ปรับสมดุล อุ่นไตให้แข็งแรง

ปรับสมดุล อุ่นไตให้แข็งแรง

คนปกติ มีไต 2 ข้างมีรูปร่างคล้ายถั่ว ตำแหน่งอยู่บริเวณเอว ขนาด 10 x 5.5 เซนติเมตร หน้าที่ของไต คือ ผลิตปัสสาวะและขับของเสียออกจากร่างกาย


Cr.Pic : pkdcure.org

ไตข้างซ้ายจะสูงกว่าไตข้างขวาเล็กน้อยเนื่องจากด้านบนไตข้างขวาเป็นตำแหน่งของตับ 



ไตในการแพทย์แผนจีน 
1.ไตกำกับน้ำ
น้ำทั้งหมดในร่างกายมีไตช่วยดูแล  ทำงานสัมพันธ์กับกระเพาะปัสสาวะ เหมือนเพื่อนกัน


2. เก็บกักสารจำเป็นที่เรียกว่าสารจิง
สารจิงคือสารสำคัญในร่างกายที่ช่วยในการสืบพันธุ์และเจริญเติบโต


3. ไตหน้าที่กำกับกระดูก เส้นผมดกดำก็มาจากพลังของไต โดยสรุปหน้าที่ของไต เกี่ยวข้องกับน้ำทั่วร่างกาย และยังเกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์และการเจริญเติบโตด้วย



ขออธิบายหน้าที่ของไตตามศาสตร์แพทย์จีนแบบละเอียดนะครับ
1. ไตกักเก็บสารจิง คือ พลังจิงที่ถูกกักเก็บไว้จะช่วยในเรื่องของการเจริญเติบโต การสืบพันธุ์ การสารเลือด การสร้างกระดูก และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย

 2. ไตกำกับน้ำ คือ ไตกับกระเพาะปัสสาวะ มีความเชื่อมโยงกัน เหมือนเพื่อนสนิทกัน  น้ำทั่วร่างกายจะมากรองที่ไต ไตจะส่งน้ำให้กระเพาะปัสสาวะ และขับปัสสาวะออกภายนอก 

 3. ไตเหนี่ยวรั้งการหายใจ คือการหายใจเป็นหน้าที่ของปอด แต่ไตจะช่วยดึงลงมาให้หายใจได้ลึกมากยิ่งขึ้น 

 4. ไตกำกับกระดูกและไขกระดูก สังเกตได้ว่า ยิ่งอายุมากพลังไต จะน้อยลงเรื่อยๆ คนอายุยิ่งมากกระดูกก็จะยิ่งพรุน สมองก็จะยิ่งเสื่อมเร็ว ไขกระดูกยิ่งนาน ยิ่งอายุมาก จะทำให้ฟ่อตามสภาพร่างกาย การผลิตเลือดลดลง เกล็ดเลือดต่ำลง ทำให้ ขี้หนาว และไม่สบายง่าย

 5. มองเส้นผมก็รู้ถึงไต ไตกำกับเส้นผม ถ้าหากเส้นผมดกดำเงางามแสดงว่าไตดี 

6. ไตกับหู สำหรับคนที่มีเสียงในหู หรือ หูหนวกหูตึงมักจะเป็นสัญญาณบอกว่า ไตของเราเริ่มมีปัญหา ไตเริ่มไม่แข็งแรง 

 7. ไตควบคุมปัสสาวะและอุจจาระ สังเกตจากคนที่อายุเริ่มมาก็ขึ้น พลังไตจะลดลง ไตไม่สามารถควบคุมทั้งอุจจาระและปัสสาวะได้ ทำให้อุจจาระเล็ด ปัสสาวะเล็ด ควบคุมอั้นไม่อยู่


Cr.Pic : organicolivia.com

ทั้งหมดนี้ มาจากพลังไต พลังไตในที่นี้ คือพลังจากสารจิงที่กักเก็บไว้ในไต ถ้าหากสารจิงไม่เพียงพอ ร่างกายจะเสื่อมถอยไปเรื่อยๆ หลายคนก็มีปัญหาแก่ก่อนวัย เช่น ผมขาวเร็วขึ้น หน้ามีตีนกา มีฝ้า มีกระที่ใบหน้า กระดูกพรุนง่าย

เราจำเป็นต้องบำรุงไตตั้งแต่อายุน้อยๆ เมื่อเข้าสู่สูงวัยไตจะยังแข็งแรง พลังไตลดลงมาจากหลายสาเหตุ  อาจจะเป็นกิจกรรมที่เราทำเป็นประจำ ทำให้พลังไตลดลง โดยที่เราไม่รู้ตัว เช่น การตรากตรำในหน้าที่การงาน การนอนหลับไม่เพียงพอ ทานอาหารรสจัดมากไป การช่วยตัวเองหรือมีเพศสัมพันธุ์บ่อยครั้งใน 1 วัน


