ปัสสาวะแสบขัดกับสตรีวัยหมดประจำเดือน

Last updated: 24 ก.ย. 2569  |  29 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ปัสสาวะแสบขัดกับสตรีวัยหมดประจำเดือน

ผู้หญิงบางคนเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน  กลับเริ่มมีอาการปัสสาวะแสบขัด  ปัสสาวะบ่อย  หรือเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อยขึ้นทั้งที่เมื่อก่อนแทบไม่เคยมีปัญหาเหล่านี้  “ทำไมการหมดประจำเดือนจึงเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินปัสสาวะ” แพทย์จีนมีคำตอบ

กระเพาะปัสสาวะอักเสบคือ การอักเสบของทางเดินปัสสาวะหรือกระเพาะปัสสาวะโดยติดเชื้อแบคทีเรียเป็นเหตุสำคัญ  อาการที่พบได้บ่อยคือปัสสาวะแสบขัด  ปัสสาวะบ่อย  ปวดปัสสาวะ  ปวดท้องน้อยหรือในบางรายอาจมีปัสสาวะขุ่นหรือมีเลือดปนได้  แต่อาการทางเดินปัสสาวะหลังหมดประจำเดือนไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อทุกครั้ง

ทำไม “เมื่อหมดประจำเดือน”จึงพบปัญหานี้ได้ง่ายขึ้น

เมื่อเข้าสู่ภาวะวัยหมดประจำเดือนมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเกิดขึ้น  โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนลดน้อยลงหลังหมดประจำเดือน  ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบริเวณช่องคลอด  เนื้อเยื่อจึงบางลงและแห้งมากขึ้น  ทำให้จุลินทรีย์ที่อยู่ตามช่องคลอดเกิดภาวะการเปลี่ยนแปลงเสียสมดุล  เกิดการระคายเคืองหรือมีอาการทางปัสสาวะง่ายขึ้นและในบางคนติดเชื้อได้ง่าย

อาการ “ปัสสาวะแสบขัด”ไม่ได้หมายความว่าต้องติดเชื้อเสมอไป

อาการปัสสาวะแสบขัด  แบ่งง่ายๆออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

1. กลุ่มที่ 1  การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI)  ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะแสบขัด  ปัสสาวะบ่อย  ปวดปัสสาวะ  และมีผลตรวจปัสสาวะสนับสนุนการติดเชื้อ
2. กลุ่มที่ 2  การเปลี่ยนแปลงจากวัยหมดประจำเดือน  ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะแสบขัด  หรือปัสสาวะแสบตอนปัสสาวะใกล้หมดใกล้สุด  ร่วมกับช่องคลอดแห้ง แสบเป็นต้น

ดังนั้นผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีอาการปัสสาวะแสบขัดไม่ควรสรุปทันทีว่าเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบจากการติดเชื้อทุกครั้ง

แพทย์แผนจีนมองภาวะนี้อย่างไร

กระเพาะปัสสาวะอักเสบในทางแพทย์แผนจีนเรียกว่า “หลินเจิ้ง”(淋证)มีความเกี่ยวข้องกับอวัยวะไตและกระเพาะปัสสาวะ  ซึ่งทั้ง 2 อวัยวะต่างเป็นอวัยวะคู่นอก – ใน  สาเหตุหลักของการเกิดหลินเจิ้งคือพลังของอวัยวะไตพร่องก่อน ต่อมามีความร้อนชื้นสะสมในกระเพาะปัสสาวะ  เมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเป็นช่วงเวลาที่เปลี่ยนผ่านที่สำคัญของฮอร์โมนเอสโตรเจน  ในทางแพทย์แผนจีนหมายถึงสารจำเป็น(จิง)ของไตค่อยๆลดน้อยลง  ส่งผลให้อินของไตและสารน้ำลดน้อยลงจึงเป็นสาเหตุทำให้พลังของไตไม่เพียงพอในการหล่อเลี้ยงกระเพาะปัสสาวะ  จึงทำให้ระบบปัสสาวะและการขับเคลื่อนน้ำผิดปกติ  เมื่อมีปัจจัยกระตุ้น เช่น การติดเชื้อ  การพักผ่อนน้อย  การมีเพศสัมพันธ์ สวนล้างช่องคลอดการอักเสบ เกิดเป็นความร้อนชื้นสะสมในกระเพาะปัสสาวะ จึงเกิดเป็นปัสสาวะบ่อย และปัสสาวะแสบขัดได้  

ผู้หญิงควรดูแลตัวเองอย่างไร  เพื่อป้องกันการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

1. ดื่มน้ำให้เพียงพอตามความเหมาะสม
2. ไม่กลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน
3. ใส่ใจสุขอนามัย แต่ไม่ทำความสะอาดหรือสวนล้างช่องคลอดมากจนเกินไป
4. ควบคุมโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน เป็นต้น
5. หากเป็นซ้ำบ่อยๆควรพบแพทย์เพื่อประเมินอาการและหาสาเหตุต่อไป

______________________________________________

บทความโดย
แพทย์จีน ธันย์ชนก เอื้อธรรมมิตร (หมอจีน หยาง กุ้ย เหรียน)
杨桂莲 中医师
TCM. Dr. Tanchanok  Euathummit (Yang  Gui  Lian)
เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ พจ.639
แผนกอายุรกรรมไต
คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้