เลือดกำเดาไหลในเด็ก

Last updated: 5 พ.ค. 2569  |  41 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เลือดกำเดาไหลในเด็ก

ภาวะเลือดกำเดาไหล (Epistaxis) ในเด็ก เป็นอาการที่พบได้บ่อยในทางคลินิก แม้ในทางการแพทย์แผนปัจจุบันจะระบุสาเหตุหลักว่าเกิดจากการระคายเคืองของเส้นเลือดฝอยบริเวณจุดรวมเส้นเลือดในจมูก (Kiesselbach's Plexus) ซึ่งอาจเกิดได้ทั้งจากสาเหตุเฉพาะที่ เช่น การระคายเคือง การแคะจมูก เยื่อบุจมูกแห้ง หรือโรคภูมิแพ้ เช่น Allergic Rhinitis ทำให้เยื่อบุอักเสบและเส้นเลือดแตกง่าย แต่ในทัศนะของ การแพทย์แผนจีนนั้น  อาการนี้เปรียบเสมือน “สัญญาณเตือน” ถึงความผิดปกติของระบบอวัยวะภายในและสมดุลอินหยาง(Yin-Yang)

ความจำเพาะทางสรีรวิทยาของเด็ก: "หยางเกิน อินพร่อง"

ตามตำราแพทย์จีนโบราณ ร่างกายเด็กมีลักษณะเป็น "ฉุนหยาง" (Pure Yang) คือมีอัตราการเผาผลาญสูง เติบโตเร็ว แต่ระบบอวัยวะยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ เปรียบได้กับเครื่องยนต์ที่กำลังเครื่องแรง แต่ระบบหล่อเย็นยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้เด็กเกิดภาวะ "ความร้อนสะสม" ได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้หลอดเลือดเปราะบางและแตกง่าย

การวิเคราะห์กลุ่มอาการ(เปี้ยนเจิ้ง)

1. กลุ่มภาวะความร้อนแผดเผาปอด (肺经热盛)

กลไกโรค : ทวารปอดเปิดอยู่ที่จมูก เมื่อระบบทางเดินหายใจได้รับผลกระทบจากอากาศที่แห้งจัด (เช่น การนอนห้องแอร์) หรือมลภาวะ ความร้อนหรือความแห้งจะเข้าทำลายความชุ่มชื้นของเยื่อบุจมูก
ลักษณะอาการ : มีเลือดกำเดาไหลช่วงตื่นนอนหรือกลางคืน จมูกแห้ง มีสะเก็ดเลือด เด็กมักแคะจมูกบ่อยจากความระคายเคือง
แนวทางบำบัด  :  เน้นการ "เพิ่มความชุ่มชื้นและระบายร้อนในปอด"
อาหารแนะนำ : เห็ดหูหนูขาว (Silver Ear) เก๋ากี้ (Goji Berry)  ดอกไม้จีน (Lilium)
ข้อแนะนำ: ควรเพิ่มความชื้นในห้องนอน (Humidifier) เพื่อรักษาสภาพเยื่อบุจมูก
• ควรหลีกเลี่ยง พริก ขิง กระเทียมโทน  อาหารรสจัด การอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน

2. กลุ่มภาวะไฟแกร่งในกระเพาะอาหาร (胃火炽盛)

กลไกโรค : เกิดจากการบริโภคอาหารที่มีฤทธิ์ร้อนและชื้นสะสม เช่น ของทอด ของหวานจัด หรือขนมขบเคี้ยว ความร้อนนี้จะเคลื่อนขึ้นตามเส้นลมปราณกระเพาะอาหารและลำไส้ซึ่งมาสิ้นสุดที่จมูก
ลักษณะอาการ : เลือดสีแดงสด ปริมาณมาก มีกลิ่นปาก กระหายน้ำ ท้องผูก หรือริมฝีปากแดงจัด
แนวทางบำบัด : เน้นการ "ระบายไฟกระเพาะอาหาร"
อาหารแนะนำ : รากบัวสด (Lotus Root)  สาลี่ (Asian Pear)  แห้ว (Water Chestnut)
ข้อแนะนำ : ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ลดอาหารแปรรูปและอาหารรสจัด
• ควรหลีกเลี่ยง ของทอด ขนมกรุบกรอบ ทุเรียน  ลำไย อาหารรสจัด

3. กลุ่มภาวะม้ามพร่องไม่กักเก็บเลือด (脾不统血)

กลไกโรค : ม้ามมีหน้าที่ "ควบคุมเลือด"  ให้อยู่ในเส้นเลือด หากเด็กมีร่างกายอ่อนแอ ป่วยบ่อย หรือรับประทานของเย็นจัดเป็นประจำ จะทำให้พลัง "ชี่" ของม้ามอ่อนแอจนไม่มีแรงกักเก็บเลือด
ลักษณะอาการ : เลือดสีแดงจาง ไหลซึมต่อเนื่อง หน้าซีดเซียว อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร อุจจาระนิ่ม
แนวทางบำบัด : เน้นการ "บำรุงม้ามและเสริมสร้างพลังชี่"
วัตถุดิบแนะนำ : ห่วยซัว (Shan Yao)  พุทราจีน (Red Dates) เม็ดบัว (Lotus Seed)
ข้อแนะนำ : งดน้ำแข็งและของเย็นจัดโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการทำลายพลังหยางของม้าม
• ควรหลีกเลี่ยง น้ำแข็ง  ไอศกรีม ของดิบ น้ำเย็นจัด

____________________________________________________

บทความโดย

แพทย์จีน สมเกียรติ เจริญนิธิบุญสิริ (หมอจีน หวง จื่อ เวย)
黃紫薇 中医师
TCM. Dr. Somkiat Charoennithibunsiri (Huang Zi Wei)

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้