หน้าบวม ตัวบวม จากการนอนดึก ปัญหาสุขและและผิวพรรณที่ไม่ควรมองข้าม ตามมุมมองศาสตร์การแพทย์แผนจีน

Last updated: 22 ก.ย. 2569  |  15 จำนวนผู้เข้าชม  | 

หน้าบวม ตัวบวม จากการนอนดึก ปัญหาสุขและและผิวพรรณที่ไม่ควรมองข้าม ตามมุมมองศาสตร์การแพทย์แผนจีน


ปัจจุบันจากการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ การหักโหมทำงานหนักล่วงเวลา หรือการสังสรรค์จนดึก รวมถึงการใช้สื่อออนไลน์มากเกินไป อาจทำให้เวลาของนาฬิกาชีวิตแปรปรวน บางคนรับประทานอาหารเย็นตอน 2-3 ทุ่ม และ เข้านอนเลยเที่ยงคืนเป็นประจำ ตามหลักนาฬิกาชีวิตนั้นหากมีพฤติกรรมแบบนี้จนเป็นนิสัย ย่อมส่งผลให้นาฬิกาชีวิตแปรปรวน การไหลเวียนของชี่และเลือดมีปัญหา การทำงานของอวัยวะภายในเสียสมดุล และส่งผลทำให้เราเกิดอาการเจ็บป่วยเรื้อรังตามมา 


         หลายคนมักมีความสงสัยหลังตื่นนอนว่า ทำไมเวลานอนดึก ตื่นนอนมา รู้สึกหน้าบวม เปลือกตาบวม ขาบวมหรือบางครั้งอาจรู้สึกว่าตัวหนัก อยากนอนทั้งวัน ไม่อยากขยับตัวทำอะไรเลย ทำไมถึงเป็นแบบนี้อยู่บ่อยๆจนไม่กล้าดื่มน้ำเยอะ จริงๆแล้วตามศาสตร์ของแพทย์แผนจีน “อาการบวม” มีความเชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตตามหลักของนาฬิกาชีวิตค่ะ





สาเหตุที่ 1: นาฬิกาชีวิตแปรปรวน ระบบขับถ่ายน้ำในร่างกายทำไม่ทัน

 

          การเมตาบอลิซึมของน้ำในร่างกายไม่ได้ทำงานสม่ำเสมอเท่ากันตลอด 24 ชั่วโมง แต่มีจังหวะที่แน่นอนตามเวลานอนและเวลาตื่น เช่น หากอ้างอิงตามนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย ในช่วงเวลา 23:00 น. ถึง 01:00 น. หรือ “ยามจื่อ”(子时)เป็นช่วงเวลาที่แพทย์จีนแนะนำว่า “ยามจื่อต้องเข้านอน” เพราะเป็นช่วงเวลาที่ อินชี่(พลังอิน)สูงสุด หยางชี่(พลังหยาง) ค่อยๆก่อเกิด เป็นเวลาที่เส้นลมปราณถุงน้ำดีเริ่มต้นกระบวนการฟื้นฟูซ่อมแซมร่างกาย และในช่วงเวลา 01:00 น. ถึง 03:00 น. หรือ “ยามโฉ่ว” (丑时) เป็นช่วงเวลาที่เส้นลมปราณตับทำหน้าที่ในการกำจัดสารพิษ ลดระดับน้ำตาลในเลือด ในช่วงเวลา 23:00-03:00 น.เป็นช่วงเวลาฟื้นฟูที่สำคัญที่สุดของตับและถุงน้ำดี อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาทองที่ร่างกายปรับสมดุลและขับน้ำเสียออกจากร่างกาย แต่ถ้าหากนอนดึกหรือร่างกายยังไม่ได้พักผ่อนในช่วงเวลานี้ จะทำให้พลาด "ช่วงเวลาทองของการขับน้ำ"  ทำให้น้ำที่ควรจะถูกขับออกทางปัสสาวะหรือเหงื่อ ถูกบังคับให้คั่งค้างอยู่ตามเนื้อเยื่อ ผลก็คือในเช้าวันถัดมาใบหน้าจะบวม เปลือกตาบวม หรือมีความรู้สึกหนักที่ช่วงล่างของลำตัว และหากนอนดึกเป็นประจำ จะทำให้ตับไม่สามารถกักเก็บเลือดและกำจัดสารพิษได้ตามปกติ เป็นสาเหตุให้เกิดความหมองคล้ำ เกิดจุดด่างดำ อารมณ์ร้อน โกรธง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดื่มแอลกอฮอล์ในยามโฉ่ว (ตี1-ตี3) ย่อมส่งผลเสียต่อตับเป็นอย่างมาก


