Success case: โรคโรซาเชีย (Rosacea) แก้มแดงปวดแสบปวดร้อน

Last updated: 6 ก.ค. 2569  |  9 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Success case: โรคโรซาเชีย (Rosacea) แก้มแดงปวดแสบปวดร้อน

ข้อมูลทั่วไป

ผู้ป่วยหญิง     อายุ  52 ปี

เลขประจำตัวผู้ป่วย  391XXX


    
วันที่รับการรักษาครั้งแรก  3/10/2566

อาการสำคัญ 

ผู้ป่วยมีอาการแก้มแดงร่วมกับแสบร้อน 2 เดือน

ประวัติการเจ็บป่วยปัจจุบัน 

ผู้ป่วยแก้มแดงง่ายตั้งแต่เด็ก เห็นชัดขึ้นเมื่ออากาศร้อน หรือหลังออกกำลังกาย เมื่อ 2 เดือนก่อนรู้สึกแสบร้อนบริเวณแก้มทั้งสองข้าง และผิวแดงขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ใช้ Cool pack ประคบก็ไม่ดีขึ้น แสบร้อนมากจนต้องขอลางานไปพบแพทย์ ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคโรซาเชีย (Rosacea) ผู้ป่วยได้รับการรักษาโดยการใช้เลเซอร์เพื่อลดรอยแดงและรักษารอยเส้นเลือดที่ขยายตัว อาการจึงทุเลาลง และหลังจากนั้นจะทำเลเซอร์ทุกครั้งที่มีอาการรุนแรง ซึ่งอาการกำเริบบ่อย 

อาการและประวัติอื่น ๆ 

การทานอาหาร นอนหลับ ขับถ่ายปกติ ประจำเดือนไม่มา 2 เดือนนี้ มีอาการเหงื่อออกร้อนวูบวาบเป็นประจำ อารมณ์ปกติ

ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต   

ไม่มี

การตรวจร่างกาย 

แก้มทั้งสองข้างค่อนข้างชมพู ไม่มีผื่นนูน เห็นเส้นเลือดฝอยเพียงเล็กน้อย ผิวบริเวณแก้มค่อนข้างอุ่นกว่าบริเวณอื่น

ลิ้นชมพูคล้ำ ฝ้าขาวบาง ปลายลิ้นแดง ชีพจรเล็กเร็วลื่น

การวินิจฉัย

โรคผิวหนังอักเสบโรซาเชีย เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด มีลักษณะเป็นผื่นแดง ตุ่มนูนแดง ตุ่มหนองและร่างแหของเส้นเลือดฝอยเล็กๆพบมากบริเวณแก้ม จมูก คาง หน้าผาก ร่วมกับอาการแสบคัน ผิวหนังนูนหนา ซึ่งสอดคล้องกับอาการของผู้ป่วย แต่อาการแสบร้อนของผู้ป่วยท่านนี้ค่อนข้างรุนแรง

วิเคราะห์กลุ่มอาการของผู้ป่วยด้วยการแพทย์แผนจีน

ผู้ป่วยมีอาการแก้มแดงมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของกลุ่มอาการอินพร่อง คือ พลังหยาง(ความร้อน ความอบอุ่น)ในร่างกายปกติ สารอินหรือสารน้ำหล่อเลี้ยงในร่างกายพร่องลงไป จึงแสดงอาการร้อนออกมา และตัวโรค Rosacea ยังถูกกระตุ้นให้กำเริบด้วยปัจจัยความร้อนต่างๆ เช่น  ความร้อน แสงแดด ทานอาหารรสจัด แอลกอฮอล์หรือความเครียด ซึ่งสอดคล้องกับพื้นฐานร่างกายนี้ ร่วมกับผู้ป่วยอยู่ในช่วงหมดประจำเดือน แสดงถึงสารจำเป็นที่รักษาสมดุลอินหยางในร่างกายพร่องลง เสียสมดุล สารอินจากที่พร่องอยู่แล้ว ก็ยิ่งพร่องลงไปอีก จึงแสดงอาการร้อนเพิ่มขึ้น เกิดเป็นอาการแสบร้อนบริเวณแก้ม เหงื่อออก ร้อนวูบวาบ ลิ้นและชีพจรสอดคล้องกับกลุ่มอาการดังกล่าว

