โรคหมอนรองกระดูกเอวทับเส้นประสาท (Herniated Nucleus pulpous)

โรคหมอนรองกระดูกเอวทับเส้นประสาท (Herniated Nucleus pulpous)

โรคหมอนรองกระดูกเอวทับเส้นประสาท คือ หลังจากหมอนรองกระดูกเกิดการเสื่อม สภาพแล้ว ได้รับแรงกดทับทำให้ fibrous ring เกิดการแตก Nucleus pulposus ก็ไหลออกมากดทับไขสันหลัง , Caudaequina , เส้นเลือด หรือ รากประสาท (nerve roots) ทำให้เกิดอาการปวดเอวและขา  มักพบในผู้ที่มีอายุประมาณ 30-50 ปี ผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ผู้ใช้แรงงานจะพบได้บ่อย  ตำแหน่งมีมักพบเห็นได้บ่อยคือ L4-5 , L5 - S1


Cr.Photo : health.163.com



สาเหตุและกลไกการเกิดโรค
เมื่อมีอายุที่มากขึ้น หมอนรองกระดูกสันหลังเกิดการเสื่อมสภาพ Nucleus pulposus มีส่วนประกอบของน้ำค่อยๆ ลดลง  สูญเสียความยืดหยุ่น  ระยะห่างระหว่างกระดูกสันหลังแคบลง  ligament รอบๆ กระดูกสันหลังเกิดการหย่อน กระดูกสันหลังสูญเสียความคงตัว  สาเหตุเหล่านี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานของโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท  ถ้าหมอนรับอุบัติเหตุ   fibrous ring เกิดการแตก Nucleus pulposus จะไหลออกมาตามแนวรอยแตกและกดทับรากประสาท เมื่อรากประสาทถูกกดทับจนแบน 

จากนั้นจะเกิดการอักเสบ บวม และเปลี่ยนรูปร่าง เกิดความผิดปกติไปตามแนวเส้นประสาทนั้น ๆ มีผู้ป่วยบางส่วนเมื่อเอวได้รับความเย็นมากระทบ จะทำให้กล้ามเนื้อเอวหดเกร็ง ทำให้ความดันภายในหมอนรองกระดูกสันหลังเพิ่มมากขึ้น กระตุ้นให้เกิดการเสื่อมสภาพของหมอนรองกระดูกสันหลัง แล้วแสดงอาการออกมาทางระบบประสาท

หลังจากที่หมอนรองกระดูกสันหลังยื่นออกมาทับรากประสาทบริเวณ L4-5 ,L5-S1 เป็นหลัก  มักมีอาการปวดตามแนวเส้นประสาท sciatic nerve  ในรายที่มีการยื่นออกมาทางด้านหลังและเฉียงออกด้านข้าง มักจะมีอาการปัญหาเพียงด้านเดียว  แบบยื่นออกมาตรงกลางจะกดทับ Cauda equina ในรายที่เป็นหนักจะมีการกดทับรากประสาททั้งสองข้าง  จากนั้นก็จะมีปัญหาที่ข้อต่อของกระดูกสันหลังตามมาคือ มีระยะห่างระหว่างกระดูกสันหลังแคบลง ligament รอบๆ กระดูกสันหลังเกิดการหย่อน และข้อต่างๆ เกิดการขัดกัน   ถ้ามีการป่วยเป็นเวลานานจะทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมมากขึ้น ทำให้อาการปวดเอวและขาปวดหนักมายิ่งขึ้น



พยาธิสภาพของโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
1. ทฤษฎีอธิบายเชิงกายภาพและการระคายเคือง
Mixte rและ Barr เสนอความคิดว่า กลไกลของการเกิดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เกิดจากไขกระดูกโพล่ออกมาทับเส้นประสาท  ทำให้บริเวณนั้นขาดเลือด บวม อักเสบ เส้นประสาทถูกกดทับ

2. ทฤษฎีโคนรากประสาทอักเสบจากสารเคมี
Muvpby  ได้มีการศึกษาทางเคมีของเส้นประสาทที่อักเสบว่าการอักเสบเกิดจากหมอนรองกระดูกเกิดการเปลี่ยนแปลง ปมประสาทถูกกระตุ้นทางเคมีอย่างมาก