สาเหตุที่ 2: ระบบการไหลเวียนของชี่และเลือดช้าลง ทำให้น้ำคั่งค้าง



         เมื่อนอนหลับไม่เพียงพอ การไหลเวียนของพลังชี่ของหัวใจและปอดจะเชื่องช้าลง นั่นคืออัตราการไหลเวียนของเลือดช้าลงและการเผาผลาญลดลง น้ำในร่างกายจำเป็นต้องอาศัยพลังชี่ในการผลักดันให้ไหลเวียนกลับ เมื่อชี่และเลือดไม่พอ จึงทำให้น้ำไปคั่งค้างอยู่ในจุดที่สะสมได้ง่าย เช่น ใบหน้า รอบดวงตา น่อง และข้อเท้า

           ทางการแพทย์แผนจีนเรียกว่า ภาวะ"ชี่พร่องไม่ลำเลียง (氣虛不運)" คือเมื่อดื่มน้ำเข้าไปแต่ไม่มีพลังพอที่จะลำเลียงออกไป จะทำให้สรีระของร่างกายเกิดภาวะบวมน้ำง่าย โดยเฉพาะคนที่นั่งทำงานนานๆ หรือผู้ที่มีกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายน้อย อาการบวมจะยิ่งชัดเจนขึ้น

สาเหตุที่ 3: เพิ่มภาระให้ม้ามและไต ประสิทธิภาพการลำเลียงน้ำลดลง



          ในมุมมองของการแพทย์แผนจีน การนอนดึกจะทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะความเครียดชั่วคราว ซึ่งส่งผลให้ความสามารถในการเมตาบอลิซึมของม้ามและไตลดลง

- พลังม้ามอ่อนแอลง น้ำและสารน้ำไม่สามารถถูกขนส่งและลำเลียง (運化) เข้าสู่ระบบไหลเวียนปกติได้
- หยางของไตได้รับความเสียหาย ประสิทธิภาพการขับน้ำลดลง เช้าวันถัดมาปริมาณปัสสาวะจะน้อยลง หรือปัสสาวะไหลช้าลง
          ลักษณะเด่นของอาการบวมน้ำจากการนอนดึกประเภทนี้คือ ตอนเช้าหน้าบวม ตอนบ่ายน่องบวม รู้สึกร่างกายหนักอึ้งและเหนื่อยล้าตลอดทั้งวัน ไม่กล้าดื่มน้ำเยอะ ปริมาณปัสสาวะปริมาณลดลงหรือไหลช้า


สาเหตุที่ 4: การนอนดึกมักมาคู่กับอาหารรสจัดและมื้อดึก



- อาหารที่มีโซเดียมสูง (ของทอด, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, ไก่ทอดรสเผ็ด)
- อาหารที่มีไขมันสูง (แฮมเบอร์เกอร์, แป้งทอด, พิซซ่า)
- เครื่องดื่มน้ำตาลสูง (ชานม, น้ำอัดลม/เครื่องดื่มชูกำลัง)

