Last updated: 24 ก.ย. 2569 | 17 จำนวนผู้เข้าชม |
จริง ๆ แล้วอาการก่อนมีประจำเดือนนอกจากปวดท้อง หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน นอนไม่หลับ เศร้าซึมหรือปวดศีรษะ อาการจะเป็นมากขึ้นโดยสัมพันธ์กับวงรอบของประจำเดือนเป็นสำคัญ ไม่เพียงแค่ช่วงก่อนมีประจำเดือนหรืออาจจะเป็นช่วงตกไข่หรือช่วงกลางรอบประจำเดือนได้เป็นต้น
ในทางการแพทย์แผนจีน อาการท้องเสียก่อนและหลังมีประจำเดือนอาจอธิบายได้หลายสาเหตุ โดยมักพิจารณาอาการร่วมอื่น ๆ ในการดูแลร่างกายและเกี่ยวกับอวัยวะหลัก ๆ ตามหลักการแพทย์แผนจีนคือ ม้าม ตับ และไต โดยแยกเป็นสาเหตุสำคัญได้ดังนี้
• ม้ามพร่อง (脾虚) — อุจจาระเหลว ท้องอืด อ่อนเพลีย กินแล้วแน่นท้อง เป็นมากขึ้นช่วงก่อนมีประจำเดือน
• ตับข่มม้ามหรือตับและม้ามไม่สมดุล (肝脾不和) — มักสัมพันธ์กับความเครียดหรืออารมณ์แปรปรวนก่อนมีประจำเดือน ร่วมกับท้องอืด ปวดท้องหรือถ่ายเหลว
• ม้ามและไตหยางพร่อง(脾肾阳虚)— มักถ่ายเหลวโดยเฉพาะตอนเช้ารู้สึกหนาว มือเท้าเย็น ปวดเอว หรืออ่อนเพลียและอาการชัดขึ้นช่วงมีประจำเดือน
1. ม้ามพร่อง (脾虚)
สตรีปกติไม่มีอาการอะไรแต่เมื่อก่อนหรือช่วงมีประจำเดือนมักพบลักษณะ อุจจาระนิ่มเหลว ถ่ายบ่อย ท้องอืดง่าย กินแล้วแน่น เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร แน่นคัดหน้าอก เวียนศีรษะ
อาหารที่เหมาะสมในช่วงก่อนมี ประจำเดือน เน้นอาหาร ปรุงสุก อุ่น ย่อยง่าย เช่น
• ข้าวต้มโจ๊กลูกเดือย ลูกเดือย มีฤทธิ์เย็น ลดการปวดบวม บำรุงม้าม ขับชื้น
• มันเทศ ฟักทอง แครอต มีฤทธิ์อุ่น บำรุงชี่ม้าม
• ผสมขิงสดเล็กน้อยในอาหารหรือน้ำอุ่น ขิงมีฤทธิ์ อุ่น เป็นยาหลักที่สำคัญการบำรุงม้าม และกระเพาะอาหาร
• แบ่งการรับประทานอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ สม่ำเสมอ เน้นอาหารปรุงสุก ย่อยง่าย เพื่อช่วยลดการทำงานของ ม้าม
ช่วงก่อนประจำเดือนแนะนำให้ลด อาหารเย็นจัด ของดิบ ผักสลัด น้ำแข็ง เครื่องดื่มเย็น ผลไม้น้ำเยอะ เช่น ส้ม ส้มโอ เป็นต้น อาหารมันและของหวาน เป็นต้น
2. ตับข่มม้ามหรือตับและม้ามไม่สมดุล (肝脾不和)
กลุ่มนี้ พวกเรามักเรียกเล่น ๆ ว่า กลุ่มวันแดงเดือด มักเครียดง่าย อารมณ์อ่อนไหว โมโหหรือหงุดหงิดมากขึ้นก่อนหรือหลังมีประจำเดือน และสามารถพบอาการแน่นหน้าอก เจ็บซี่โครง ท้องอืด ปวดท้อง คัดหน้าอกมากและถ่ายเหลวมากขึ้น เมื่อประจำเดือนมาอาการเหล่านี้จะหายไป
การดูแล
• โยคะ หรือยืดตัว 15–30 นาทีต่อวัน ผ่อนคลาย กายใจ บางครั้งเมื่อเกิดความเครียด กล้ามเนื้อจะตึงตัวโดยอัตโนมัติ ในการแพทย์แผนจีนเส้นเอ็นเป็นส่วนหนึ่งของระบบตับ เมื่อเกิดความเครียด หรือโมโห เส้นเอ็นในร่างกายจะตึงตัว ดังนั้นการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยลักษณะนี้ การยืดคลายกล้ามเนื้อเส้นเอ็นจึงสำคัญ
