Last updated: 14 ก.ย. 2569 | 48 จำนวนผู้เข้าชม |
เมื่ออายุมากขึ้น หลายๆท่านกำลังเผชิญกับอาการเหล่านี้อยู่หรือไม่? รู้สึกอ่อนแรง เคลื่อนไหวช้าไม่ว่าจะลุกนั่งหรือยืนขึ้นลำบาก เดินช้าลง ทรงตัวยาก เมื่อทำกิจกรรมทั่วไปแล้วเหนื่อยง่ายขึ้น นั่นคือ สัญญาณเตือน ภาวะกล้ามเนื้อน้อย Sarcopenia
ภาวะกล้ามเนื้อน้อย Sarcopenia คือ ภาวะสูญเสียมวลและความแข็งแรงกล้ามเนื้อที่เกิดขึ้นต่อเนื่องอย่างช้าๆตามวัย ชัดเจนมากในช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป สาเหตุหลักที่พบบ่อยคือ
- อายุที่เพิ่มขึ้น การสร้างฮอร์โมนสารจำเป็นของร่างกายลดลง
- ขาดการออกกำลังกาย เคลื่อนไหวเดินน้อยลง
- ทานได้น้อย รับโปรตีนสารอาหารไม่เพียงพอ ระบบย่อยอาหารการดูดซึมแย่ลง
- การเจ็บป่วยที่ทำให้นอนพักฟื้นในระยะเวลานาน
- ภาวะการอักเสบเรื้อรังทำลายมวลกล้ามเนื้อ
การแพทย์แผนจีน เรียกว่า เหว่ยเจิ้ง 痿症 และซวีเหลา 虚劳 โดยให้ความสำคัญถึง 2 อวัยวะหลัก คือ
ม้าม (脾-Spleen): มีหน้าที่ควบคุมการย่อยและดูดซึมสารอาหาร ลำเลียงสารจำเป็นที่ได้จากย่อยไปยังปอดและหัวใจ เพื่อกระจายไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ อีกทั้งม้ามยังมีความสัมพันธ์กับกล้ามเนื้อ ควบคุมกล้ามเนื้อแขนขา (脾主肌肉) ทำให้กล้ามเนื้อหนาแน่นแข็งแรง หากการทำงานของม้ามผิดปกติ อาจส่งผลทำให้รู้สึกเหนื่อยเพลียไม่สดใส ทานอาหารได้น้อยลง ท้องอืด การขับถ่ายไม่ดี และรวมถึงมวลกำลังกล้ามเนื้อแขนขาไม่มีแรง เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อขาดการบำรุง ทำให้กล้ามเนื้อลีบฝ่อในที่สุด
ไต (肾-Kidney): ในการแพทย์แผนจีนเปรียบเสมือน “รากฐานของชีวิต” เป็นศูนย์รวมของหยวนชี่ (สารจำเป็น-สารจิง) ที่ควบคุมการเจริญเติบโต สมอง การเจริญพันธุ์ ระบบน้ำทั่วร่างกาย อีกทั้งมีความสัมพันธ์ควบคุมกระดูกและไขกระดูก เมื่ออายุมากขึ้น พลังไตน้อยลง ส่งผลให้กระดูกเริ่มบาง กระดูกพรุนง่าย กล้ามเนื้อเสื่อมถอย เหนื่อยเพลียง่ายไม่มีแรง มือเท้าเย็น
เมื่อการทำงานของไตถดถอยลง อาจส่งผลกระทบถึงอวัยวะตับ (肝-Liver) ด้วย เนื่องจาก“ตับและไตเป็นแหล่งกำเนิดเดียวกัน” (肝肾同源) ที่มีความสัมพันธ์ระหว่างการกักเก็บสารจิงและกักเก็บเลือด สารจำเป็นเหล่านี้สามารถแปรเปลี่ยนซึ่งกันและกันได้ เมื่อตับและไตอ่อนแอเสียสมดุล เลือดไม่หล่อเลี้ยงเส้นเอ็น ทำให้ปวดเมื่อยเอว เข่า ตามข้อเส้นเอ็น เคลื่อนไหวไม่คล่องเหมือนเดิม บางครั้งมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ตาแห้ง เวียนศีรษะ มีเหงื่อออกตอนกลางคืน การได้ยินลดลง เป็นต้น
สามารถรักษาฟื้นฟูได้ด้วยการฝังเข็มร่วมกับเต่าอวิ้นกงศาสตร์การแพทย์แผนจีน
การฝังเข็ม : ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของชี่และเลือด รวมถึงกำลังการทำงานกล้ามเนื้อ ช่วยชะลอการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อ