3. ทฤษฎีภูมิคุ้มกันโรค
Borechko1960 ได้เสนอว่าก่อนที่ไขกระดูกจะโพล่ออกมาภูมิคุ้มกันของร่างกายกับสิ่งแปลกปลอมภายนอกเกิดการต่อสู้กัน  ต่อมาเมื่อไขกระดูกโผล่ออกมา  เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายทำให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายตอบสนอง จนทำให้เกิดการอักเสบขึ้น

การตรวจวินิจฉัย
1. ประวัติการเจ็บป่วย   เคยมีประวัติการได้รับบาดเจ็บบริเวณเอว หรือ เคยโดนลมเย็นเข้ามากระทบ

2. อาการ  มีอาการปวดเอวและปวดร้าวลงขา  ข้างเดียวหรือสองข้าง  เคลื่อนไหวเอวติดขัด  เมื่อมีการเคลื่อนไหวเอว  ก้มศีรษะ ไอ หรือจามอาการปวดเพิ่มมากขึ้น 

3. physical signs   กล้ามเนื้อเอวตึง  พบกระดูกสันหลังเอียงข้าง  มีจุดกดเจ็บด้านข้างกระดูกสันหลังและมีอาการร้าวลงขา  มีความรู้สึกที่ขาลดลง  กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง  รีเฟล็กซ์ที่เอ็นข้อขาลดลง  การทดสอบ  Straight –leg-raising test positive ,  Lasegue’s sign positive,Prone knee-bending test positive ,  Lindner’s sign positive

อาการทางคลินิก
1. ปวดเอวร่วมกับปวดร้าวลงขาเป็นหลัก  ก่อนการเกิดโรคมักมีประวัติการได้รับบาดเจ็บที่แตกต่างกัน มีผู้ป่วยบางส่วนโดนลมเย็นแล้วแสดงอาการ   เมื่อมีอาการไอ จาม หรือออกแรงเบ่งอุจจาระ หรือก้มตัวลง จะมีอาการหนักขึ้น  ผู้ที่ป่วยเป็นระยะเวลานาน  บริเวณที่มีอาการปวดร้าวลงไปจะมีอาการชาและอ่อนแรง  ถ้ามีการยื่นมากดทับCauda equinaจะมีอาการชาบริเวณ Perineum  หรือ ปวดเหมือนเข็มแทง การขับถ่ายอุจจาระปัสสาวะมีปัญหา  มีอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ  หรือขาทั้ง 2 ข้างเป็นอัมพาตเป็นต้น มีผู้ป่วยบางราย มีแต่อาการปวดขาแต่ไม่ปวดเอว

2. กล้ามเนื้อบริเวณเอว ตึง หดเกร็ง ความโค้งตามสรีรวิทยาของกระดูกสันหลังซึ่งควรแอ่น ลดลงหรือหายไป การเคลื่อนไหวติดขัด และมีระดับการเอียงข้างของกระดูกสันหลังไม่เท่ากัน  มีจุดกดเจ็บและเคาะเจ็บในแนวกระดูกสันหลังและด้านข้าง  ด้านหลังต้นขา  ด้านหลังและด้านข้างของน่องขา และเท้าด้านนอก

3. หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทแต่ละเส้น  จะมีความแตกต่างที่ความรู้สึกที่ผิวลดลง แรงของกล้ามเนื้อลดลง และรีเฟล็กซ์ก็ลดลงที่ไม่เหมือนกัน 
- ถ้ามีการกดทับที่ L3-4 หมอนรองกระดูกจะกดทับเส้นประสาทเอวเส้นที่ 4 ทำให้มีความรู้สึกที่น่องด้านในมีความรู้สึกผิดปกติ 

- ถ้ามีการกดทับที่ L4-5 หมอนรองกระดูกจะกดทับเส้นประสาทเอวเส้นที่ 5 ทำให้มีความรู้สึกที่ท่อนขาด้านหน้าและด้านข้างหลังเท้าด้านในมีความรู้สึกลดลง

- ถ้ามีการกดทับที่ L5-S1 หมอนรองกระดูกจะกดทับเส้นประสาทกระเบนเหน็บเส้นที่ 1 ทำให้มีความรู้สึกที่ท่อนด้านหลังและด้านนอก หลังเท้าด้านนอกและฝ่าเท้ามีความรู้สึกลดลง 

- ถ้ากดทับ Cauda equina จะทำให้มีอาการชาบริเวณPerineum กล้ามเนื้อหูรูดบริเวณกระเพาะปัสสาวะและรูทวารหนักทำงานมีปัญหา 

