ปวดกล้ามเนื้อทำไมนวดเองไม่หาย

Last updated: 2 มี.ค. 2569  |  3 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ปวดกล้ามเนื้อทำไมนวดเองไม่หาย

อาการปวดกล้ามเนื้อเป็นอาการที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวันของคนทุกคน เนื่องจากสภาพสังคมทุกวันนี้ต้องใช้คอมพิวเตอร์  หรือการขับรถ ที่ต้องทำให้นั่งทำงานเป็นระยะเวลานาน ๆ ทำให้หลีกเลี่ยงการอยู่ท่าทางเดิน ๆ เป็นระยะเวลาทำงานได้ยาก  ถึงแม้จะปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมแล้วอาการปวดก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้  เมื่อเราปวดกล้ามเนื้ออันดับแรกที่เราจะเริ่มทำโดยอัตโนมัติคือการบีบการนวดด้วยตนเอง ถ้าเริ่มเป็นใหม่ๆ ในระยะแรกสามารถบรรเทาได้ แต่ถ้ามีอาการสะสมมาเป็นระยะเวลานาน ๆ บางทีนวดเองก็ไม่สามารถดีขึ้นได้  สามารถอธิบายได้จากหลาย ๆ เหตุปัจจัยต่อไปนี้

ในทางการแพทย์แผนปัจจุบันได้อธิบายว่า  อาการปวดกล้ามเนื้อเกิดจากการที่เราอยู่ท่าทางเดิม ๆ เป็นระยะเวลานาน ๆ เช่น การนั่งขับรถ การนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ เป็นต้น หรือมีการเคลื่อนไหวทำกิจกรรมที่ต้องทำท่าทางเดิมซ้ำไปซ้ำมาเป็นระยะเวลานาน ๆ เช่น การกวาดบ้านถูบ้าน การเดินหรือวิ่งเป็นประจำ เป็นต้น  เมื่อทำกิจกรรมเหล่านี้เป็นระยะเวลานาน ๆ การใช้งานกล้ามเนื้อที่ไม่เหมาะสมหรือใช้จนมีการบาดเจ็บ กล้ามเนื้อหดตัวหากทิ้งไว้เป็นเวลานาน จะเกิดแรงกดดันต่อเส้นเลือดที่อยู่ภายใน ทำให้การไหลเวียนของเลือดและปริมาณออกซิเจนในกล้ามเนื้อลดลง ส่งผลให้กระบวนการสร้างพลังงานในเซลล์ (ATP) และกระบวนการหดตัว คลายตัวของกล้ามเนื้อบกพร่อง  และมีภาวะขาดพลังงาน (Energy Crisis) เกิดเป็น พังผืดในที่สุด (Trigger Point) เมื่อเกิดพังผืดเหล่านี้มันสามารถก่อให้เกิดอาการปวดตึงไปยังตำแหน่งต่าง ๆ ตามลายกล้ามเนื้อที่เกี่ยวโยงกัน ทางการแพทย์จะเรียกอาการนี้ว่า Referred pain หรืออาการปวดที่มาจากตำแหน่งต่างๆ ของร่างกาย ยกตัวอย่างที่พบได้บ่อย คนไข้ปวดท้ายทอย ปวดขมับ ปวดกระบอกตา  ถ้านวดตรงตำแหน่งที่ปวดอาการจะทุเลาลงเล็กน้อยแล้วก็จะกลับมาปวดอีกเพราะจุดที่มีพังผืดออยู่ที่บ่า หรือหัวไหล่  นอกจากนี้อวัยวะภายในเช่น ตับ กระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี ฯลฯยังสามารถก่อให้เกิดอาการปวดส่งไปยังตำแหน่งต่าง ๆ ได้อีกด้วย  นอกจากนี้อาการปวดกล้ามเนื้อแต่ละคนมีปัญหาที่แตกต่างกันไป ถึงแม้จะมีอาการปวดในตำแหน่งเดียวกันสามารถเกิดได้หลายเหตุปัจจัย  “ไม่ได้ปวดตรงไหนนวดตรงนั้นเสมอไป”  ยกตัวอย่างคนไข้ที่มีอาการปวดคอ ปวดท้ายทอย อาจมีปัญหาจากภาวะหลังค่อมคอยื่น  กล้ามเนื้อฐานกระโหลกมีการหดเกร็ง  หรือบางคนมีไหล่สูงต่ำไม่เท่ากันจากกระดูกสันหลังคด หรือพฤติกรรมที่ชอบสะพายกระเป๋าข้างเดียวนาน ๆ มีกล้ามเนื้อคอบ่าหดเกร็งได้ เป็นต้น 

เมื่อคนไข้มาพบแพทย์แผนจีน  แพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยแบบองค์รวมว่าอาการปวดของคนไข้อยู่ที่ตำแหน่งไหน  มีความผิดปกติตรงจุดไหน เพื่อที่จำทำการรักษาให้ตรงจุด  โดยแพทย์จะไม่ได้ตรวจแค่ตรงจุดที่ปวด แต่ดูไปถึงสภาพร่างกาย โครงสร้าง การทำงาน และกิจวัตประจำวันของคนไข้ ระยะเวลาการเกิดโรค การดูลิ้น การจับชีพจร หรือผลตรวจทางห้องปฏิบัติการที่คนไข้เคยตรวจมาก่อน  เพื่อนำมาใช้ประกอบในการรักษา  อาการปวดกล้ามเนื้อนั้นในทางการแพทย์แผนจีนเราจะจัดกลุ่มอาการปวดเหล่านี้อยู่ในกลุ่มโรค ปี้เจิ้ง(痹症)เกิดจากการไหลเวียนของชี่และเลือดที่ติดขัด  สามารถใช้การนวดทุยหนา การฝังเข็ม การครอบแก้ว ช่วยในการคลายในตำแหน่งที่เป็นพังผืดหรือ trigger point  ให้สลายออกได้ และยังช่วยให้การไหลเวียนของระบบเลือดทำงานได้ดีขึ้น นำออกซิเจนเข้ามาเลี้ยงกล้ามเนื้อที่มีปัญหาได้ดียิ่งขึ้น  ทำให้สามารถบรรเทาอาการปวดได้

 

อ้างอิง

https://www.facebook.com/Manudteung/posts/referred-pain-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B0%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94/477921466094633/

https://pyongrehab.com/th/trigger-point/

________________________________________________________

บทความโดย
แพทย์จีน บดินทร์ ก่อกวิน (หมอจีน กวน จิน ซุ่น)
关金顺 中医师
TCM. Dr. Bordin Korkawin (Guan Jin Shun)
แผนกทุยหนาและกระดูก สาขาศรีราชา

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้