การรักษาด้วยยาจีน

ภาวะมีบุตรยากในทางแพทย์แผนจีน ได้แบ่งสาเหตุออกเป็น 3 ลักษณะ ดังนี้ ไตอินพร่อง เลือดคั่งจากชี่ติดขัดและความร้อนชื้นอุดกั้น

ยาสมุนไพรจีนที่นิยมนำมาใช้ในการดูแลร่างกาย โดยขอเน้นไปที่การดูแลระบบทางเดินอาหารโดยตรง 1. ฝูหลิง (โป่งรากสน) 2. ไป๋จู๋ (โกฐเขมา) 3. ปั้นเซี่ย (โหราข้าวโพด) 4. ต้าจ่าว (พุทราจีน) 5. อี้อี่เหริน (ลูกเดือย)

ในแบบของแพทย์แผนจีนกันบ้างว่า มีกลไกใดบ้างเกิดโรคแบบใดบ้างที่น่าสนใจ ซึ่งอาจจะแบ่งเป็น 4 ประเภท 1. ความร้อนสะสม 2.เสมหะชื้น 3.ชี่ตับอุดกั้น 4.กระเพาะม้ามอ่อนแอ

กระเพาะลำไส้หากมีการอักเสบหรือบาดเจ็บจากอาหารหรือการทำงานที่ผิดปกติไป ก็สามารถที่จะฟื้นฟูตัวมันเองได้ แต่บางครั้งเรารับประทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ ไม่สะอาดหรือรสจัดไป อาจเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน แต่ก็สามารถกลับมาปกติได้แต่อีกหลายต่อหลายท่านไม่เป็นเช่นนั้น กลับพบว่าช้เวลานานกว่าคนทั่วไป และรับประทานยาตามอาการ ดูแลอาหารแล้วไม่สามารถดีขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาการ “ท้องอืด”

ชาวจีนโบราณมีคำกล่าวที่ว่า “ต้นไม้จะแห้งตายเริ่มที่ราก คนเราถ้าสูงวัยให้ดูที่ขาก่อน” ดังนั้น การมีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพดี ควรเริ่มต้นดูแลขาและเท้าเป็นอันดับแรก  

 ในทางแพทย์แผนจีนอาการตะคริวนั้นมีสาเหตุมาจาก 2 สาเหตุหลักใหญ่ๆ นั่นคือ “ความเย็น” และ “เลือด”

เลือดออกจากช่องคลอดกะปริบกะปรอยไม่หยุด บางครั้งอาจมีเลือดออกมาก หรือบางครั้งอาจมีเลือดออกมากสลับน้อย มักมีอาการ่วมกับรอบเดือนที่ไม่แน่นอน ปริมาณประจำเดือนที่ผิดปกติ

ดวงตาของมนุษย์สามารถแสดงออกถึงอาการหลายๆอย่างที่เกิดจากตับได้ ในทฤษฏีพื้นฐานการแพทย์แผนจีนได้กล่าวไว้ว่า ตับเปิดทวารที่ตา ภาวะโรคต่างๆของตับนั้นจะแสดงออกได้ทางดวงตา

เวลาทานขิงเข้าไปจะรู้สึกได้ถึงความเผ็ดร้อนจนเหงื่อซึมเลยทีเดียว ในตำรายาสมุนไพรจีน ขิง มีฤทธิ์อุ่น รสเผ็ดร้อน มีสรรพคุณขับไล่ความเย็นได้ดี ช่วยให้ปอดชุ่มชื้น ร่างกายอบอุ่น ขับเหงื่อให้ออกมาทางรูขุมขน จึงสามารถลดไข้ที่เกิดจากลมเย็นได้

พบได้ตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยก่อนหมดประจำเดือน การที่ประจำเดือนมาช้าอาจส่งผลเสียกับผู้หญิงทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากอีกด้วย 

อาการปวดศีรษะช่วงมีประจำเดือนสัมพันธ์กับอวัยวะตับ เนื่องด้วยเส้นลมปราณตับส่วนหนึ่งมีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กันกับศีรษะ อีกทั้งตับเป็นอวัยวะที่มีหน้าที่กักเก็บเลือด หากเลือดพร่องหรือเลือดคั่ง เลือดไหลเวียนติดขัด ทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงศีรษะไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดอาการปวดศีรษะได้

