Last updated: 23 มี.ค. 2569 | 9 จำนวนผู้เข้าชม |
ภาวะน้ำในเยื่อหุ้มหัวใจจากมะเร็ง (Malignant Pericardial Effusion) คือการที่มีของเหลวสะสมในช่องว่างรอบหัวใจ (เยื่อหุ้มหัวใจ) จากสาเหตุของมะเร็ง ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นกดการทำงานของหัวใจได้
1.สาเหตุ
• มะเร็งแพร่กระจายไปที่เยื่อหุ้มหัวใจ เซลล์มะเร็งลุกลามมาที่เยื่อหุ้มหัวใจโดยตรง ทำให้เกิดการอักเสบ และสร้างน้ำมากขึ้น เช่น มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเม็ดเลือด เป็นต้น
• การอุดตันของระบบน้ำเหลือง เซลล์มะเร็งอาจอุดตันการระบายของน้ำเหลือง ทำให้ของเหลวสะสมในเยื่อหุ้มหัวใจ
• การเปลี่ยนแปลงในหลอดเลือด เซลล์มะเร็งทำให้หลอดเลือดรั่วง่าย ของเหลวจึงซึมออกมาในช่องเยื่อหุ้มหัวใจมากขึ้น
• ผลข้างเคียงจากการรักษามะเร็ง รังสีรักษาบริเวณทรวงอก ยาเคมีบำบัดบางชนิด ทำให้เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบและเกิดน้ำ
• ภาวะแทรกซ้อนอื่นร่วมด้วย เช่น หัวใจล้มเหลว การติดเชื้อร่วม โปรตีนในเลือดต่ำ
2.อาการ
อาการจะค่อยๆ ชัดขึ้นตามปริมาณน้ำ และ ความเร็วของน้ำที่เพิ่มขึ้น
• เหนื่อย หายใจลำบาก
• แน่นหน้าอก
• ใจสั่น
• อ่อนเพลีย
• เมื่อมีน้ำมากหรือเพิ่มเร็ว เกิดภาวะหัวใจถูกกด จะมีอาการ ความดันต่ำ ชีพจรเต้นเร็ว หายใจลำบากมาก หน้ามืด หมดสติ เป็นภาวะฉุกเฉิน ต้องรักษาทันที
3.การรักษา ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน
วิธีการรักษาส่วนใหญ่ของการแพทย์ตะวันตกคือ การเจาะระบายน้ำในเยื่อหุ้มหัวใจออก ผ่าตัดเปิดช่องระบายน้ำไปยังช่องอื่น การให้ยาเคมีบำบัด ยาพุ่งเป้า ยาภูมิคุ้มกันบำบัด ถ้าควบคุมมะเร็งได้ น้ำในเยื่อหุ้มหัวใจก็จะลดลง ซึ่งปัจจุบันการรักษาก็ยังเห็นผลไม่ดีเท่าที่ควร การแพทย์แผนจีนจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยรักษาร่วมกับการแพทย์ตะวันตก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้น
ศาสตร์การแพทย์แผนจีนมีการกล่าวถึงภาวะที่คล้ายกับน้ำในเยื่อหุ้มหัวใจไว้ในกลุ่มอาการที่เรียกว่า “痰饮” (เสมหะและน้ำคั่ง) โดยปัจจุบันเห็นว่า “痰饮” หมายถึง ภาวะที่การทำงานของ “ซานเจียว” (ระบบเผาผลาญและลำเลียงของเหลวในร่างกาย) ผิดปกติ ทำให้การเปลี่ยนแปลงและการกระจายของของเหลวในร่างกายเสียสมดุล จึงเกิดการคั่งสะสมในบางตำแหน่งของร่างกาย โดยทั่วไป ของเหลวที่มีลักษณะเหนียวข้นจะจัดอยู่ในกลุ่ม “เสมหะ-ถาน” ส่วนของเหลวที่ใสและบางจะจัดอยู่ในกลุ่ม “น้ำคั่ง-อิ่น”
ในภาวะปกติของร่างกาย การดูดซึม การลำเลียง การกระจาย และการระบายของของเหลว (น้ำและสารน้ำต่างๆ) อาศัยหน้าที่การแปรเปลี่ยนสถานะโดยชี่(气化) ของอวัยวะหลัก 3 ส่วน ได้แก่ ปอด ม้าม และไต
