แข็งแรงต้านภัย...ทำได้ด้วยตัวเรา

แข็งแรงต้านภัย...ทำได้ด้วยตัวเรา

แพทย์แผนจีนให้ความสำคัญที่ “ ป้องกันและฟื้นฟู”  ในสถานการณ์โควิด 19

         
  สถานการณ์ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่แพร่ระบาดหนักในประเทศจีนสามารถควบคุมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ  เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างการแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์แผนจีน   มีจำนวนผู้ป่วยที่มีผลการรักษาหายมากกว่าร้อยละ 90    แน่นอนว่าในขั้นตอนการตรวจคัดกรองวินิจฉัย  การควบคุมความปลอดภัย  ตลอดจนการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อจะใช้เครื่องมืออุปกรณ์ของแพทย์แผนปัจจุบันเป็นหลัก  โดยจากการรายงานของทบวงการแพทย์แผนจีนแห่งชาติและรัฐบาลจีนได้กล่าวว่า ในการรักษานั้นผู้ป่วยในกลุ่มที่เริ่มมีอาการและกลุ่มผู้ป่วยฟื้นฟูจะใช้การรักษาด้วยแพทย์แผนจีนเป็นหลักตั้งแต่ต้น   บรรเทารักษาอาการ ป้องกันหรือชะลอไม่ให้อาการหนักขึ้นได้ดีในช่วงที่รักษา  สำหรับผู้ป่วยกลุ่มอาการหนักและอาการวิกฤต  จะใช้วิธีรักษาแบบผสมผสานระหว่างการแพทย์แผนปัจจุบันกับการแพทย์แผนจีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา  ลดอัตราการเสียชีวิต และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วยิ่งขึ้น

            ดังคำกล่าวโบราณในคัมภีร์เน่ยจิงที่ว่า “แพทย์ที่ดีจะต้องรักษาก่อนที่จะเจ็บป่วย (上工治未病) ” นั่นหมายรวมถึงการป้องกันก่อนที่จะเกิดโรค  เมื่อเป็นโรคแล้วก็ต้องป้องกันไม่ให้เปลี่ยนหรือพัฒนาโรคให้เป็นหนัก  และเมื่อโรคเปลี่ยนไปแล้วก็ต้องป้องกันไม่ให้พัฒนาต่อ  ส่วนในการรักษาด้วยการแพทย์แผนจีนนั้น มีจุดเด่นคือต้องทำการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยแต่ละคน แล้วให้ยารักษาเฉพาะบุคคล 1 คน ต่อ 1 ตำรับ เนื่องจากสภาพร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน

           สำหรับในช่วงที่ฟื้นฟู แพทย์แผนจีนยังคงดูแลอย่างต่อเนื่องเพราะจุดนี้สำคัญมาก  เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าไวรัสตัวนี้อนุภาพทำลายรุนแรงมากส่งผลกระทบต่อร่างกายทั่วทุกระบบ ผู้ป่วยส่วนใหญ่หลังจากที่รักษาหายแล้ว มักพบว่ายังมีอาการอื่น ๆ หลงเหลือ เช่น เหนื่อยอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ใจสั่น หายใจสั้น หายใจได้ไม่ลึก  นอนไม่หลับ มีภาวะเครียด ซึมเศร้า เป็นต้น   อาการเหล่านี้ สามารถใช้การรักษาด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีนซึ่งได้ผลดี  นอกจากจะฝังเข็ม และทานยาสมุนไพรจีนตามแพทย์สั่งแล้ว  ยังสามารถใช้วิธีการออกกำลังกาย รำไทเก็ก ปาต้วนจิ่น หรือการทานอาหารเป็นยาก็สามารถช่วยฟื้นฟูร่างกายได้เช่นเดียวกัน  สำหรับผู้ที่เนื้อปอดเสียหายไปแล้วการรับประทานยาจีนจะช่วยลดการอักเสบและช่วยซ่อมแซมให้เนื้อปอดมีสภาพที่ดีขึ้น

            การเลือกทานอาหารเป็นยานั้นเราสามารถทำง่าย ๆ จากที่บ้านด้วยตัวเอง เพื่อป้องกัน สำหรับผู้ที่มีสุขภาพดี ผู้ที่มีการติดต่อใกล้ชิดกับบุคคลหรือบริเวณที่เป็นกลุ่มเสี่ยง  และยังช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยหลังการรักษา  ซึ่งสามารถเลือกให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายแต่ละบุคคลได้ดังนี้

(1) แข็งแรงต้านภัย...ทำได้ด้วยอาหาร

1.กลุ่มคนที่มีพื้นฐานร่างกายสมดุล

   เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่สุขภาพค่อนข้างแข็งแรง  ไม่มีโรคประจำตัว ไม่มีอาการ  หรือไม่เป็นคนธาตุร้อนหรือเย็นจนเกินไป

1.1 ซุปหมูตุ๋นถั่วดำ (ซุปกุลทมิฬชี้นภา)


ส่วนประกอบ (ปริมาณสำหรับ3คน)
-    ถั่วเหลือง 50 กรัม 
-    ถั่วดำ 50 กรัม 
-    ขู่ซิ่งเหริน (นำเปลือกออก) ทุบละเอียด15 กรัม 
-    เนื้อหมูไม่ติดมัน 250 กรัม 
-    ผิวส้มจีน 10 กรัม 
-    ขิงสด 30 กรัม 
-    จื่อซูเยี่ย 10 กรัม (แนะนำเป็นใบสด)