ผู้ป่วยเบาหวานที่เป็น Long Covid จะมีอาการควบคุมน้ำตาลได้ยาก มีภาวะกล้ามเนื้อลีบ สารอาหารในผู้ป่วยเบาหวานที่เป็น Long Covid จะมีอาการควบคุมน้ำตาลได้ยาก มีภาวะกล้ามเนื้อลีบ สารอาหารในร่างกายไม่เพียงพอ อ่อนเพลีย หายใจลำบาก และการเต้นของหัวใจผิดจังหวะร่างกายไม่เพียงพอ อ่อนเพลีย หายใจลำบาก และการเต้นของหัวใจผิดจังหวะ

เมื่อการไหลเวียนของเส้นลมปราณนี้เริ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า ไหลเวียนไม่ดี มีการอุดตันจะส่งผลให้เกิดความผิดปกติในร่างกาย เช่น ปวดหัวไมเกรน ร้าวถึงเบ้าตา หูอื้อ มีเสียงในหู ปวดตึง คอบ่าไหล่ นอนหลับยาก ตื่นบ่อย ใจสั่น ตกใจง่าย จุกเสียดชายโครง

กลไกการเกิดโรค คือ เสินหัวใจขาดการหล่อเลี้ยง หรือ ถูกรบกวน  จิตใจไม่สงบ การทำงานของเส้นลมปราณอินเฉียวม่าย หยางเฉียวม่ายขาดสมดุล หยางแกร่ง อินพร่อง อินหยางขาดสมดุล หยางไม่เข้าสู่อิน

การรักษาในปัจจุบัน มีทั้งพฤติกรรมบำบัด การใช้ยา การผ่าตัดเพื่อใส่เครื่องกระตุ้นสมองส่วนลึก ในระยะเริ่มต้นสามารถนำศาสตร์การแพทย์แผนจีนเข้ามาร่วมรักษา ได้แก่ การฝังเข็ม ยาสมุนไพรจีนเพื่อลดความเครียด ความกังวลของเด็ก ลดอาการกระตุกเกร็งของกล้ามเนื้อ ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีรักษาที่ได้ผลดี

แพทย์จีนตรวจวินิจฉัยโรคแบบองค์รวม โดยนำข้อมูลจากทั้งตัวผู้ป่วยและสิ่งแวดล้อมต่างๆ มาร่วมพิจารณาหาสาเหตุของโรค อาศัยการซักประวัติอย่างละเอียด

ต่อมลูกหมากมีสรีระวิทยาที่ค่อนข้างพิเศษ ศาสตร์การแพทย์แผนจีนกล่าวถึงต่อมลูกหมากตามอวัยวะตัน (脏) ไว้ว่า “เก็บกักแต่ไม่ระบายออก” “เต็มได้แต่ห้ามแกร่ง” อธิบายตามลักษณะของอวัยวะกลวง (腑) ไว้ว่า “ระบายโดยไม่เก็บกัก” “แกร่งแต่ไม่เต็ม”

อาการที่ทำให้หลายๆคนสะดุ้งตื่นกลางดึก และเกิดความเจ็บปวดอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่งก่อนอาการจะทุเลาลง โดยมักจะเกิดกับกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขา (Hamstrings) หรือ ด้านหลังของน่อง (Calf)

แพทย์แผนจีนมีวิธีการนวดกดจุดลดอาการปวดท้องประจำเดือน ซึ่งเป็นวิธีการง่ายๆสามารถทำได้เองบ่อยๆ ช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดีทีเดียว

ในศาสตร์การแพทย์แผนจีนเรียกว่า "丹毒 ตานตู๋" คือ โรคผิวหนังชนิดหนึ่งมีลักษณะผิวหนังบริเวณนั้น เป็นผื่นสีแดงสดเหมือนสีชาดมีอาการอักเสบบวมแดง ที่เกิดจาการติดเชื้อแบคทีเรียของผิวหนังชั้นแท้ (Dermis) และเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังชั้นตื้น( Upper Subcutaneous Tissue) รวมถึงท่อน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้เคียง โรคนี้จัดเป็นประเภทหนึ่งของโรคเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ ( Cellulitis) แต่มีความรุนแรงน้อยกว่า

ผู้ป่วยที่มีความจำถดถอย เมื่อผ่านเจอเหตุการณ์ไปสักพักก็มักหลงลืมง่าย มีความสัมพันธ์กับอวัยวะในทางการแพทย์แผนจีน คือ สมอง หัวใจ ม้าม และไต ที่อ่อนแอลง สาเหตุจากชี่ เลือด และอินพร่อง เลือดคั่งจากชี่ติดขัด หรือเสมหะขุ่นรบกวนส่วนบนทำให้สมองขาดการหล่อเลี้ยงที่ดี

