ทำไมมะเร็งมักปวดกลางดึก บ่งบอกอะไร

Last updated: 24 มี.ค. 2569  |  10 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ทำไมมะเร็งมักปวดกลางดึก บ่งบอกอะไร

ผู้ป่วยมะเร็งจำนวนไม่น้อยมักเล่าว่า อาการปวดของตนเองดูเหมือนจะรุนแรงขึ้นในช่วงเวลากลางคืน โดยเฉพาะช่วงกลางดึกหรือก่อนรุ่งเช้า บางคนปวดจนต้องตื่นขึ้นมา ทำให้นอนหลับไม่สนิท และรู้สึกอ่อนเพลียในวันถัดมา หลายคนจึงเกิดคำถามว่า เหตุใดอาการปวดจากมะเร็งจึงมักกำเริบในช่วงเวลากลางคืน และอาการปวดลักษณะนี้กำลังบอกอะไรเกี่ยวกับร่างกายของเรา 

  อาการปวดเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยมะเร็ง อาจมีอาการปวดพบได้ตั้งแต่ตรวจพบระยะแรก ระหว่างการรักษา หรือในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอจากการรักษา เช่น การผ่าตัด เคมีบำบัด หรือการฉายรังสี ความเจ็บปวดเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อร่างกายเท่านั้น แต่ยังรบกวนการนอนหลับ ส่งผลต่อสภาพจิตใจและคุณภาพชีวิตโดยรวม ปัจจุบันนอกจากการรักษาตามแนวทางการแพทย์แผนตะวันตกแล้ว การแพทย์แผนจีนยังมีบทบาทในการช่วยบรรเทาอาการปวดและดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งได้อีกทางหนึ่ง

อาการปวดของผู้ป่วยมะเร็งเกิดจากอะไรได้บ้าง

       อาการปวดในผู้ป่วยมะเร็งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น
         • ก้อนมะเร็งกดทับเส้นประสาทหรือเนื้อเยื่อ
         • การอักเสบของอวัยวะหรือเนื้อเยื่อรอบ ๆ
         • ผลข้างเคียงจากการรักษา เช่น การผ่าตัด เคมีบำบัด หรือการฉายรังสี
         • กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นตึงตัวจากภาวะอ่อนเพลียหรือการเคลื่อนไหวลดลง
  ในมุมมองของการแพทย์แผนจีน จัดไว้ในขอบเขตโรคปี้เจิ้ง “痹证” หรือกลุ่มอาการปวด มีสาเหตุเกิดจาก 2 ปัจจัยหลักคือ เกิดจากได้รับปัจจัยก่อโรคภายนอก เช่น ความเย็น ความชื้น เสมหะสกปรกก่อตัวขัดขวางการไหลเวียน เมื่อนานวันเลือดคั่ง เมื่อเส้นลมปราณเกิดการติดขัด ก็จะทำให้เกิดความรู้สึกปวด ส่วนอีกปัจจัยเกิดจากความพร่องภายในร่างกาย เช่น ชี่และเลือดพร่อง หรือสารหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ไม่เพียงพอ เส้นลมปราณขาดการหล่อเลี้ยง จึงทำให้เกิดอาการปวดได้เช่นกัน 

แล้วเหตุใดจึงมักพบว่าชอบปวดรุนแรงขึ้นในตอนกลางคืน?

  ในมุมมองของการแพทย์แผนตะวันตก เมื่อถึงเวลากลางคืนร่างกายจะเข้าสู่ช่วงพักผ่อน การเคลื่อนไหวลดลง ทำให้การไหลเวียนของเลือดในบางบริเวณช้าลง โดยเฉพาะการนอนอยู่ท่าเดิมเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดการกดทับของเนื้อเยื่อมากขึ้น หากมีการอักเสบหรือก้อนเนื้อกดทับเส้นประสาท อาการปวดจึงรู้สึกชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ เมื่อสิ่งกระทบภายนอก เช่น เสียงหรือกิจกรรมต่างๆ ลดลง สมองจึงรับรู้ความรู้สึกจากร่างกายได้ชัดเจนมากขึ้น ทำให้อาการปวดดูเหมือนรุนแรงกว่าช่วงกลางวัน ในขณะเดียวกัน นาฬิกาชีวภาพของร่างกายยังส่งผลต่อสารสื่อประสาทและฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ความปวด เช่น ระดับฮอร์โมน คอร์ติซอล (cortisol) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบตามธรรมชาติของร่างกายจะลดลงในเวลากลางคืน ส่งผลให้ความสามารถในการควบคุมการอักเสบและความปวดลดลง อีกทั้งสารสื่อประสาทบางชนิด เช่น endogenous opioids ซึ่งเป็นสารระงับปวดตามธรรมชาติของร่างกาย และ serotonin ควบคุมอารมณ์และการรับรู้ความเจ็บปวดต่างมีระดับลดลง ขณะที่สารก่อการอักเสบบางชนิด เช่น IL-6 และ TNF-α อาจเพิ่มความไวของเส้นประสาทต่อความเจ็บปวด จึงทำให้อาการปวดของผู้ป่วยมะเร็งมักเด่นชัดมากขึ้นในช่วงเวลากลางคืน