วิธีการต้ม
แช่ถั่วเหลือง 50 กรัม ถั่วดำ 50 กรัม ในน้ำสะอาด 30 นาที  จากนั้นนำเนื้อหมูมาล้างทำความสะอาด  และหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ  นำห่อสมุนไพร ถั่วเหลือง ถั่วดำ และขิงสดใส่ลงหม้อ เติมน้ำ 1500 มล. ตั้งไฟแรงต้มน้ำให้เดือด  หรี่เป็นไฟอ่อน ต้มต่อไปเรื่อย ๆ เป็นเวลา 30 นาที  จึงค่อยนำเนื้อหมูและใบจื่อซูเย่ที่อยู่ด้านนอกถุง ใส่ลงไปในหม้อ  ต้มต่ออีก 5 นาที  จากนั้นปรุงรสตามใจชอบด้วยซีอิ๊วขาว เกลือ และน้ำตาล

วิธีรับประทาน  รับประทานขณะอุ่น 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์
สรรพคุณ  
- เนื้อหมู (猪肉)รสหวาน ฤทธิ์สุขุม มีสรรพคุณเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับลำไส้และกระเพาะอาหาร เพิ่มสารจิน บำรุงชี่ของไต

- ถั่วเหลือง(黄豆) รสหวาน ฤทธิ์อุ่น เข้าสู่เส้นลมปราณม้ามและ กระเพาะอาหาร  มีสรรพคุณบำรุงม้าม กระเพาะอาหาร ช่วยในการขับถ่าย  ขับร้อน        

- ถั่วดำ(黑豆) รสหวาน  ฤทธิ์เย็น  เข้าสู่เส้นลมปราณไต  มีสรรพคุณบำรุงไต  ขับลมคลายความร้อน  บำรุงตา

- ขู่ซิ่งเหริน(苦杏仁)รสขม  ฤทธิ์อุ่นเล็กน้อย เข้าสู่เส้นลมปราณปอดและลำไส้ใหญ่ มีสรรพคุณแก้ไอ ขับเสมหะ ทำให้ลำไส้ชุ่มชื้นช่วยในการขับถ่าย 

- ผิวส้มจีน(陈皮) รสขม เผ็ด ฤทธิ์อุ่น เข้าสู่เส้นลมปราณปอดและม้าม มีสรรพคุณทำให้ปรับการไหลเวียนของชี่ ช่วยให้การทำงานของม้ามดีขึ้น ขับความชื้น ละลายเสมหะ

- ขิงสด(生姜)รสเผ็ด  ฤทธิ์อุ่น เข้าสู่เส้นลมปราณปอด ม้าม และกระเพาะอาหาร  มีสรรพคุณอบอุ่นกระเพาะอาหาร  แก้อาเจียน

- จื่อซูเยี่ย(紫苏叶)รสเผ็ด  ฤทธิ์อุ่นเล็กน้อย  เข้าสู่เส้นลมปราณปอดและม้าม  มีสรรพคุณขับกระจายลมเย็น  ช่วยให้ชี่ไหลเวียนดีขึ้น  แก้อาเจียน

ข้อควรระวัง 
-   สตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน
-   ในผู้ป่วยโรคเก๊าท์ไม่ควรรับประทานถั่วเหลือง

1.2 ชาแดงบาร์เล่ย์คั่ว (ชาแดงทยานนภา)

ส่วนประกอบ (ปริมาณสำหรับ 1 คน)
-    ข้าวบาร์เล่ย์งอก  คั่ว 5 กรัม 
-    ป๋อเหอ 2 กรัม
-    ขู่ซิ่งเหริน (นำเปลือกออก) ทุบละเอียด 2 กรัม
-    ขิงแก่แห้ง 5 กรัม
-    ตั่งเซิน 2 กรัม
-    ชะเอมเทศผัดน้ำผึ้ง 2 กรัม
-    ใบชาแดง 2 กรัม

สรรพคุณ
- ข้าวบาร์เล่ย์งอกคั่ว (炒麦芽) รสหวาน ฤทธิ์สุขุม เข้าสู่เส้นลมปราณม้าม กระเพาะอาหาร และตับ มีสรรพคุณช่วยให้ชี่ไหลเวียนได้ดีขึ้น ช่วยในการย่อยอาหาร  เสริมม้ามช่วยให้เจริญอาหาร

- ป๋อเหอ(薄荷) มีรสเผ็ด ฤทธิ์เย็น เข้าสู่เส้นลมปราณปอด และตับ  ระบายความร้อนในศีรษะและทำให้ตาสว่าง แก้เจ็บคอ กระทุ้งหัด ปรับการไหลเวียนชี่ของตับ

- ขู่ซิ่งเหริน(苦杏仁)รสขม ฤทธิ์อุ่นเล็กน้อย เข้าสู่เส้นลมปราณปอดและ ลำไส้ใหญ่ มีสรรพคุณแก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยในการขับถ่าย 

- ขิงแก่แห้ง(干姜) รสเผ็ด ฤทธิ์ร้อน เข้าสู่เส้นลมปราณม้าม กระเพาะอาหาร ไต หัวใจ และปอด มีฤทธิ์อบอุ่นม้าม ปอดและกระเพาะอาหาร ฟื้นฟูหยาง ทะลวงเส้นลมปราณ สลายของเหลวที่คั่งค้างในร่างกาย

- ชะเอมเทศผัดน้ำผึ้ง(炙甘草) รสอมหวาน ฤทธิ์อุ่น เข้าสู่เส้นลมปราณหัวใจ ปอด ม้าม และกระเพาะอาหาร  มีสรรพคุณบำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร เสริมชี่ ทำให้การเต้นของชีพจรมีแรงและกลับคืนสภาพปกติ

- ใบชาแดง(红茶)รสขม หวาน ฤทธิ์ค่อนข้างอุ่น ช่วยย่อยอาหาร ช่วยให้อยากอาหาร ขับปัสสาวะ ลดบวม ส่งเสริมการทำงานของหัวใจ

