คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว ได้รับมอบหมายให้จัดทำข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรและตำรับยาแผนโบราณเพื่อใช้สำหรับจับจัดแสดงที่ที่พิพิพิธภัณฑ์ฮกแขตั้ง จังหวัดอุทัยรานี ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพวัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นแหล่งสำคัญในการเรียนรู้และศึกษาภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแผนจีน อีกทั้งเป็นแหล่งอนุรักษ์ เก็บรักษา มรดกทางภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแผนจีน
"ฮกแซตึ๊ง" เป็นร้านขายยาเก่าแก่อายุราว 120 ปี โครงสร้างอาคารเป็นไม้ พื้นปูด้วยปูน รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบจีน ตั้งอยู่เลขที่ 555 - 557 ถนนศรีอุทัย ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งอยู่กลางเมืองอุทัยธานี ใกล้แม่น้ำสะแกกรัง โดยแต่เดิมเป็นโรงเจ "เล่งเน่ยยี่" ซึ่งเป็นสถานที่รวมตัวของกลุ่มคนชาวจีนและชาวบ้านโดยรอบที่จะมารับประทานอาหารเจช่วงเทศกาลกินเจ ต่อมาเปิดเป็นร้านขายยาควบคู่กัน โดยบริเวณชั้น 1 จะเป็นร้านขายยาและชั้น 2 ส่วนด้านหน้าจะเป็นโรงเจ ซึ่งในสมัยนั้นจะมีพระมาสวดทุกวัน
ฮกแซตึ๊ง เป็นร้านขายยาที่มีจำหน่ายทั้งยาไทย ยาจีน และยาสามัญประจำบ้าน การเก็บรักษายาไทยและยาจีนในคลังยาที่รับซื้อและสั่งซื้อมา จะนำไปเก็บไว้ที่ห้องด้านหลังชั้น 1 โดยเก็บไว้ในปี๊บสังกะสีทรงสี่เหลี่ยม มีระบุชื่อยาไว้ที่ปี๊บ นอกจากนี้ทางร้านยังมีการเตรียมยาพร้อมใช้ (อิ่นเพี่ยน) ยาลูกกลอน ยาต้ม และยาเม็ดพิมพ์ในบริเวณด้านหลังร้าน ร้านยานี้ได้ปิดตัวลงในช่วงปี พ.ศ.2530 เป็นต้นมา เนื่องจากเป็นยุคที่ยาแผนปัจจุบันเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศมากขึ้น ผู้คนส่วนใหญ่หันไปใช้ยาแผนปัจจุบัน ต่อมาในปี พ.ศ.ศ.2554 ได้เกิดน้ำท่วมหนัก ทำให้ตู้ไม้ต่าง ๆ เกิดความเสื่อมสภาพ โดยตู้ชั้นบน บานกระจก จะเป็นที่เก็บยาเล่งเอี๊ยง (เขากุย) และสู้ด้านล่างจะเป็นสิ้นชักใส่ยา โดยหน้าลิ้นชักจะมีชื่อยาระบุไว้
ในปี พ.ศ.2563 นางเสงี่ยม ปาลวัฒน์วิไชย หนึ่งในเจ้าของกรรมสิทธิ์ "ฮกแซตึ๊ง" (ทายาทผู้สืบทอดรุ่นที่ 3) เห็นว่าไม่มีผู้สืบทอดร้านขายยา จึงมีดำริทูลเกล้าฯ ถวายร้านขายยาฮกแซตึ๊งและพื้นที่ใกล้เคียงแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2563 ซึ่งพระองค์ท่านมีพระราชดำริให้จัดตั้งร้านขายยาฮกแซตึ๊ง เป็นพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้เกี่ยวกับยาสมุนไพรไทย ยาสมุนไพรจีน และสำรับยาแผนโบราณสำหรับประชาชนทั่วไปและประประชาชนในจังหวัดอุทัยธานีเพื่อเป็นมรดกของชาติสืบไป