          อาหารเหล่านี้เมื่อรับประทานเข้าไปจะทำให้ไอออนโซเดียมภายนอกเซลล์พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ร่างกายต้องกักเก็บน้ำไว้มากขึ้นเพื่อช่วยเจือจางความเข้มข้นของโซเดียม ซึ่งส่งผลโดยตรงให้ ใบหน้ากลมขึ้น น่องบวมจนรองเท้าแน่น หลังมือบวม ขณะเดียวกัน การติดนิสัยรับประทานมื้อดึกมื้อดึกยังเพิ่มภาระการย่อยให้แก่ ม้ามและกระเพาะอาหาร ทำให้ระบบเมตาบอลิซึมถูกรบกวนมากยิ่งขึ้น

วิธีการลดบวมได้ง่ายๆตามหลักการแพทย์แผนจีน

1.เติมน้ำก่อน ไม่ใช่งดน้ำ — ใช้น้ำเพื่อ "รีสตาร์ท" ระบบไหลเวียน

          หลายคนตื่นมาเห็นสภาพตัวเองหน้าบวม เปลือกตาบวม อาจจะเข้าใจว่าไม่ควรดื่มน้ำอีก แต่การทำแบบนั้นกลับยิ่งทำให้น้ำถูกขับออกยากขึ้น ในมุมมองของการแพทย์แผนจีน การนอนดึกทำให้ความสามารถในการลำเลียงและแปรรูปสารน้ำของม้ามและลดลง น้ำจึงติดค้างอยู่ตามเนื้อเยื่อได้ง่าย การดื่มน้ำอุ่นในตอนเช้าหลังตื่นนอนจะช่วยปลุกระบบเมตาบอลิซึม ทำให้สารน้ำในร่างกายกลับมาไหลเวียนอีกครั้ง เหมือนเป็นการรีสตาร์ทระบบไหลเวียนอีกครั้ง

ข้อแนะนำ:

- ดื่มน้ำอุ่นทีละน้อยๆ แต่จิบบ่อยครั้ง (ครั้งละ 100–150 มล.)
- หลีกเลี่ยงการดื่มครั้งละมากๆ เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกบวมน้ำหนักกว่าเดิม
- เน้นน้ำที่มีความอุ่น (น้ำอุ่นดีกว่าน้ำเย็น) จะช่วยกระตุ้นพลังชี่และเลือดได้เร็วกว่า

2. ยืดเหยียดขยับร่างกาย ให้ระบบไหลเวียนทำงาน — ดันน้ำที่คั่งค้าง กลับเข้าสู่หัวใจ



          อาการบวมน้ำหลังการนอนดึกส่วนใหญ่มักเกิดร่วมกับการไหลเวียนของชี่และเลือดที่ช้าลง แต่การทำกิจกรรมเบาๆ สามารถใช้แรงจากการหดตัวของกล้ามเนื้อช่วยผลักดันน้ำกลับขึ้นมาได้ ช่วยลดความรู้สึกหนักช่วงอวัยวะท่อนล่างและอาการบวมบนใบหน้าได้

เขย่งปลายเท้า หรือเดินไปมา 2–3 นาที : ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดดำที่ขา
ยืดกล้ามเนื้อคอ: ลดการคั่งค้างของระบบไหลเวียนบริเวณศีรษะ
ขยับไหล่และคอ: บรรเทาภาวะชี่ติดขัด (气滞) บริเวณร่างกายท่อนบนจากการนั่งนานเวลานอนดึก
หายใจเข้าลึกๆ: ช่วยการทำงานของชี่ปอด และเพิ่มแรงดันในการขับเคลื่อนชี่และเลือด

3. การประคบร้อนสำคัญกว่าการประคบเย็น — บวมจากการนอนดึกไม่ใช่การอักเสบ แต่คือระบบไหลเวียนติดขัด



          บางคนคิดว่าเมื่อเกิดอาการบวมแล้วต้องประคบเย็น แต่อาการบวมน้ำจากการนอนดึกส่วนใหญ่เป็นประเภทชี่และเลือดไหลช้า เกิดการคั่งค้างตามเนื้อเยื่อ ทางการแพทย์แผนจีนเรียกว่า "ชี่ติดขัดน้ำคั่ง (气滞水停)" ในกรณีนี้การประคบร้อนจะช่วยได้ดีกว่า สามารถช่วยขยายหลอดเลือดฝอยเพิ่มการไหลเวียนของชี่และเลือด กระตุ้นการเผาผลาญน้ำ และลดความรู้สึกตึงบวมรอบดวงตาและใบหน้า