ข้อควรระวัง 
- ไม่เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 7 ปี

2. กลุ่มคนที่มีร่างกายพร่องหรืออ่อนแอ
    กลุ่มคนที่มีร่างกายไม่ทนต่อความเย็น กลัวหนาว กลัวลม มือเท้าเย็น ไม่ค่อยอยากอาหาร อุจจาระไม่เป็นก้อน

2.1  ซุปไก่ต้นหอมพุทราจีน (ซุปไก่ไร้เทียมทาน)


ส่วนประกอบ (ปริมาณสำหรับ3คน)
-    ถั่วดำ 50 กรัม
-    ถั่วเหลือง 50 กรัม
-    เนื้อไก่ 250 กรัม
-    จื่อซูเยี่ย 15 กรัม (แนะนำใช้ใบสด) 
-    หัวของต้นหอม เฉพาะส่วนสีขาวของต้นหอม 3-4ก้าน
-    ขิงสด 50 กรัม (หั่นเป็นแว่น)  
-    เฉ่าไป๋เปี่ยนโต้ว (ถั่วแปบคั่ว) 30 กรัม  
-    ผิวส้มจีน 10 กรัม
-    พุทราจีน 25 กรัม   
-    ชะเอมเทศ 10 กรัม

 วิธีการต้ม :  แช่ถั่วเหลือง 50 กรัม ถั่วดำ 50 กรัม ในน้ำสะอาด 30 นาที  จากนั้นนำเนื้อไก่มาล้างทำความสะอาด  และหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ  นำห่อสมุนไพร ถั่วเหลือง ถั่วดำ และขิงสดใส่ลงหม้อ เติมน้ำ 1500 มล. ตั้งไฟแรงต้มน้ำให้เดือด  หรี่เป็นไฟอ่อน นำเนื้อไก่ใส่ ต้มต่อไปเรื่อย ๆ เป็นเวลา 30 นาที  นำจื่อซูเย่ที่อยู่ด้านนอกถุง ใส่ลงไปในหม้อ  ต้มต่ออีก 5 นาที  จากนั้นปรุงรสตามใจชอบด้วยซีอิ๊วขาว เกลือ และน้ำตาล

วิธีการรับประทาน รับประทานขณะอุ่น 3 ครั้ง  ต่อสัปดาห์
สรรพคุณ
- ถั่วดำ (黑豆) รสหวาน  ฤทธิ์เย็น  เข้าสู่เส้นลมปราณไต  มีสรรพคุณบำรุงไต  ขับลมคลายความร้อน  บำรุงตา

- ถั่วเหลือง (黄豆) รสหวาน ฤทธิ์อุ่น เข้าสู่เส้นลมปราณม้ามและกระเพาะอาหาร  มีสรรพคุณบำรุงม้าม กระเพาะอาหาร ช่วยในการขับถ่าย  ขับร้อน

- เนื้อไก่ (鸡肉)รสหวาน ฤทธิ์อุ่น เข้าสู่เส้นลมปราณม้ามและกระเพาะอาหาร มีสรรพคุณเสริมสร้างชี่ บำรุงสารจิง

- จื่อซูเยี่ย (紫苏叶)รสเผ็ด  ฤทธิ์อุ่นเล็กน้อย  เข้าสู่เส้นลมปราณปอดและม้าม  มีสรรพคุณขับกระจายลมเย็น  ช่วยให้ชี่ไหลเวียนดีขึ้น  แก้อาเจียน

- หัวของต้นหอม (小葱头)รสเผ็ด ฤทธิ์อุ่น เข้าสู่เส้นลมปราณปอดและกระเพาะอาหาร ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ฆ่าพยาธิ ขับพิษ ขับเหงื่อ และขับกระจายสาเหตุก่อโรคที่ส่วนนอกของร่างกาย

- ขิงสด(生姜)รสเผ็ด  ฤทธิ์อุ่น เข้าสู่เส้นลมปราณปอด ม้ามและกระเพาะอาหาร  มีสรรพคุณอบอุ่นกระเพาะอาหาร  แก้อาเจียน

- เฉ่าไป๋เปี่ยนโต้ว หรือ ถั่วแปบคั่ว (炒白扁豆) รสหวาน ฤทธิ์อุ่นเล็กน้อย เข้าสู่เส้นลมปราณม้ามและกระเพาะอาหาร มีสรรพคุณเสริมม้าม แก้ท้องเสีย

- ผิวส้มจีน (陈皮) รสขม เผ็ด ฤทธิ์อุ่น เข้าสู่เส้นลมปราณปอดและม้าม มีสรรพคุณทำให้ปรับการไหลเวียนของชี่ ช่วยให้การทำงานของม้ามดีขึ้น ขับความชื้น ละลายเสมหะ

- พุทราจีน (大枣)รสหวาน  ฤทธิ์อุ่น  เข้าสู่เส้นลมปราณม้าม และกระเพาะอาหาร  มีสรรพคุณเสริมบำรุงชี่ บำรุงกระเพาะอาหารและม้าม  บำรุงเลือด สงบจิตใจ

- ชะเอมเทศ (甘草)รสหวาน ฤทธิ์สุขุม เข้าสู่เส้นลมปราณม้ามและกระเพาะอาหาร มี สรรพคุณ บำรุงม้าม หล่อเลี้ยงชี่ ขับเสมหะ แก้ไอ บรรเทาปวด ขับพิษร้อน

 ข้อควรระวัง 
-  สตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน

2.2 ชาขิงเก๋ากี้พุทราจีน (ชาบูรพาบ่พ่าย)



ส่วนประกอบ (ปริมาณสำหรับ 1 คน) 
-     ขิงแก่แห้ง   10 กรัม หั่นเป็นแว่น
-     เก๋ากี้  3 กรัม
-     พุทราจีน  10 กรัม หั่นเป็นชิ้น
-     ใบชาแดง  3 กรัม