- ถ้าเส้นประสาทเอวเส้นที่ 4 ถูกกดทับ ทำให้แรงกล้ามเนื้อในการกระดกข้อเท้าขึ้นลดลง  กล้ามเนื้อฝ่อ 

- เส้นประสาทเอวเส้นที่ 5 ถูกกดทับ ทำให้แรงกล้ามเนื้อในการกระดกนิ้วหัวแม่เท้าลดลง 

- เส้นประสาทกระเบนเหน็บเส้นที่ 1 ถูกกดทับ ทำให้แรงกล้ามเนื้อในการงุ้มหัวแม่เท้าลดลง 

- เส้นประสาทเอวเส้นที่ 4 ถูกกดทับ รีเฟล็กซ์ที่หัวเข่าลดลง 

- เส้นประสาทกระเบนเหน็บเส้นที่ 1 ถูกกดทับ รีเฟล็กซ์ที่เอ็นข้อเท้าลดลง

4. หมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท ข้อที่ L4-5 ,L5-S1 ทำ Straight –leg-raising test positive ,  Lasegue’s sign positive. ข้อ L3-4  Prone knee-bending test positive ,  Lindner’s sign positive

หลักการแยกแยะวิเคราะห์โรคและการรักษา
หลังการตรวจทางคลินิกและใช้ผล MRI มากำหนดวิธีการรักษา เช่น  ในระยะ acute ต้องนอนพัก ใช้ยาทานและยาภายนอกเป็นหลัก ในระยะเรื้อรังใช้การนวด การดึง การอบสมุนไพร การฉีดยาเข้าที่ epidural เป็นต้น กรณีที่รักษาแบบประคับประคองไม่ได้ แนะนำให้ผ่าตัดเป็นหลัก

การแบ่งระยะของโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
มีนักวิชาการกล่าวถึงกรณีที่จะรักษาด้วยการผ่าตัดรักษาหมอนรองกระดูก แบ่งเป็น 3 ระยะ

1. Small type 
fibrous ring ด้านในเกิดการแตก Nucleus pulposus ก็ไหลออกมาด้านหลัง  อาการทางคลินิกแสดงออกไม่หนักมาก เพียงแค่นอนพักผ่อน รักษาด้วยการนวด การรักษาด้วยยา เป็นต้น จะสามารถช่วยให้อาการของโรคไม่กำเริบและหายได้ในที่สุด

2. Transitional type
fibrous ring ในและนอกปริแตก  ผนังชั้นนอกของหมอนรองกระดูกเริ่มเสียความยืดหยุ่น ทำให้อาการทางคลินิกแสดงออกเหมือนเดี๋ยวเป็นเดี๋ยวหาย

3. mature type
fibrous ring และผนังเนื้อเยื่อหมอนรองกระดูกถูกทำลาย   ไขกระดูกปลิ้นออกมาทางทางเดินของเส้นประสาท และหลอดเลือด   ทำให้เกิดการยึดติด  จึงเกิดการยึดติด  ทำให้เกิดอาการปวดตลอดเวลา  สถิติของการผ่าตัด 80 % ของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทไม่จำเป็นต้องผ่าตัดก็สามารถรักษาให้หายได้  นอกจากนั้นมีเพียง 10% ที่ต้องผ่าตัด

บทความโดย แพทย์จีน หลี่ ฮั่น เฉิง
แปลภาษาไทย โดย แพทย์จีน ศศิพัทธ์ อิทธิชัยโฆษิตกุล

ข้อมูลเพื่อประกอบการรักษา
1. การนวดรักษาโรคด้วยการทุยหนา (Tuina)
2. รักษาอาการปวดจากพังผืดกล้ามเนื้อ
3. ต้นทางแห่งความปวด ทำไมจึงปวด ?

สอบถามข้อมูลการรักษาเพิ่มเติม 
Hotline : 095-884-3518
LINE@ : @huachiewtcm

คลินิกหัวเฉียวแพทย์แผนจีน 
เปิดให้บริการการรักษาแก่ประชาชน 3 สาขาทั้งในกรุงเทพฯและภูมิภาค
1. กรุงเทพฯ   โทร. 02-223-1111 ต่อ 102 
2. โคราช       โทร. 044-258-555 , 085-325-1555 
3. ศรีราชา    โทร.038-199-000 , 098-163-9898 
ดูแผนที่การเดินทางของทุกสาขา