Last updated: 5 พ.ค. 2569 | 47 จำนวนผู้เข้าชม |
ภาวะเลือดกำเดาไหล (Epistaxis) ในเด็ก เป็นอาการที่พบได้บ่อยในทางคลินิก แม้ในทางการแพทย์แผนปัจจุบันจะระบุสาเหตุหลักว่าเกิดจากการระคายเคืองของเส้นเลือดฝอยบริเวณจุดรวมเส้นเลือดในจมูก (Kiesselbach's Plexus) ซึ่งอาจเกิดได้ทั้งจากสาเหตุเฉพาะที่ เช่น การระคายเคือง การแคะจมูก เยื่อบุจมูกแห้ง หรือโรคภูมิแพ้ เช่น Allergic Rhinitis ทำให้เยื่อบุอักเสบและเส้นเลือดแตกง่าย แต่ในทัศนะของ การแพทย์แผนจีนนั้น อาการนี้เปรียบเสมือน “สัญญาณเตือน” ถึงความผิดปกติของระบบอวัยวะภายในและสมดุลอินหยาง(Yin-Yang)
ความจำเพาะทางสรีรวิทยาของเด็ก: "หยางเกิน อินพร่อง"
ตามตำราแพทย์จีนโบราณ ร่างกายเด็กมีลักษณะเป็น "ฉุนหยาง" (Pure Yang) คือมีอัตราการเผาผลาญสูง เติบโตเร็ว แต่ระบบอวัยวะยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ เปรียบได้กับเครื่องยนต์ที่กำลังเครื่องแรง แต่ระบบหล่อเย็นยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้เด็กเกิดภาวะ "ความร้อนสะสม" ได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้หลอดเลือดเปราะบางและแตกง่าย
การวิเคราะห์กลุ่มอาการ(เปี้ยนเจิ้ง)
1. กลุ่มภาวะความร้อนแผดเผาปอด (肺经热盛)
• กลไกโรค : ทวารปอดเปิดอยู่ที่จมูก เมื่อระบบทางเดินหายใจได้รับผลกระทบจากอากาศที่แห้งจัด (เช่น การนอนห้องแอร์) หรือมลภาวะ ความร้อนหรือความแห้งจะเข้าทำลายความชุ่มชื้นของเยื่อบุจมูก
• ลักษณะอาการ : มีเลือดกำเดาไหลช่วงตื่นนอนหรือกลางคืน จมูกแห้ง มีสะเก็ดเลือด เด็กมักแคะจมูกบ่อยจากความระคายเคือง
• แนวทางบำบัด : เน้นการ "เพิ่มความชุ่มชื้นและระบายร้อนในปอด"
• อาหารแนะนำ : เห็ดหูหนูขาว (Silver Ear) เก๋ากี้ (Goji Berry) ดอกไม้จีน (Lilium)
• ข้อแนะนำ: ควรเพิ่มความชื้นในห้องนอน (Humidifier) เพื่อรักษาสภาพเยื่อบุจมูก
• ควรหลีกเลี่ยง พริก ขิง กระเทียมโทน อาหารรสจัด การอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน
2. กลุ่มภาวะไฟแกร่งในกระเพาะอาหาร (胃火炽盛)
• กลไกโรค : เกิดจากการบริโภคอาหารที่มีฤทธิ์ร้อนและชื้นสะสม เช่น ของทอด ของหวานจัด หรือขนมขบเคี้ยว ความร้อนนี้จะเคลื่อนขึ้นตามเส้นลมปราณกระเพาะอาหารและลำไส้ซึ่งมาสิ้นสุดที่จมูก
• ลักษณะอาการ : เลือดสีแดงสด ปริมาณมาก มีกลิ่นปาก กระหายน้ำ ท้องผูก หรือริมฝีปากแดงจัด
• แนวทางบำบัด : เน้นการ "ระบายไฟกระเพาะอาหาร"
• อาหารแนะนำ : รากบัวสด (Lotus Root) สาลี่ (Asian Pear) แห้ว (Water Chestnut)
• ข้อแนะนำ : ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ลดอาหารแปรรูปและอาหารรสจัด
• ควรหลีกเลี่ยง ของทอด ขนมกรุบกรอบ ทุเรียน ลำไย อาหารรสจัด
3. กลุ่มภาวะม้ามพร่องไม่กักเก็บเลือด (脾不统血)
• กลไกโรค : ม้ามมีหน้าที่ "ควบคุมเลือด" ให้อยู่ในเส้นเลือด หากเด็กมีร่างกายอ่อนแอ ป่วยบ่อย หรือรับประทานของเย็นจัดเป็นประจำ จะทำให้พลัง "ชี่" ของม้ามอ่อนแอจนไม่มีแรงกักเก็บเลือด
• ลักษณะอาการ : เลือดสีแดงจาง ไหลซึมต่อเนื่อง หน้าซีดเซียว อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร อุจจาระนิ่ม
• แนวทางบำบัด : เน้นการ "บำรุงม้ามและเสริมสร้างพลังชี่"
• วัตถุดิบแนะนำ : ห่วยซัว (Shan Yao) พุทราจีน (Red Dates) เม็ดบัว (Lotus Seed)
• ข้อแนะนำ : งดน้ำแข็งและของเย็นจัดโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการทำลายพลังหยางของม้าม
• ควรหลีกเลี่ยง น้ำแข็ง ไอศกรีม ของดิบ น้ำเย็นจัด
____________________________________________________
บทความโดย
แพทย์จีน สมเกียรติ เจริญนิธิบุญสิริ (หมอจีน หวง จื่อ เวย)
黃紫薇 中医师
TCM. Dr. Somkiat Charoennithibunsiri (Huang Zi Wei)
2 ต.ค. 2568
2 ต.ค. 2568
2 ต.ค. 2568