หลักการรักษา 

บำรุงสารอิน ลดความร้อนลง บำรุงสารจำเป็นในไต

การรักษา

จ่ายยาจีนรูปแบบยาต้ม 5 วัน  วิธีทานยา เช้า 1ถุง เย็น 1 ถุง หลังอาหาร 30 นาที
 ทำหัตถการลดความร้อนบริเวณแก้ม

คำแนะนำของแพทย์เพื่อให้ผู้ป่วยนำไปปฏิบัติเพื่อช่วยส่งเสริมการรักษา 

• พักผ่อนให้เพียงพอ 
• หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด 
• ไม่อยู่ในที่แดดจัด


การติดตามอาการ ครั้งที่ 1 8/10/2566

3 วันแรกหลังจากทานยาจีน ไม่มีอาการแสบร้อนบริเวณแก้มเลย รวมถึงอาการเหงื่อออกร้อนวูบวาบตอนกลางคืนก็หายไปด้วย แต่หลังจากไปทานอาหารปิ้งย่าง มีอาการกำเริบ ระดับความรุนแรงลดลงจากก่อนรักษา

การรักษา

  1. ปรับยาให้เข้ากับอาการปัจจุบัน จ่ายยาจีน  7 วัน 

2. ทำหัตถการลดความร้อน

การติดตามอาการครั้งที่ 2 15/10/2566

เกิดอาการกำเริบ ไปเลเซอร์เพื่อลดอาการ 1 ครั้ง

การรักษา

1. ปรับยาให้เข้ากับอาการปัจจุบัน โดยเพิ่มปริมาณยาฤทธิ์เย็น จ่ายยาจีน 6 วัน 

2. ทำหัตถการลดความร้อน

การติดตามอาการครั้งที่ 3 และ 4   22 และ 29 /10/2566

ไม่มีอาการแสบร้อนบริเวณแก้ม ไม่ปรากฏอาการเหงื่อออกร้อนวูบวาบตอนกลางคืน 

การรักษา

ปรับยาให้เข้ากับอาการปัจจุบัน จ่ายยาจีน

สรุปผลการรักษา

ผู้ป่วยโรซาเชีย (Rosacea)รายนี้มีพื้นฐานภาวะสารอินพร่อง โดยเฉพาะในช่วงวัยใกล้หมดประจำเดือน ทำให้สูญเสียสมดุลอิน–หยาง เกิดความร้อนภายในแสดงออกเป็นอาการแก้มแดง แสบร้อน และร้อนวูบวาบ การรักษาตามศาสตร์การแพทย์แผนจีนจึงใช้หลักการบำรุงสารอิน บำรุงไต และลดความร้อน พร้อมปรับตำรับยาตามอาการในแต่ละครั้ง และทำหัตถการเพื่อลดความร้อนบริเวณแก้ม ควบคู่กับการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น เช่น อาหารรสจัด ความร้อน และแสงแดด รวมถึงพักผ่อนให้เพียงพอ จากการติดตามผลต่อเนื่องประมาณ 2 เดือน อาการแสบร้อนบริเวณแก้มและอาการร้อนวูบวาบหายไป สามารถควบคุมการกำเริบของโรคได้

_____________________________________________

บทความโดย
แพทย์จีน คณิฏฐ์ษา จิรัฐิติกาล (หมอจีน เซี่ย กุ้ย อิง)
谢桂英 中医师
TCM. Dr. Kharnitsa Jirathitikal (Xie Gui Ying)

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้