เต่าอวิ้นกง 导运功 : คือ วิธีการฟื้นฟูร่างกายด้วยการฝึกฝน การเคลื่อนไหว เพื่อชักนำพลังชี่และเลือดไปยังแขนขาส่วนต่างๆที่ต้องการ ช่วยฟื้นฟูมวลกำลังกล้ามเนื้อ เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
สามารถปรับโภชนาการอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เสริมอาหารที่มีโปรตีนเป็นส่วนประกอบ เช่น ไข่ขาว เนื้อปลา เนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน เป็นต้น ให้เพียงพอต่อปริมาณที่ร่างกายได้รับต่อวัน
ตัวอย่างกรณีการรักษาฟื้นฟูภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย Sarcopenia
ตัวอย่างกรณีการรักษา
ข้อมูลผู้ป่วย :
รหัสผู้ป่วย : HN 448XXX
ชื่อ : คุณ ธXXXX
วันที่เข้ารับการรักษา : 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เพศ : ชาย อายุ : 70 ปี
อุณหภูมิ 36.5 องศาเซลเซียส ชีพจร : 78 ครั้ง/นาที
ความดันโลหิต : 113/74 mmHg น้ำหนัก : 52 กิโลกรัม
อาการสำคัญ : ขาสองข้างเดินลำบากทรงตัวยาก 3 เดือน
อาการปัจจุบัน :
เมื่อ 3 เดือนก่อนมีอาการลิ้นแข็งพูดไม่ชัดเฉียบพลัน อ่อนแรงซีกซ้าย ญาติรีบนำส่งโรงพยาบาล CT-Scan พบเส้นเลือดสมองตีบ แพทย์ให้การรักษาโดยทานยาละลายลิ่มเลือดร่วมกับทำกายภาพฟื้นฟู อาการเริ่มดีขึ้นตามลำดับ แต่ขาทั้งสองข้างไม่มีแรง รู้สึกลุกเดินลำบาก การทรงตัวยาก เดินไปสักระยะเหนื่อยง่าย ยังไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ต้องมีคนดูแลใกล้ชิด จึงมาพบแพทย์แผนจีนเพื่อรักษาและฟื้นฟูอาการ
อาการขณะพบแพทย์จีน :
แขนขาซีกซ้ายอ่อนแรง ยืนและเดินทรงตัวลำบากยังต้องมีคนช่วยประคอง เดินทรงตัวลำบาก เดินนานๆมีเหนื่อยเพลีย ไม่มีกล้ามเนื้อหดเกร็ง มุมปากซ้ายเบี้ยวเล็กน้อย ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด นอนหลับปกติ ทานอาหารได้น้อย ขับถ่ายปกติ กลางคืนปัสสาวะบ่อย
ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต :
โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต
การตรวจร่างกายทางการแพทย์แผนจีน :
รู้สึกตัวดีสื่อสารได้ หูซ้ายการได้ยินลดลง ลิ้นสีคล้ำฝ้าขาว ชีพจรเล็กลื่น 舌红暗苔白, 脉滑细
การวินิจฉัยโรค :
แพทย์แผนจีน : จ้งเฟิง (wind stroke) ระยะฟื้นฟู , เหว่ยปิ้ง (weibing)
กลุ่มอาการ : ชี่พร่องร่วมกับมีเลือดคั่ง
การแพทย์แผนปัจจุบัน : Stroke (Ischemic Stroke) , Sarcopenia
แผนการรักษา :
1.การฝังเข็ม: เพื่อปลุกสมองเปิดทวาร บำรุงพลังชี่และเลือด เพิ่มการไหลเวียนกระตุ้นการทำงานสมองระบบประสาทรวมถึงกำลังการทำงานกล้ามเนื้อ
2.เต๋าอวิ้นกง: เพื่อฟื้นฟูมวลกำลังกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง ฝึกการเคลื่อนไหวแขนขา ฝึกยืนเดินและการทรงตัว เพื่อช่วยชักนำพลังชี่และเลือดไปยังแขนขาตามเส้นลมปราณ