ภาวะน้ำในเยื่อหุ้มหัวใจจากมะเร็ง มักพบในมะเร็งระยะลุกลาม ซึ่งเป็นช่วงที่ภูมิต้านทานของร่างกายอ่อนแอลงอย่างมาก ขณะที่พิษและภาวะเลือดคั่งยังคงตกค้าง ส่งผลให้ปอด ม้าม และไตเกิดความพร่อง
เมื่อม้ามพร่อง การลำเลียงและการแปรเปลี่ยนสถานะของน้ำและสารอาหาร ทำงานผิดปกติ ของเหลวไม่สามารถกระจายไปทั่วร่างกายได้ จึงกลายเป็นของเหลวตกค้าง และสะสมกลายเป็น “อิ่น-น้ำคั่ง”
ในตำแหน่งส่วนบนของร่างกาย ถ้าไม่สามารถลำเลียงน้ำและสารอาหาร ขึ้นไปหล่อเลี้ยงปอดได้ ทำให้ชี่ของปอดพร่อง การกระจายออกและการเคลื่อนที่ลงส่วนล่างของชี่ปอดเกิดความผิดปกติ ของเหลวก็จะไม่ถูกกระจายอย่างเหมาะสม
ในตำแหน่งส่วนล่างของร่างกาย ถ้าไม่สามารถช่วยไตควบคุมการกำกับน้ำได้ เนื่องจากหยางของไตพร่อง ทำให้การระเหยและแปรสภาพของของเหลวผิดปกติ ส่งผลให้ของเหลวสะสมกลายเป็น “อิ่น-น้ำคั่ง”
สภาวะน้ำที่เยื่อหุ้มหัวใจนี้เกี่ยวข้องกับอวัยวะหลัก 3 ส่วน คือ ปอด ม้าม และไต เมื่อพิจารณากลไกการเกิดโรคโดยรวม จะพบว่า ราก(ต้นเหตุ) ของโรคอยู่ที่ไต อาการแสดงออกอยู่ที่ปอดและหัวใจ (ปลายเหตุ) โดยมีม้ามเป็นตัวกำกับกลางที่สำคัญในการดำเนินของโรค
นอกจากนี้ การลำเลียงและการระบายของของเหลวยังมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับการทำงานของ “ซานเจียว” (三焦)ซึ่งมีบทบาทเกี่ยวกับเป็นทางเดินน้ำและชี่
จะเห็นได้ว่า การการแปรสภาพโดยชี่และการจัดการของของเหลวในร่างกายตามปกติ จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของอวัยวะหลายส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปอด ม้าม และไต ซึ่งมีความสำคัญมากที่สุด
แนวทางการรักษาในทางการแพทย์แผนจีนนั้น เชื่อว่า อิ่น-น้ำคั่ง มีคุณลักษณะเป็น “อิน” (阴) เมื่อเจอความเย็นจะจับตัวแข็งและไหลเวียนได้ไม่ดี แต่เมื่อได้รับความอบอุ่นจะสามารถเคลื่อนที่ได้ ดังนั้นแนวทางการรักษาจึงควรยึดหลัก “เพิ่มหยางให้เกิดความอบอุ่นเพื่อสลายน้ำที่คั่ง” (温阳化饮) กระตุ้นพลังหยางให้ฟื้นตัว เปิดทางการไหลเวียนของพลังชี่และของเหลว และทำให้ทางเดินน้ำ (การลำเลียงของเหลวในร่างกาย) โล่งขึ้น ช่วยระบายน้ำออก (利水)
การรักษามี 2 เป้าหมายหลัก คือ “บรรเทาอาการ” และ “ควบคุมมะเร็ง”
วิธีรักษาด้วยการรับประทานยาจีนควบคู่กับการทำหัตถการอบความร้อนและพอกยาจีนลดน้ำในเยื่อหุ้มหัวใจ บรรเทาอาการ ลดภาวะแทรกซ้อน เพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้น
_______________________________________________________
บทความโดย
แพทย์จีน ศศินิภา กายเจริญ (หมอจีน เฝิง เจี๋ย อวี่)
冯解语 中医师
TCM. Dr. Sasinipa Kaicharoen (Feng Jie Yu)
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569