สรรพคุณ

- ขิงแก่แห้ง(干姜)รสเผ็ด ฤทธิ์ร้อน เข้าสู่เส้นลมปราณม้าม กระเพาะอาหาร ไต หัวใจ และปอด มีสรรพคุณอบอุ่นม้าม ปอดและกระเพาะอาหาร ฟื้นฟูหยาง ทะลวงเส้นลมปราณ สลายของเหลวที่คั่งค้างในร่างกาย

- เก๋ากี้ (枸杞子)รสหวาน ฤทธิ์สุขุม เข้าสู่เส้นลมปราณตับและไต  บำรุงตับและไต เสริมสารจิงช่วยให้มองเห็นชัดขึ้น

- พุทราจีน(大枣)รสหวาน  ฤทธิ์อุ่น  เข้าสู่เส้นลมปราณม้าม และกระเพาะอาหาร  มีสรรพคุณเสริมบำรุงชี่ บำรุงกระเพาะอาหารและม้าม  บำรุงเลือด สงบจิตใจ

ใบชาแดง(红茶)รสขม หวาน ฤทธิ์ค่อนข้างอุ่น ช่วยย่อยอาหาร ช่วยให้อยากอาหาร ขับปัสสาวะ ลดบวม ส่งเสริมการทำงานของหัวใจ

* ในทางการแพทย์แผนจีนขิงสดและขิงแก่แห้งมีสรรพคุณที่ต่างกัน และขิงแก่แห้งในยาจีนมิใช่การนำขิงสดมาตากให้แห้ง แต่มีกรรมวิธีการปลูกและเก็บเกี่ยวที่แตกต่างกัน โดยในกรณีที่ไม่สามารถหาขิงแก่แห้งได้ สามารถใช้ขิงสดตากแห้งมาใช้ทดแทนในชาสูตรนี้ได้

3. กลุ่มคนที่มีภาวะร่างกายแกร่ง
          ส่วนใหญ่คนกลุ่มนี้มักจะมีภาวะอาการ ปากแห้ง หรือ ปากขม มีอาการท้องผูกถ่ายแข็ง หรือถ่ายไม่สะดวก ถ่ายเหนียว เป็นต้น เจ็บคอง่ายกว่าคนทั่วไป จนกระทั่งเป็นกลุ่มคนที่มีแผลร้อนในในปากได้ง่าย เป็นต้น

3.1  ซุปลูกเดือยฟักเขียว (ซุปปราบมารสะท้านอัคคี)


ส่วนประกอบ (ปริมาณสำหรับ 3คน)
-     ถั่วเหลือง 50 กรัม
-     ฟักเขียว 200 กรัม
-     ข้าวโพด 1 ฝัก
-     มะเขือเทศ 4 ลูก
-     หัวหอม ครึ่งลูก
-     ขู่ซิงเหริน (นำเปลือกออก) ทุบละเอียด 15 กรัม 
-     ขิงสด (หั่นเป็นแว่น) 30 กรัม
-     ลูกเดือย 15 กรัม
-     ผิวส้มจีน  5 กรัม
-     หลูเกิน 15 กรัม 
-     ชะเอมเทศ 5 กรัม

สรรพคุณ
- ถั่วเหลือง(黄豆)รสหวาน ฤทธิ์สุขุม เข้าสู่เส้นลมปราณม้าม และลำไส้ใหญ่ มีสรรพคุณบำรุงม้าม เพิ่มความชุ่มชื่นลดบวม ระบายความร้อน บำรุงชี่

- ฟักเขียว (冬瓜) รสหวาน ฤทธิ์เย็น เข้าสู่เส้นลมปราณปอด และกระเพาะปัสสาวะ มีสรรพคุณแก้ร้อนในกระหายน้ำ ขับปัสสาวะ ลดบวม

- มะเขือเทศ (番茄)รสหวาน เปรี้ยว ฤทธิ์เย็น มีสรรพคุณบำรุงกระเพาะอาหาร ช่วยย่อย เพิ่มสารน้ำแก้กระหาย  ขับปัสสาวะ ลดความร้อน

- หัวหอมใหญ่ (大洋葱)รสหวาน เผ็ด ฤทธิ์อุ่น  มีสรรพคุณแก้หวัดจากการกระทบลมเย็น ขับเสมหะ ขับปัสสาวะ บำรุงกระเพาะอาหาร

- ข้าวโพด (玉米)  รสหวาน ฤทธิ์สุขุม เข้าสู่เส้นลมปราณตับ ไต และ กระเพาะปัสสาวะ มีสรรพคุณขับปัสสาวะลดบวม บำรุงม้ามขับชื้น ลดความร้อนชื้น

- ขู่ซิ่งเหริน(苦杏仁)รสขม  ฤทธิ์ค่อนข้างอุ่น เข้าสู่เส้นลมปราณปอด และลำไส้ใหญ่ มีสรรพคุณแก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยในการขับถ่าย

- ขิงสด(生姜)รสเผ็ด ฤทธิ์อุ่น เข้าสู่เส้นลมปราณปอด ม้าม และ กระเพาะอาหาร มีสรรพคุณ ขับความเย็น อุ่นร่างกายส่วนกลาง แก้คลื่นไส้ อุ่นปอด แก้ไอ ทั้งยังขิงเป็นยาที่สำคัญในการรักษาอาการคลื่นไส้อาเจียนได้อีกด้วย

- ลูกเดือย(薏苡仁)รสหวาน ฤทธิ์เย็น เข้าสู่เส้นลมปราณม้าม กระเพาะ และปอด มีสรรพคุณขับน้ำลดบวม ลดชื้น บำรุงม้าม ระบายความร้อน ขับพิษ

- เฉินผี หรือผิวส้มจีน(陈皮) รสขม เผ็ด ฤทธิ์อุ่น เข้าสู่เส้นลมปราณปอด และม้าม มีสรรพคุณทำให้ชี่ไหลเวียนสะดวก เสริมบำรุม้าม สลายความชื้น ขับเสมหะ

