อ่อนเพลียเรื้อรัง นอนเท่าไหร่ก็ไม่หาย

Last updated: 30 ก.ย. 2569  |  11 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อ่อนเพลียเรื้อรัง นอนเท่าไหร่ก็ไม่หาย

ตื่นนอนมาทุกเช้าแล้วรู้สึกเหมือน “ไม่ได้พัก” แบตเตอรี่ร่างกายเหลือแค่ 1% ต้องฝืนลากตัวเองไปทำงาน สมองล้า คิดอะไรไม่ออก พอตกเย็นก็หมดแรงจนไม่อยากทำอะไรหลายคนไปตรวจสุขภาพ     แล้วผลเลือด “ปกติ” แต่ร่างกายกลับรู้สึก “ไม่ปกติ” ตลอดเวลา ในมุมมองแพทย์แผนจีนนี่คือสัญญาณของภาวะ “ชี่และเลือดพร่อง” นั่นเอง

คำถามที่พบบ่อย: นอนครบ 8 ชั่วโมง ทำไมยังเพลีย? 

ถาม: หมอครับ ผมหลับเต็มตื่น แต่ทำไมตื่นมายังรู้สึกเหนื่อยล้าเหมือนไม่ได้นอน ?

ตอบ: ในการแพทย์แผนจีน การนอนคือ “การพัก” ขึ้นอยู่กับอวัยวะ 2 ส่วนหลัก คือ “ม้าม” (ทำหน้าที่เปลี่ยนอาหารเป็น     ชี่) และ “ไต” (แบตเตอรี่สำรองของร่างกาย) หากสองอวัยวะนี้ทำงานอ่อนแรง (ชี่พร่อง) ต่อให้นอนนานแค่ไหน ร่างกายก็     รู้สึกเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง     

คุณกำลังอยู่ในภาวะ “ชี่พร่อง” หรือไม่ ? 

ลองสังเกตตัวเองดูนะครับ หากมีอาการเหล่านี้ 3 ข้อขึ้นไป แสดงว่าร่างกายกำลังร้องขอความช่วยเหลือ:

1. เพลียหนักตอนเช้า : ตื่นยาก รู้สึกตัวหนัก ๆ เหมือนมีอะไรกดทับ แขนขาหนัก อ่อนแรง

2. สมองล้า : ความจำแย่ลง สมาธิสั้น คิดงานไม่ออก

3. ระบบย่อยผิดปกติ : ท้องอืดง่ายหลังกินอาหาร     หรือเบื่ออาหารแต่ก็หิวแปลก ๆ

4. ภูมิคุ้มกันต่ำ : เป็นหวัดง่าย หายช้า     หรือแพ้อากาศบ่อย

5. ลมหายใจสั้น : รู้สึกหายใจไม่เต็มปอด ต้องถอนหายใจบ่อย ๆ


3 วิธี “ชาร์จแบตเตอรี่” สไตล์แพทย์แผนจีน 

ภาวะนี้ฟื้นฟูได้ หากเราเติมชี่ให้ถูกจุด:

1.ฝังเข็มปรับสมดุล: กระตุ้นจุดลมปราณที่ช่วยเสริม “ชี่” ของม้ามและไต (เช่น     จู๋ซานหลี่     , จุดไท่ซี      ช่วยให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น ร่างกายตื่นตัวอย่างเป็นธรรมชาติ

2.สมุนไพรจีนบำรุง : การใช้ตัวยาอย่าง “ตังกุย” (บำรุงเลือด), “โสมคน” หรือ “หวงฉี” (เสริมชี่) ภายใต้การวินิจฉัยของหมอ ช่วยเติมพลังงานจากภายใน

3.ปรับอาหารเป็นยา: เลี่ยงของเย็น น้ำแข็ง และอาหารดิบ หันมากินอาหารปรุงสุกอุ่น ๆ ย่อยง่าย เช่น โจ๊กใส่ขิง ซุปไก่ตุ๋นยาจีน เพื่อลดภาระการทำงานของม้าม


อย่าปล่อยให้ “ความเหนื่อย” กลายเป็นเรื่องปกติ

  คุณไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตแบบ “แบตเสื่อม” ไปตลอด หากอาการอ่อนเพลียเริ่มกระทบต่อความสุขและประสิทธิภาพในการทำงาน สามารถปรึกษาแพทย์แผนจีน เราจะร่วมกันหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนฟื้นฟูให้กลับมา “ฟิต” และมีชีวิตชีวาเหมือนเดิม

______________________________________________

บทความโดย
ดร.พจ. เยาวเกียรติ เยาวพันธุ์กุล (หมอจีน ชิว ลี่ ฟู่)
丘立富 资深中医师
TCM. Dr. Yaowakiat  Yaowapankul (Qiu Li Fu)
เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ พจ.628
แผนกอายุรกรรมไต
คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้