  ในมุมมองของศาสตร์การแพทย์แผนจีน เวลากลางคืนถือเป็นช่วงเวลาที่พลัง “อิน” (阴) มีความเด่นชัดมากขึ้นขณะที่พลังหยาง (阳) ลดลง ร่างกายจึงเข้าสู่ช่วงพักผ่อนและการนอนหลับ เมื่ออินและความเย็นเพิ่มขึ้น จึงส่งผลให้การไหลเวียนของชี่และเลือดในร่างกายช้าลงหรือติดขัดได้ ซึ่งทำให้อาการปวดรุนแรงมากขึ้นในช่วงเวลากลางคืน ดังคำกล่าวในตำราทางการแพทย์แผนจีนที่ว่า “ปู้ทงเจ๋อท่ง 不通则痛” หมายถึง เมื่อการไหลเวียนติดขัด ก็ย่อมเกิดความปวด ซึ่งในผู้ป่วยมะเร็งที่มีอาการปวดเรื้อรัง มักจะมีการไหลเวียนของชี่และเลือดติดขัด หรืออาจมีความชื้นเสมหะสกปรกอุดกั้นจนเกิดเลือดคั่งติดขัดภายใน (痰湿瘀阻) เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว เมื่อเข้าสู่ช่วงตอนเย็นไปจนถึงเวลากลางคืน อาการปวดจึงมักกำเริบหรือรุนแรงขึ้นได้

การแพทย์แผนจีนช่วยดูแลอาการปวดได้อย่างไร

  การดูแลผู้ป่วยมะเร็งด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีนให้ความสำคัญกับการปรับสมดุลร่างกาย โดยใช้ยาสมุนไพรจีนรับประทานเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการรักษาจากภายนอก เช่น การใช้ยาสมุนไพรจีนประคบภายนอก การพอกยา การฝังเข็ม การแปะเม็ดผักกาดที่ใบหู เป็นต้น ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ระบายร้อนขับพิษ ลดปวดบวม เพื่อบรรเทาอาการไม่สบาย บรรเทาความเจ็บปวดทรมานของผู้ป่วย และปรับปรุงคุณภาพชีวิตช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น  ซึ่งระหว่างการรักษาสามารถใช้ร่วมกับการรักษาทางการแพทย์แผนตะวันตกได้ อีกทั้งยังสามารถช่วยลดผลข้างเคียงจากการใช้ยาแก้ปวด เช่น อาการท้องผูก เวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ได้

การประคบหรือการพอกยาสมุนไพรจีนอีกหนึ่งวิธีช่วยบรรเทาอาการปวด

  การประคบสมุนไพรจีนเป็นวิธีการรักษาภายนอกตามศาสตร์การแพทย์แผนจีนที่ใช้บ่อยในโรงพยาบาลแผนกรักษามะเร็งที่ประเทศจีน โดยนำสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ระบายร้อนขับพิษ ลดการบวมอักเสบ และบรรเทาอาการปวด มาใช้ประคบหรือพอกยาในบริเวณที่มีอาการ 

  การเลือกใช้ยาสมุนไพรจีน แพทย์จะเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสภาวะร่างกายของผู้ป่วย หากมีอาการปวด บวม แดง ร้อน จะเลือกใช้ยาสมุนไพรจีนที่มีฤทธิ์เย็น ช่วยระบายร้อนขับพิษเป็นหลัก หากผู้ป่วยมีอาการปวดเรื้อรัง มักเลือกใช้ยาสมุนไพรจีนที่มีฤทธิ์อุ่น ช่วยอบอุ่นเส้นลมปราณ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เพื่อบรรเทาอาการปวด อย่างไรก็ตาม การใช้สมุนไพรควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย ทั้งนี้ การดูแลผู้ป่วยมะเร็งไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อควบคุมโรคเท่านั้น แต่ยังมุ่งบรรเทาความทุกข์ทรมานจากอาการต่างๆ และช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

___________________________________________

แพทย์จีนอาวุโส อรกช มหาดิลกรัตน์ (หมอจีน ไช่ เพ่ย หลิง)
蔡佩玲 中医师
TCM. Dr. Orakoch Mahadilokrat (Cai Pei Ling)

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้