เมื่อเกิดการติดเชื้อ Covid-19 เชื้อไวรัสมักบุกรุกร่างกาย ส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะในหลายระบบ ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ได้รับการรักษาและหายจากการติดเชื้อ Covid-19 แล้วนั้น ก็มักพบร่องรอยของโรคและอาการที่อาจตามมาได้ค่อนข้างหลากหลาย เช่น อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หายใจลำบาก ไอ นอนไม่หลับ ความดันโลหิตสูงหรือต่ำ

โรคที่มีลักษณะใกล้เคียงกับลมพิษ กลไกการเกิดลมพิษ ชนิดฉับพลันและเรื้อรัง การรักษาลมพิษในศาสตร์แพทย์แผนจีนแพทย์จีนมีวิธีการรักษาอย่างไร ? การแยกแยะกลุ่มอาการ การเลือกใช้ตำรับยาจีน

โรคทางระบบนรีเวชที่เกี่ยวข้องกับการคลอดและภาวะหลังคลอดบุตร ซึ่งพบได้บ่อย และเกิดขึ้นในช่วงเพิ่งคลอดจนถึงระยะหกสัปดาห์หลังคลอด

ความสมบูรณ์ของอิน-หยางในร่างกาย มีความสำคัญต่อสุขภาพไม่ว่าจะเป็นความสมดุลระหว่างส่วนบนหรือส่วนล่างของร่างกาย หรือ ระหว่างภายในหรือภายนอกร่างกาย หรือระหว่างพลังงานชี่นอกหรือพลังงานชี่ในร่างกาย หรือ ระหว่างชี่กับมวล ถ้าความสมดุลเสียไปก็ป่วยเป็นโรค

ปัญหาด้านร่างกาย ร่วมกับสภาวะปัญหาทางด้านอารมณ์ อารมณ์ซึมเศร้าทำลายตับ ชี่ตับติดขับ ทำให้มีปัญหาสมรรถภาพเพศชายแพทย์จีนมีวิธีการรักษาอย่างไร ? การแยกแยะกลุ่มอาการ การเลือกใช้ตำรับยาจีน เสริมประสิทธิภาพการรักษาด้วยการฝังเข็มหรือรมยา โรคที่เกี่ยวข้องกับสมรรถภาพทางเพศชายในทางการแพทย์แผนจีนอื่นๆ มีอะไรบ้าง ? เทคนิควิธีการป้องกันดูแลด้วยตนเอง

การแพทย์จีนมองว่าผู้หญิงอายุประมาณ 49 ปี ชี่ไต เทียนกุย(天癸)และเส้นลมปราณชงเริ่นพร่องลง ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติและประจำเดือนหมดในที่สุด การทำงานของระบบสืบพันธุ์เสื่อมถอยลง

อาการที่พบได้บ่อยที่สุดหลังจากผ่านไป 6 เดือน คือ อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และมีปัญหาด้านความจำ  ร้อยละ 85.9 ของผู้ป่วยจะมีอาการเป็นมากขึ้นเมื่อออกกำลังกาย ทำกิจกรรม หรือเมื่อมีความเครียด และใช้เวลาในการฟื้นฟูร่างกายกลับสู่ปกตินานถึง 35 สัปดาห์

กลไกการเกิดโรคเกิดจาก "อินพร่องสารน้ำถูกทำลาย" ความร้อนประทุขึ้นมาทำลายร่างกาย โดยอินพร่องเป็นกลไกหลัก ความร้อนประทุขึ้นเป็นกลไกรอง อวัยวะสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโรคนี้คือ ปอด กระเพาะอาหาร และไต สามอวัยวะนี้แม้จะมีอาการที่แตกต่างกัน แต่ก็มีผลกระทบซึ่งกันและกัน

อาการปวดศีรษะคล้ายกับมีอะไรมาบีบรัดบริเวณศีรษะ ตื้อๆ หนักๆ ปวดพอรำคาญ อาจเกิดเวลาใดก็ได้ ระยะเวลาที่มีอาการไม่แน่นอน ส่วนใหญ่มักมีอาการหลายชั่วโมง หรือตลอดทั้งวัน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค อาการปวดจะรุนแรงขึ้นเมื่อมีความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือ ใช้สายตาเป็นระยะเวลานาน

This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy  ,  Cookies Policy