3.ยาสมุนไพรจีน: ทะลวงเส้นลมปราณ บำรุงชี่และเลือด
รักษาครั้งที่ 1 วันที่ 4/2/2569
พบแพทย์แผนจีนด้วยอาการยืนและเดินทรงตัวลำบาก ต้องมีคนดูแลใกล้ชิด หากเดินนานๆเหนื่อยเพลียขาอ่อน แขนขาซีกซ้ายอ่อนแรง ไม่มีกล้ามเนื้อหดเกร็ง มุมปากซ้ายเบี้ยวเล็กน้อย ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด หูซ้ายการได้ยินลดลง ขาบวมเล็กน้อย นอนหลับปกติ ทานอาหารได้น้อย ขับถ่ายปกติ ปัสสาวะกลางคืนบ่อย
รักษาครั้งที่ 2 วันที่ 11/2/2569
หลังการรักษาฝังเข็มร่วมเต่าอวิ้นกง ยืนและเดินทรงตัวได้เองดีขึ้นโดยไม่ต้องมีคนประคอง เริ่มเดินขึ้นลงบันไดเองได้ อาการเหนื่อยเพลียน้อยลง ทานอาหารได้มากขึ้น ฝึกเคลื่อนไหว ออกกำลังกายตามที่แพทย์แนะนำได้ในความถี่ที่เพิ่มขึ้น
รักษาครั้งที่ 3 วันที่ 21/2/2569
ยืนเดินแข็งแรงมั่นคงทรงตัวดีขึ้นชัดเจน สีหน้าสดใสขึ้น เดินนานๆไม่รู้สึกเหนื่อยเพลีย หรือมีอาการอ่อนล้าบริเวณกล้ามเนื้อขา เดินขึ้นลงบันไดทางต่างระดับได้ดีขึ้น
รักษาครั้งที่ 4 วันที่ 16/3/2569
มวลกล้ามเนื้อขาทั้งสองข้างแข็งแรงขึ้น ยืนเดินและการทรงตัวดี สามารถเดินขึ้นลงบันไดได้อย่างคล่องแคล่ว เดินนานๆ ระยะไกลไม่รู้สึกเหนื่อยเพลียแล้ว ทำกิจกรรมใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ วันนี้จึงมาพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอาการอีกครั้ง
สรุปผลการรักษา
ผู้ป่วยเข้ารับรักษาด้วยการฝังเข็มร่วมกับเต๋าอวิ้นกง เป็นระยะเวลาประมาณ 5 สัปดาห์ เฉลี่ยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง การยืนและเดินทรงตัวดีขึ้นชัดเจน กลับมาทำกิจกรรมใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ การเคลื่อนไหวแขนขาได้คล่องแคล่ว ผู้ป่วยได้กลับไปออกกำลังกาย ฝึกการเคลื่อนไหวตามที่แพทย์แนะนำอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ผลการรักษามีพัฒนาการชัดเจน
เอกสารอ้างอิง
1.ศาสตร์การแพทย์แผนจีนเบื้องต้น กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข
2.“中医内科学” 十一五普通高等教育本科国家级规划教材
3. “中医基础理论学” 十一五普通高等教育本科国家级规划教材
4. https://www.rama.mahidol.ac.th/rama-km/cat/16/CKM04/4110 สืบค้นเมื่อ 28 สิงหาคม 2569
______________________________________________
บทความโดย
แพทย์จีน พัลลภ อ่อนแก้ว (หมอจีนจาง เหวิน จิ้ง)
张文静中医师
TCM. Dr. Phanlob Onkaew
ใบประกอบโรคศิลปะ พจ.1561
ทำการรักษาร่วมกับ
แพทย์จีนอาวุโส ปณิตา กาสมสัน (หมอจีนหลู เหมียว ซิน)
卢苗心中医师
TCM. Dr. Panita Kasomson
ใบประกอบโรคศิลปะ พจ.30
คลินิกฟื้นฟูอัมพฤกษ์อัมพาตและโรคทางระบบประสาท
คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว กรุงเทพฯ
7 ก.ย. 2569
14 ก.ย. 2569