• ก่อนมีประจำเดือน 3–5 วัน ให้ลดอาหารมันหวาน เผ็ดจัดและแอลกอฮอล์ อาหารมันหวานเผ็ดจัดกระทบการทำงานของกระเพาะอาหารและตับ เนื่องจากเป็นอวัยวะสัมพันธ์แม่ลูก เมื่อลูกป่วยจึงกระทบแม่ และการรับประทานอาหารรสจัดเนื่องเป็นระยะเวลานาน กระเพาะอาหารจึงอ่อนแอส่งผลให้ถ่ายเหลวได้ เมื่อการมีประจำเดือนส่งผลให้เลือดในร่างกายลดลง กระเพาะอาหารไม่สามารถสร้างเลือดไปหล่อเลี้ยงตับ จึงหงุดหงิดง่าย โมโห และเป็นมากขึ้นในช่วงก่อนและหลังมีประจำเดือน
• ห้ามดูหนัง ข่าว เครียด กดดัน หรือฆาตกรรม ส่งผลต่อร่างกายและความเครียดโดยไม่รู้ตัว
3. ม้ามและไตหยางพร่อง (脾肾阳虚)
มีอาการที่เด่นชัดคือก่อนมีประจำเดือนมักถ่ายเหลวตอนเช้าตีสี่ถึงตีห้า หรือถ่ายเหลวทั้งวัน มือเท้าเย็น หนาวสั่น เหนื่อยง่าย ปวดเอวเข่าหรือมีอาหารหนาวเย็นที่เอวร่วมด้วย เมื่อใช้น้ำอุ่นประคบอาการจะดีขึ้น
การดูแล
• รับประทานอาหารปรุงสุกและอุ่น ส่งผลให้ร่างกายอบอุ่น กระตุ้นการไหลเวียนของหยางชี่
• หลีกเลี่ยงน้ำเย็น น้ำแข็ง และอาหารดิบ ก่อนและหลังมีประจำเดือน 3-5วัน เนื่องจากร่างกายก่อนมีประจำเดือนมักถ่ายเหลวและมือเท้าเย็น การรับประทานอาหารที่เย็น ดิบ ส่งผลให้ชี่ติดขัด กระทบต่อการไหลเวียนของเลือด เพื่อไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่สามารถควบคุมการทำงานของม้าม และไต จึงถ่ายเหลวและหนาวสั่น
• รักษาความอบอุ่นบริเวณท้องและหลังส่วนล่าง เช่น ประคบด้วยน้ำอุ่น หรือถุงน้ำร้อน ใส่ถุงเท้า แช่เท้าด้วยน้ำอุ่น เป็นต้น
• อย่าอดอาหารหรือควบคุมอาหารจนได้รับพลังงานไม่พอ เน้นทานอาหารจำพวก เนื้อสัตว์มากขึ้น เพื่อบำรุงพลังงานของม้ามและกระเพาะอาหาร
• นอนหลับ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อฟื้นฟูพลังงาน เมื่อนอนหลับเต็มที่ ร่างกายฟื้นเต็มที่ ม้ามและไต สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างสมดุล
ดังกล่าวข้างต้นการทำงานที่สัมพันธ์กันของทั้ง ตับ ไต และม้ามนั้นสำคัญสำหรับโรคทางสตรีทั้งสิ้น การเดินทางจากวัยเด็กถึงการเติบโตเป็นผู้ใหญ่มักมีการสูญเสียและก่อเกิดเป็นธรรมดา ในการแพทย์แผนจีนนั้นไม่มีอะไรดีที่สุด มีแต่สมดุล การใช้ชีวิตที่สมดุลทางกายและใจ ต่างหากที่เป็นคุณค่าที่สำคัญต่อการใช้ชีวิตและเป็นหัวใจหลักในการดูแลร่างกายในแนวทางการแพทย์แผนจีน
______________________________________________
บทความโดย
แพทย์จีน ธนภร เตชิกันตภัสร (หมอจีน เฉิน รุ่ย อิ๋น)
陈瑞银 中医师
TCM. Dr. Thanaporn Taechikantaphat (Chen Rui Yin)
เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ พจ.25
แผนกอายุรกรรมนรีเวช
คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
24 ก.ย. 2569
24 ก.ย. 2569
24 ก.ย. 2569