ข้อแนะนำ:

- ประคบร้อนบริเวณใบหน้า 3–5 นาที
- ใช้ผ้าขนหนูอุ่นประคบดวงตา
- แช่เท้าในน้ำอุ่น 10–15 นาที

4. รับประทานอาหารรสอ่อน ป้องกันไม่ให้น้ำคั่งเพิ่ม — ห้ามปล่อยให้ร่างกายเกิดภาวะบวมซ้ำสอง

          อาการบวมน้ำในวันถัดมาหลังนอนดึกเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการทำพฤติกรรมซ้ำๆ เช่น นอนดึก บวมน้ำ ทานอาหารรสจัดตามใจปาก กักเก็บน้ำเพิ่ม  “บวมหนักกว่าเดิม”

          การรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูง ไขมันสูง และน้ำตาลสูง ทำให้ความสามารถในการปรับสมดุลน้ำของร่างกายลดลง ทำให้การคั่งค้างในระดับเซลล์ชัดเจนยิ่งขึ้น

- หลีกเลี่ยงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, ของทอด, พะโล้/อาหารต้มเค็มรสจัด และอาหารแปรรูป
- ลดการดื่มชาไข่มุก, ชานม และเครื่องดื่มผสมน้ำตาล
- เลือกรับประทานอาหารรสอ่อนและย่อยง่าย เช่น โจ๊ก, ซุปผัก, ไข่ต้ม, ปลานึ่ง เป็นต้น
          การรับประทานอาหารรสอ่อนในวันถัดมาหลังจากนอนดึก จะช่วยลดภาระการทำงานของม้ามและกระเพาะอาหาร ทำให้ร่างกายสามารถระบายน้ำที่คั่งค้างอยู่ออกไปได้ ซึ่งถือเป็น "ตัวเร่งความเร็ว" สำคัญในการลดอาการบวมน้ำ


วิธีฟื้นฟูและปรับสมดุลตามแนวทางการแพทย์แผนจีน



- การนวดกดจุดและการกวาซา : เป็นวิธีการที่ช่วยระบายสารน้ำและปรับปรุงการไหลเวียนเลือดและของเสียใต้ผิวหนังได้เป็นอย่างดี ช่วยลดอาการบวมและทำให้ผิวพรรณผ่องใสขึ้น
- ชาบำรุงอินและเลือด: ดื่มชาสือหูม่ายตง (石斛麦冬茶) หรือ ชาพุทราจีนเก๋ากี้ เพื่อบำรุงไต เลือด และช่วยดับร้อน บรรเทาอาการอ่อนเพลียจากการนอนดึก
- อาหารตุ๋นยาจีนบำรุงร่างกาย: รับประทานซุปเห็ดหูหนูขาวเม็ดบัว หรือ ชาเก๋ากี้ดอกเก๊กฮวย เพื่อบำรุงสารน้ำในร่างกาย หรือรับประทานซุปกระดูกหมูใส่ฮ่วยซัว เพื่อบำรุงอินและเลือด
- วิธีลดบวมที่ถูกต้อง: หากมีอาการบวมน้ำในวันถัดมาหลังจากนอนดึก ไม่ควรงดน้ำโดยเด็ดขาด การดื่มน้ำอุ่นในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยกระตุ้นระบบเมตาบอลิซึมและขับน้ำที่ค้างอยู่ในร่างกายออกมาได้

______________________________________________

บทความโดย
แพทย์จีน รัญชนา  ตั้งมั่นเจริญสุข (หมอจีน ซุน หลี )
孙梨  中医师
TCM. Dr. Runchana Tangmancharoensuk (Sun Li )
เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ พจ.1412
คลินิกดูแลสุขภาพผิวพรรณ 
คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้