- หลู่เกิน(芦根)รสหวาน ฤทธิ์เย็น เข้าสู่เส้นลมปราณปอด และกระเพาะอาหาร  มีสรรพคุณ ระบายความร้อนและไฟ เพิ่มสารน้ำ แก้กระหาย แก้คลื่นไส้ ขับปัสสาวะ

- ชะเอมเทศ(甘草)รสหวาน ฤทธิ์สุขุม เข้าสู่เส้นลมปราณม้าม และกระเพาะอาหาร สรรพคุณ บำรุงม้าม หล่อเลี้ยงชี่ ขับเสมหะ แก้ไอ บรรเทาปวด ขับพิษร้อน

วิธีการต้ม
ต้มน้ำ 1,500 มล. จนเดือด ใส่ถั่วเหลือง 50 กรัม  และ ลูกเดือย 50 กรัม ต้มให้นิ่ม ใส่ถุงสมุนไพรจีนลงไปในหม้อต้ม ใส่หัวหอม ครึ่งลูก ข้าวโพด 1 ฝัก หั่นเป็น 3 ท่อน ต้มจนเดือด 15-20 นาที  ปรุงรสตามใจชอบด้วยซีอิ๊วขาว เกลือ และน้ำตาล ใส่ฟักเขียว ต้มต่อ 5 นาที  ใส่มะเขือเทศ  4 ลูก ขิงสด 30 กรัม  ต้มต่ออีก 5 นาที

วิธีการรับประทาน รับประทานขณะอุ่น 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์

ข้อควรระวัง 
-    สตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน
-    ในผู้ป่วยโรคเก๊าท์ไม่ควรรับประทานถั่วเหลือง

3.2 จินจินฉา



          แนะนำสูตรโดยสำนักงานคณะกรรมการวางแผนสุขภาพและครอบครัวนครเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน และปรับสูตรให้เข้ากับภูมิอากาศในประเทศไทย

ส่วนประกอบ (ปริมาณสำหรับ 1 คน)

-         หวงฉี 3 กรัม
-         เฉ่าไป๋จู๋ 3 กรัม
-         ฝางเฟิง 2 กรัม
-         ฮั่วเซียง 2 กรัม
-         เพ่ยหลัน 2 กรัม
-         ดอกสายน้ำผึ้ง 2 กรัม
-         เหลียนเฉียว 2 กรัม
-         ป่านหลานเกิน 2 กรัม
-         เฉ่าม่ายหยา 2 กรัม
-         ชะเอมเทศ 2 กรัม

สรรพคุณ

- หวงฉี (黄芪) มีรสหวาน ฤทธิ์อุ่นเล็กน้อย เข้าสู่เส้นลมปราณปอด และม้าม มีสรรพคุณบำรุงชี่ ระงับเหงื่อ ขับปัสสาวะลดอาการบวม เพิ่มสารจินสร้างเลือด ทำให้ชี่ไหลเวียน ระงับปวด ช่วยรักษาบาดแผลและสร้างเนื้อเยื่อ

- เฉ่าไป๋จู๋ (炒白术) มีรสขมและหวาน ฤทธิ์อุ่น เข้าสู่เส้นลมปราณม้ามและกระเพาะอาหาร มีสรรพคุณเสริมม้ามและบำรุงชี่ ขจัดความชื้นและขับปัสสาวะ

- ฝางเฟิง (防风) มีรสเผ็ดและหวาน ฤทธิ์อุ่นเล็กน้อย เข้าสู่เส้นลมปราณกระเพาะปัสสาวะ ตับ และม้าม มีสรรพคุณ กระจายลมเพื่อขับกระจายสาเหตุก่อโรคที่ส่วนนอกของร่างกาย ขับความชื้น ระงับปวด ระงับการชัก

- ฮั่วเซียง (藿香) มีรสเผ็ด ฤทธิ์อุ่นเล็กน้อย เข้าสู่เส้นลมปราณม้าม กระเพาะอาหารและปอด  กลิ่นหอมระเหยจะช่วยขับความชื้น ปรับสมดุลจงเจียว แก้อาเจียน แก้ไข้ที่เกิดจากการกระทบความร้อนชื้น

- เพ่ยหลัน (佩兰) มีรสเผ็ด ฤทธิ์สุขุม เข้าสู่เส้นลมปราณม้าม กระเพาะอาหารและปอด  กลิ่นหอมระเหยจะช่วยขับความชื้น ปรับสมดุลจงเจียว แก้อาเจียน แก้ไข้ที่เกิดจากการกระทบความร้อนชื้น

- ดอกสายน้ำผึ้ง (金银花) มีรสหวาน ฤทธิ์เย็น เข้าสู่เส้นลมปราณปอด หัวใจ และกระเพาะอาหาร  ขจัดความร้อนและขับพิษ กระจายลมร้อน

- เหลียนเฉียว (连翘) มีรสขม ฤทธิ์เย็นเล็กน้อย เข้าสู่เส้นลมปราณปอด หัวใจ และลำไส้เล็ก ขจัดความร้อนและขับพิษ ลดบวม ลดการอุดกั้น และกระจายลมร้อน

- ป่านหลานเกิน (板蓝根) มีรสหวาน ฤทธิ์สุขุม เข้าสู่เส้นลมปราณม้าม กระเพาะอาหาร และตับ ระบายความร้อน ขับพิษ ระบายความร้อนในเลือด บรรเทาอาการระคายคอ

- เฉ่าม่ายหยา (炒麦芽) มีรสหวาน ฤทธิ์สุขุม เข้าสู่เส้นลมปราณม้าม กระเพาะอาหาร และตับ มีสรรพคุณช่วยให้ชี่ไหลเวียนได้ดีขึ้น ช่วยย่อยอาหาร แก้อุจจาระเหลวเป็นประจำ ช่วยหย่านม

