่งกระตุ้นภายนอก
ในศาสตร์การแพทย์แผนจีน ภูมิแพ้ไม่ได้เกิดจากฝุ่น เกสรดอกไม้ หรืออาหารเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก "ความไม่สมดุลภายในร่างกาย" ร่วมด้วย แพทย์จีนมองว่าหากพลังป้องกันของร่างกายอ่อนแอลง ร่างกายจะไวต่อสิ่งเร้าภายนอกมากขึ้น และตอบสนองรุนแรงกว่าปกติ อวัยวะสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอาการแพ้ ได้แก่
ม้าม: จุดเริ่มต้นของพลังงานในร่างกาย
ในทางการแพทย์จีน ม้ามไม่ได้ทำหน้าที่เพียงย่อยอาหารเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่สร้างพลังงานหรือ "ชี่" ให้ร่างกาย เมื่อเรารับประทานอาหารไม่เป็นเวลา กินของหวาน ของทอด หรืออาหารแปรรูปมากเกินไป ม้ามจะทำงานหนักและอ่อนแอลง ส่งผลให้เกิดการสะสมของ "ความชื้น" และ "เสมหะ" ภายในร่างกาย
ปอด: ด่านป้องกันแรกของร่างกาย
ปอดมีหน้าที่กระจายพลังป้องกัน(เว่ยชี่)ไปยังผิวหนังและทางเดินหายใจ หากปอดอ่อนแอจากการนอนดึก ความเครียด หรือมลภาวะ ร่างกายจะป้องกันตัวเองได้ไม่ดีเท่าเดิม ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ ความเครียดเรื้อรัง ส่งผลต่อการไหลเวียนของชี่ในร่างกาย เมื่อชี่ติดขัด ระบบต่างๆ จะเสียสมดุล และทำให้ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายคนพบว่าในช่วงที่เครียดหนัก อาการภูมิแพ้มักกำเริบตามมา
อายุมากขึ้น ทำไมอาการแพ้ยิ่งชัด?
การแพทย์แผนจีนอธิบายว่า เมื่ออายุมากขึ้น พลังชีวิตและพลังป้องกันตามธรรมชาติของร่างกายจะค่อยๆ ลดลง ขณะเดียวกัน พฤติกรรมที่สะสมมาหลายปี เช่น
- นอนดึกเป็นประจำ
- รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา
- ชอบของทอด ของหวาน และอาหารแปรรูป
- ทำงานหนักและเครียดสะสม
ล้วนค่อยๆ บั่นทอนการทำงานของอวัยวะภายใน จนถึงจุดที่ร่างกายไม่สามารถรักษาสมดุลได้อีกต่อไป อาการแพ้จึงเริ่มแสดงออกมาอย่างชัดเจน
อาการแพ้หายเองได้หรือไม่?
ในบางกรณี อาการแพ้อาจหายได้เอง หากเกิดจากการสัมผัสสิ่งกระตุ้นเพียงชั่วคราวและร่างกายยังมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง อย่างไรก็ตามหากอาการเกิดซ้ำบ่อยหรือเป็นเรื้อรัง ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพราะอาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและลุกลามเป็นปัญหาสุขภาพอื่นได้ การแพทย์แผนจีนจึงเน้นการรักษาที่ต้นเหตุ โดยการปรับสมดุลร่างกายเพื่อเสริมความแข็งแรงของม้ามและปอด ลดการสะสมของความชื้นและเสมหะ ร่วมกับการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและอาหาร รวมถึงใช้สมุนไพรจีน ฝังเข็ม เป็นต้น
ปรับพฤติกรรมอย่างไร เมื่อเริ่มมีอาการแพ้?
การรักษาภูมิแพ้ไม่ได้มีเพียงการกินยาแก้แพ้เท่านั้น แต่การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีความสำคัญไม่แพ้กันสิ่งที่ควรทำ ได้แก่
✔ นอนหลับให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการนอนดึก
✔ รับประทานอาหารให้ตรงเวลา
✔ ลดอาหารทอด อาหารมัน และอาหารหวาน อาหารแปรรูป
✔ หลีกเลี่ยงฝุ่น ควัน และสิ่งกระตุ้นที่ทราบแน่ชัด
✔ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
✔ จัดการความเครียดด้วยการฝึกสมาธิ โยคะ หรือการหายใจลึกๆ
✔ หมั่นสังเกตตัวเอง บันทึกอาการและสิ่งที่รับประทาน เพื่อช่วยหาสาเหตุของอาการแพ้
การที่ไม่เคยแพ้อะไรเลยในวัยเด็ก ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีวันเกิดอาการแพ้ในอนาคต เพราะระบบภูมิคุ้มกันและสภาพร่างกายของเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ในมุมมองของแพทย์แผนจีนภูมิแพ้เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังเสียสมดุล ไม่ว่าจะจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด อาหาร หรือการเสื่อมถอยตามวัย ดังนั้นการดูแลสุขภาพอย่างรอบด้าน ทั้งการนอนหลับที่มีคุณภาพ การกินอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกาย และการจัดการความเครียด จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ลดความไวต่อสิ่งกระตุ้น และอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้อย่างสมดุลในระยะยาว
______________________________________________
บทความโดย
แพทย์จีน มนัญญา อนุรักษ์ธนากร (หมอจีน หวง เหม่ย ชิง)
黄美清 中医师
TCM. Dr. Mananya Anurakthanakorn (Huang Mei Qing)
เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ พจ.588
แผนกอายุรกรรมภายนอก
คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
1 ต.ค. 2569
1 ต.ค. 2569
1 ต.ค. 2569
1 ต.ค. 2569