มุมมองการแพทย์แผนจีนต่อกรณีศึกษาผู้ป่วยภูมิแพ้ผื่นผิวหนังอักเสบ น้ำเหลืองซึม คันมาก

Last updated: 14 ก.ย. 2569  |  11 จำนวนผู้เข้าชม  | 

มุมมองการแพทย์แผนจีนต่อกรณีศึกษาผู้ป่วยภูมิแพ้ผื่นผิวหนังอักเสบ น้ำเหลืองซึม คันมาก

ผู้ป่วยหญิง อายุ 49 ปี

เข้ารับการรักษาครั้งแรก





ประวัติปัจจุบัน :  ผู้ป่วยเป็นผื่นผิวหนังอักเสบมา 2 ปี 1 ปีที่ผ่านมาเป็นหนักขึ้น  ผื่นมักมีน้ำเหลืองซึม  ปัจจุบันทานยาสเตียรอยด์และยาแก้แพ้วันละ 1 เม็ด และทาสเตียรอยด์วันละ 3-4 ครั้ง ขี้ร้อน เนื่องจากบางครั้งไม่ได้ทำงานในห้องแอร์ จึงเหงื่อออกง่าย   มีอาการคันมาก ส่งผลทำให้คุณภาพการนอนไม่ดี มักท้องผูก ต้องทานยาระบาย ทานอาหารได้ปกติ ไม่ได้ควบคุมอาหาร 

ตรวจลิ้นและชีพจร : ลิ้นชมพูฝ้าขาวปลายลิ้นแดง ลิ้นบวมมีรอยฟัน ชีพจรเร็ว

โรคประจำตัว:  ภูมิแพ้อากาศ มักมีน้ำมูกใส

การวินิจฉัยตามหลักการแพทย์แผนจีน

ผู้ป่วยมีผื่นผิวหนังอักเสบเรื้อรังเป็นเวลา 2 ปี และมีอาการรุนแรงขึ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา โดยมีผื่นคันมาก มีน้ำเหลืองซึม และเหงื่อออกง่าย เมื่อพิจารณาร่วมกับประวัติภูมิแพ้อากาศ มีน้ำมูกใส ลิ้นปลายแดง และชีพจรเร็ว สอดคล้องกับภาวะ ปอดมีความร้อน ซึ่งในมุมมองการแพทย์แผนจีน ปอดมีความสัมพันธ์กับผิวหนังและมีบทบาทในการควบคุมการเปิด–ปิดของรูขุมขนและการกระจายของชี่และสารน้ำ เมื่อปอดเสียสมดุลจึงอาจแสดงออกเป็นอาการผิดปกติบริเวณผิวหนัง

นอกจากนี้ ผู้ป่วยมีน้ำเหลืองซึมจากผื่น ลิ้นบวมมีรอยฟัน ซึ่งสามารถพิจารณาร่วมกับภาวะ ความชื้นสะสมในร่างกาย  โดยเฉพาะเมื่อพลังชี่ของม้ามในการลำเลียงและเปลี่ยนแปลงสารอาหารและสารน้ำทำงานได้ไม่สมดุล ความชื้นจึงเกิดการสะสมคั่งค้างและแสดงออกทางผิวหนังได้

ตามทฤษฎีการแพทย์แผนจีน ปอดและลำไส้ใหญ่มีความสัมพันธ์กัน ความร้อนเผาผลาญสารน้ำ ทำให้ลำไส้ใหญ่ขาดความชุ่มชื้น แห้งลง เกิดอุจจาระแห้งและขับถ่ายยาก

การรักษา

จ่ายยาจีนเฉพาะบุคคลที่มีสรรพคุณลดความร้อน ขับความชื้น ทั้งแบบรับประทาน 2 ครั้งต่อวัน และยาใช้ภายนอก

รักษาและปรับยาจีนต่อเนื่อง

แนะนำให้ปรับเรื่องอาหาร หากเหงื่อออกให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเหงื่อ



หลังรับการรักษา 5 วัน



พบว่าผื่นยุบอย่างชัดเจน ไม่มีน้ำเหลือง และอาการคันลดลงประมาณ 50% ยังทานยาแก้แพ้ ทาสเตียรอยด์ร่วมด้วย วันละ 2 ครั้ง ขณะเดียวกันการขับถ่ายก็ดีขึ้น แต่ยังมีเหงื่อออกง่ายและการนอนหลับยังไม่ปกติ

ในเชิงทฤษฎีการแพทย์แผนจีน การที่น้ำเหลืองหยุดซึมและผื่นลดลง สามารถตีความได้ว่าสภาวะความร้อนและความชื้นที่แสดงออกทางผิวหนังลดลง ขณะที่อาการขับถ่ายที่ดีขึ้นสอดคล้องกับการที่สมดุลของระบบภายในดีขึ้น

การรักษา 

จ่ายยาจีนเฉพาะบุคคล

หลังเข้ารับการรักษา 1เดือน  12 วัน 




ระหว่างการรักษา ค่อยๆลดการทานยาสเตียรอยด์ ยาแก้แพ้ ลดการทายาสเตียร์รอยด์ จนหยุดทั้งหมดได้ในที่สุด ช่วงระหว่างนี้มีผื่นกำเริบบ้าง จากการหยุดยาสเตียรอยด์แรกๆ จากเหงื่อ หรือจากอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ถูกกับโรค 

วันที่เข้ารับการตรวจ : ผื่นส่วนใหญ่หายสนิท บางส่วนยังเห็นเป็นรอยคล้ำ ไม่มีอาการคัน การนอนหลับดีขึ้นมาก ขับถ่ายปกติ

หมายเหตุ: ผื่นที่หายจากการอักเสบจะทิ้งรอยคล้ำ เมื่อผื่นหายไม่กำเริบ ผิวจะมีเวลาค่อยๆฟื้นฟูต่อเนื่องจนสีผิวกลับมาเป็นปกติ


สิ้นสุดการรักษา


สรุปผลการรักษา

ผู้ป่วยมีผื่นผิวหนังอักเสบเรื้อรังร่วมกับอาการคันมาก มีน้ำเหลืองซึม เหงื่อออกง่าย และขับถ่ายลำบาก เมื่อวิเคราะห์ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน พบความสอดคล้องกับภาวะปอดมีความร้อนร่วมกับความชื้นสะสมและความไม่สมดุลของปอดกับลำไส้ใหญ่ จึงปรับสมดุลภายในและลดปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดผื่น โดยใช้ยาจีนเฉพาะบุคคลทั้งรับประทานและใช้ภายนอก และปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน หลังรักษา 5 วัน ผื่นและน้ำเหลืองซึมดีขึ้นอย่างชัดเจน อาการคันลดลงประมาณ 50% และการขับถ่ายดีขึ้น เมื่อครบ 1 เดือน 12 วัน ผื่นส่วนใหญ่หาย ไม่มีอาการคัน สามารถหยุดยาแก้แพ้และยาสเตียรอยด์ การนอนหลับดีขึ้นมาก และการขับถ่ายกลับมาเป็นปกติ

______________________________________________

บทความโดย
แพทย์จีน คณิฏฐ์ษา จิรัฐิติกาล (แพทย์จีนเซี่ย กุ้ย อิง)
谢桂英 中医师
TCM. Dr. Kharnitsa Jirathitikal (Xie Gui Ying)
เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ พจ.570
แผนกอายุรกรรมภายนอก
คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้