- ชะเอมเทศ (甘草) มีรสหวาน ฤทธิ์สุขุม เข้าสู่เส้นลมปราณหัวใจ ปอด ม้าม และกระเพาะอาหาร มีสรรพคุณระบายความร้อน ขับพิษ แก้ไอ ขับเสมหะ  มักใช้ในตำรับยาแก้ไอที่มีเสมหะร้อน คอบวมอักเสบ พิษจากฝีแผล หรือพิษจากยาและอาหาร

ข้อควรระวัง
 

- สตรีมีครรภ์และอยู่ระหว่างการมีประจำเดือนไม่ควรรับประทาน
- หากเกิดอาการแพ้ ควรงดการใช้ทันที

(2)แข็งแรงต้านภัย...ทำได้ด้วยการฟื้นฟูที่ดี

       ผู้ป่วยควรรับประทานอาหารอ่อนและรสจืด หลังจากที่ฟื้นตัวจากการเจ็บป่วย ฝ้าบนลิ้นจะค่อย ๆ จางหายไป ปัสสาวะเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีจางใส  ค่อยๆปรับการรับประทานอาหารประเภทธัญพืช  เริ่มจากโจ๊กใสค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นข้น และอาจใช้อาหารที่มีสรรพคุณเป็นยาบางชนิดสำหรับทำเป็นโจ๊กหรือข้าวต้ม  เช่น

- ใบบัว (荷叶) รสขม ฤทธิ์สุขุม เข้าสู่เส้นลมปราณม้าม กระเพาะอาหารและตับ สรรพคุณระบายความร้อน ขับความชื้น ทำให้เลือดเย็น ห้ามเลือด

 - ใบไผ่ (竹叶) รสหวาน จืด ฤทธิ์เย็น เข้าสู่เส้นลมปราณปอด หัวใจและกระเพาะอาหาร สรรพคุณระบายความร้อน แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ ขับปัสสาวะ

- หลูเกิน(芦根)รสหวาน ฤทธิ์เย็น เข้าสู่เส้นลมปราณปอด และกระเพาะอาหาร  มีสรรพคุณ ระบายความร้อนและไฟ เพิ่มสารน้ำ แก้กระหาย แก้คลื่นไส้ ขับปัสสาวะ

- ข้อเหง้าบัวหลวง (藕节) รสหวาน ฝาด ฤทธิ์สุขุม เข้าสู่เส้นลมปราณปอด ตับ และกระเพาะอาหาร สรรพคุณขับพิษ ห้ามเลือด สลายเลือดคั่ง

- ฟักเขียว (冬瓜) รสหวาน ฤทธิ์เย็น เข้าสู่เส้นลมปราณปอด ลำไส้ใหญ่ และกระเพาะปัสสาวะ  สรรพคุณแก้ร้อนในกระหายน้ำ ขับปัสสาวะ

ผู้ที่มีม้ามและกระเพาะอาหารอ่อนแอ
ในผู้ที่มีม้ามและกระเพาะอาหารอ่อนแอ สามารถทำโจ๊กบำรุงม้าม ขับความชื้น เพิ่มความอยากอาหารที่ประกอบไปด้วย

- ลูกเดือย (薏苡仁) รสหวาน จืด ฤทธิ์เย็น เข้าสู่เส้นลมปราณม้าม กระเพาะอาหาร และปอด สรรพคุณขับน้ำและความชื้น เสริมบำรุงม้าม ขับพิษ แก้ท้องเสีย

- เมล็ดบัว (莲子) รสหวาน ฝาด  ฤทธิ์สุขุม เข้าสู่เส้นลมปราณม้าม ไต และหัวใจ สรรพคุณช่วยเสริมบำรุงม้าม ไต และหัวใจ แก้ท้องเสีย ช่วยสงบจิตใจ

- ผิวส้มจีน(陈皮) รสขม เผ็ด ฤทธิ์อุ่น เข้าสู่เส้นลมปราณปอดและม้าม มีสรรพคุณทำให้ชี่ไหลเวียนสะดวก เสริมม้าม สลายความชื้น ขับเสมหะ

- เชี่ยนสือ (芡实) รสหวาน ฝาด ฤทธิ์สุขุม เข้าสู่เส้นลมปราณม้ามและไต มีสรรพคุณ เสริมบำรุงม้ามและไต ขับความชื้น ช่วยควบคุมปัสสาวะ

ผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับ

ในผู้ป่วยที่มีอาการนอนไม่หลับ
สามารถทำโจ๊กที่ประกอบไปด้วย

- ไป่เหอ (百合) รสหวานอมขม ฤทธิ์เย็น เข้าสู่เส้นลมปราณหัวใจและปอด สรรพคุณเสริมสร้างสารน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ปอด  ช่วยสงบจิตใจ

- เมล็ดบัว (莲子) รสหวาน ฝาด ฤทธิ์สุขุม เข้าสู่เส้นลมปราณม้าม ไต และหัวใจ สรรพคุณช่วยเสริมบำรุงม้าม ไต และหัวใจ แก้ท้องเสีย ช่วยสงบจิตใจ

- เก๋ากี้ (枸杞子) รสหวาน ฤทธิ์สุขุม เข้าสู่เส้นลมปราณตับและไต สรรพคุณเสริมบำรุงตับและไต บำรุงร่างกายและสายตา

   ซึ่งนอกจากเสริมม้ามแล้วยังสามารถสงบจิตใจช่วยเสริมการนอนหลับได้ดีอีกด้วย

ข้อควรระวัง

      ผู้ป่วยที่อาการหายดีแล้วในระยะแรก แต่ม้ามและกระเพาะอาหารยังไม่ฟื้นฟูเป็นปกติ ควรหลีกเลี่ยงรับประทานอาหารมัน อาหารหวาน อาหารรสจัด อาหารจำพวกผลไม้ ผักสด น้ำเย็น น้ำแข็ง รวมไปถึงอาหารย่อยยากต่าง ๆเพราะจะทำให้ม้ามและกระเพาะอาหารทำงานหนักมากขึ้น ฝ้าบนลิ้นก็จะกลับมาหนาตัวขึ้นอีก ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม

การติดตามผล และ ข้อปฏิบัติตัวเพิ่มเติมหลังผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลแล้ว

1. ให้ความสำคัญกับระดับความรุนแรงของอาการเจ็บป่วยของผู้ป่วย และแผนการรักษาในขณะที่รักษาตัวในโรงพยาบาล เพื่อเป็นแนวทางในการรักษาอย่างต่อเนื่องหลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้ว เพื่อการฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ

2. ผู้ป่วยในระยะฟื้นฟูหลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้วมักจะมีภูมิคุ้มกันค่อนข้างต่ำ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย ดังนั้นควรสวมหน้ากากอนามัยและตรวจสอบสุขภาพตนเองต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 14 วันหลังออกจากโรงพยาบาล

3. ผู้ป่วยควรระมัดระวังเรื่องสุขอนามัยส่วนบุคคล ทำการฆ่าเชื้อและทำความสะอาดของใช้ในบ้านและสิ่งของพกพา 

4. ควรอาศัยอยู่ในห้องเดี่ยวที่มีการระบายอากาศได้ดี หากอยู่ในห้องปิดอาจมีการเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที  ลดการสัมผัสใกล้ชิดกับสมาชิกในครอบครัว กินร้อน แยกจานและ ช้อนส้อม และควรใช้เครื่องมือทำความสะอาดส่วนตัว หมั่นล้างมือให้สะอาด หลีกเลี่ยงกิจกรรมนอกเคหะสถาน

5. ควรได้รับการฝึกอบรมการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย หรือการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมตั้งแต่ช่วงแรกเพื่อกระตุ้นการฟื้นฟู เช่น การรำไทเก็ก ปาต้วนจิ่น เป็นต้น

6. ควรกลับไปตรวจซ้ำอีกครั้งในสัปดาห์ที่ 2 และสัปดาห์ที่ 4 หลังออกจากโรงพยาบาล เพื่อให้แน่ใจว่าหายดีและไม่กลับมาเป็นซ้ำ

**หมายเหตุ หากไม่แน่ใจสภาพร่างกายของตนเองว่าอยู่ในกลุ่มไหน ควรปรึกษาแพทย์แผนจีนที่มีใบประกอบโรคศิลปะที่ถูกต้องตามกฎหมายก่อนรับประทาน

(3) แข็งแรงต้านภัย...ทำได้ง่ายๆ

1.การจุดกำยานยาจีน




        ใช้ อ้ายเถียว (艾条) 100 ตารางเมตร ต่อ 1 แท่ง หรือใช้สมุนไพร ชังจู๋ (苍术) 1 กรัมต่อ 1 ตารางเมตร เตรียมโดยการนำไปแช่ในแอลกอฮอล์ 95% ให้ท่วม ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง แล้วนำมาจุด โดยใส่ในภาชนะที่ทนความร้อนนำมาจุดกำยาน รอให้เปลวไฟสงบก่อนออกจากห้อง อบไว้ภายในห้อง 1 - 2 ชั่วโมง ขณะเผากำยานไม่ควรให้มีคนหรือสัตว์เลี้ยงอยู่ในห้อง หลังเผาเสร็จควรเปิดหน้าต่างให้อากาศระบาย

- จางจ้งจิ่ง (张仲景) หนึ่งในปรมาจารย์แห่งแพทย์แผนจีนในยุคก่อนได้กล่าวไว้ว่า "ชังจู๋สามารถฆ่าเชื้อในอากาศ ทุกบ้านสามารถจุดชังจู๋เพื่อฆ่าเชื้อ จะช่วยป้องกันการระบาดของโรคระบาด"

**มีงานวิจัยจาก Guangxi University of Science and Technology ศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลการจุดรมควันอ้ายเยี่ยชังจู๋กับการใช้หลอดแสงยูวีที่สามารถฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ในอากาศได้ พบว่าสามารถฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ในอากาศได้

สรรพคุณ

          อ้ายเยี่ย (艾叶) ช่วยขับไล่ความเย็น ทำให้เลือดลมไหลเวียน อบอุ่นเส้นลมปราณ บำรุงพลังหยางในร่างกาย

          ชังจู๋ (苍术) ช่วยขับความชื้น บำรุงม้าม ขับกระจายลมเย็น

2.สำหรับกลุ่มคนที่มาภาวะมือเท้าเย็นเป็นประจำ

        สามารถแช่มือแช่เท้าด้วยน้ำอุ่น ที่ผสม อ้ายเยี่ย (艾叶) 50 กรัม ชิงเฮา (青蒿) 50 กรัม ขิงสด (生姜) 50 กรัม ชังจู๋ (苍术) 30 กรัม ด้วยน้ำ 4000 - 5000 มิลลิลิตร ต้มไฟแรงน้ำให้เดือด จากนั้นลดไฟอ่อนต้มต่ออีก 15 นาที รอให้อุณหภูมิน้ำเหลือ 45 องศา แล้วค่อยนำน้ำมาแช่เท้า อุณหภูมิน้ำไม่ควรต่ำกว่า 35 องศา หรือเมื่อน้ำเย็นให้ยกเท้าขึ้น   

สรรพคุณ
- ชิงเฮา (青蒿) มีสรรพคุณทางยา คือระบายความร้อน ลดความร้อนในร่างกาย ขับลม แก้คัน  
- ขิงสด (生姜) มีสรรพคุณไล่ความเย็น ขับเหงื่อ บำรุงกระเพาะอาหาร ม้าม แก้อาการคลื่นไส้-- อ้ายเยี่ย (艾叶) มีสรรพคุณขับไล่ความเย็น ทำให้เลือดลมไหลเวียน อบอุ่นเส้นลมปราณ เพิ่มพลังหยางในร่างกาย
-  ชังจู๋ (苍术) สรรพคุณ ขับความชื้น บำรุงม้าม ขับกระจายลมเย็น

3. ถุงหอม




      ใช้ส่วนผสมของ ชังจู๋ (苍术) โกฐสอ (白芷) สือชางผู  (石菖蒲) ชวนซฺยง (川芎) เซียงฟู่  (香附)  ซินอี๋ฮวา  (辛夷花) อู๋จูยฺหวี (吴茱萸 ) ฮั่วเซียง (藿香) อ้ายเยี่ย (艾叶) ปริมาณพอเหมาะ บดให้ละเอียด ใส่ในถุง ตั้งไว้กลางบ้าน

สรรพคุณ

- อ้ายเยี่ย (艾叶) ช่วยขับไล่ความเย็น ทำให้เลือดลมไหลเวียน อบอุ่นเส้นลมปราณ เพิ่มพลังหยางในร่างกาย

- ชังจู๋ (苍术) มีสรรพคุณขับความชื้น บำรุงม้าม ขับกระจายลมเย็น  

- โกฐสอ (白芷) มีสรรพคุณ บรรเทาอาการหวัดจากการกระทบลมเย็นภายนอก บรรเทาอาการปวดศีรษะ ปวดฟัน ลดอาการคัดจมูก

- สือชางผู  (石菖蒲) ปลุกสมอง สงบจิตใจ

- ชวนซฺยง (川芎) ช่วยปรับการไหลเวียนของเลือดและชี่ ขับลม แก้ปวด

- เซียงฟู่  (香附)  ช่วยปรับการไหลเวียนของชี่ แก้ปวด

- ซินอี๋ฮวา  (辛夷花) มีกลิ่นหอม ขจัดลม ทะลวงทวารจมูก ช่วยรักษาอาการปวดศีรษะ และไซนัสได้ดี

- อู๋จูยฺหวี (吴茱萸 ) ขับไล่ความเย็น เสริมหยาง แก้ปวด แก้ท้องเดิน

- ฮั่วเซียง (藿香)  มีกลิ่นหอมขับความชื้น แก้ไข้ที่เกิดจากการกระทบความร้อนชื้น แก้อาเจียน


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายเภสัชกรรม
LINE Official : @pharmacytcm


แหล่งที่มาหลัก

1. 广东省中医药局发布《广东省新冠肺炎中医治未病指引》
 ประกาศเรื่อง <แนวทางการป้องกันก่อนเกิดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่ของมณฑลกวางตุ้ง> ออกโดย ทบวงการแพทย์แผนจีนแห่งมณฑลกวางตุ้ง

2.北京市中医药管理局发布《北京市新型冠状病毒肺炎恢复期中医康复指导建议(试行)》ประกาศเรื่อง <แนวทางการใช้ศาสตร์การแพทย์แผนจีนในการฟื้นฟูผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่ในระยะฟื้นฟูของกรุงปักกิ่ง (ฉบับทดลอง)> ออกโดย ทบวงการแพทย์แผนจีนแห่งกรุงปักกิ่ง

คณะผู้จัดทำ
1.แพทย์จีนอรกช  มหาดิลกรัตน์
2.แพทย์จีนธันย์ชนก  เอื้อธรรมมิตร
3.แพทย์จีนสิตา สร้อยอัมพรกุล
4.แพทย์จีนธนภร ตันสกุล
5.แพทย์จีนวรพงศ์ ชัยสิงหาญ
6.แพทย์จีนเยาวเกียรติ เยาวพันธุ์กุล
7.แพทย์จีนชลิดา สิทธิชัยวิจิตร
8.แพทย์จีนเซ็งจุ้น แซ่ลี
9.แพทย์จีนสุชานุช พันธุ์เจริญศิลป์

 
ข้อมูลอ้างอิง 

1. People Daily Overseas Editon.中医药治疗新冠肺炎总有效率逾90%[Internet]. China; 2020 [cited 2020 Aug 7]. Available from: http://www.gov.cn/xinwen/2020-03/24/content_5494788.htm

2. National Administration of Chinese Medicine.广东发布中医预防新冠肺炎指引,看不同体质的人如何预防调养![Internet]. Guangdong; 2020 [cited 2020 Aug 7]. Available from: http://www.satcm.gov.cn/xinxifabu/gedidongtai/2020-03-08/13716.html

3. National Administration of Chinese Medicine.北京市新型冠状病毒肺炎恢复期中医康复指导建议(试行)[Internet]. Beijing; 2020 [cited 2020 Aug 7]. Available from: http://www.satcm.gov.cn/xinxifabu/gedidongtai/2020-03-15/13929.html

4. National Administration of Chinese Medicine.北京市新型冠状病毒肺炎恢复期中医康复指导建议(试行)[Internet]. Beijing; 2020 [cited 2020 Aug 7]. Available from: http://www.satcm.gov.cn/xinxifabu/meitibaodao/2020-03-29/14324.html

5. Zuo Shen, Li Da Long. Effects of air disinfection of burning of Rhizoma atractylodis and Artemisia Argyi. Journal of North Pharmacy;12(11):103. [cited 2020 Aug 7]. Available from: https://kns.cnki.net/KCMS/detail/detail.aspx?dbcode=CJFQ&dbname=CJFDLAST2015&filename=BFYX201412088&v=MDgxMjdTN0RoMVQzcVRyV00xRnJDVVI3cWZiK1pvRnk3a1c3N09KeXZTZHJHNEg5WE5yWTlOYklSOGVYMUx1eFk=


สอบถามข้อมูลการรักษา
ทีมหมอจีน LINE OA : @huachiewTCM