การรับประทานอาหาร รสจัด ทำให้ชี่ของกระเพาะม้ามลดน้อยลง จะทำให้เกิดมีความรู้สึกปากจืด อันเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าพลังชี่ในไต เริ่มลดลงแล้ว บางคนมึนงงทั้งวัน (คล้ายอาการเวียนศีรษะ) ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาของม้ามและกระเพาะส่งผลให้พลังไตลดลง

ร่างกายที่อ่อนแอก็ทำให้พลังชี่ไตลดลงด้วย ให้สังเกตเด็กหรือวัยรุ่นที่มีผมหงอกก่อนวัยและปลายมือปลายเท้าเย็น แสดงว่าพลังไตไม่ไปเลี้ยงเส้นผมทำให้ผมหงอกก่อนวัยอันควร  ส่วนมือเท้าเย็น เป็นเพราะพลังชี่ไตไม่สามารถส่งพลังให้ม้ามได้ ม้ามกำกับมือเท้า เมื่อม้ามไม่มีพลังหยาง จึงทำให้มือเท้าเย็นง่ายและยังมีบางคนที่ชอบเหงื่อออกขณะหลับ ลักษณะนี้ก็คือพลังไตไม่เพียงพอ ทำให้การสร้างสารชี่และอินในร่างกายน้อยลง ไม่สามารถเก็บเหงื่อไว้ได้ 

ถ้าปลดปล่อยพลังไตออกมากเกินไปจะทำให้เกิดอะไรได้บ้าง ทุกคนต้องตระหนักและให้ความสำคัญกับพลังไตให้มาก เพราะพลังไตช่วยปกป้องเราและทำให้ร่างกายของเรามีภูมิคุ้มกันที่ดีครับ 


1. เพศสัมพันธ์ที่มากเกินทำให้พลังไตถูกปลดปล่อยออกมามากเกินไป ส่วนใหญ่จะมาจากการช่วยตัวเองในวัยเด็กวันละหลายครั้ง ชายหญิงที่มีเพศสัมพันธ์ที่บ่อยจนเกินไป ให้สังเกตว่าหลังเสร็จกิจจะมีอาการ ปวดเอว เมื่อยหลัง ไม่มีแรง มึนศีรษะ ง่วงนอน หากใช่ควรลดความถี่ให้น้อยลง เช่น สัปดาห์ละ 2-3ครั้งก็เพียงพอ เราสามารถเพิ่มสารจิงของไตได้จากอาหารที่มีสรรพคุณบำรุงไต 

 2.ความเครียดและฟุ้งซ่าน ก็ทำให้พลังไตถูกปลดปล่อยออกมามากเกินไปได้ ความเครียด และการคิดมาก ทำให้ตับและม้ามเกิดความอ่อนแอลง เนื่องจากเลือดและชี่ผลิตมาจากม้าม ถ้าม้ามอ่อนแอลงเลือดและชี่จะไม่สามารถผลิตได้พอ

แนะนำให้ทำจิตใจให้สงบ ไม่คิดฟุ้งซ่าน ควบคุมอารมณ์ตัวเอง ไม่เก็บความรู้สึก โดยการคุยกับคนรอบตัว ปรึกษาคนรอบตัวเพื่อหาทางออกให้กับตัวเอง


3. ความเหนื่อยความตรากตรำจากการทำงานทำให้พลังชี่ไตสูญสียได้ การนอนหลับไม่เพียงพอ การทำงานหามรุ่งหามค่ำ เหล่านี้จะทำให้พลังไตค่อยๆเสื่อมไปเรื่อย ๆ แนะนำให้ลดความตื่นตัวในการทำงาน ไม่ทำงานหนัก พักผ่อนบ้าง วิธีง่ายๆก็อย่างเช่น ให้แช่เท้าด้วยน้ำอุ่นก่อนนอนสัก 15 นาทีเป็นประจำจะช่วยผ่อนคลายจากความเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน


4. ทานอาหารที่รสจัดบ่อยครั้งก็จะทำให้พลังไตลดลงได้เหมือนกัน ในการแพทย์จีนไตกำกับน้ำ การทานอาหารรสจัดหรือรสเค็มบ่อยๆ จะทำให้เท้าบวมน้ำ ความดันขึ้น คอแห้งปากแห้ง อาการเหล่านี้หมายถึงไตเริ่มทำงานหนัก 

แนะนำลดอาหารรสจัดลง รับประทานอาหารที่จืด ดื่มน้ำมากๆ ไม่ควรดื่มน้ำอัดลมมากเกินไป ลองดื่มชาเก๋ากี้เป็นประจำจะช่วยบำรุงไตได้เหมือนกันครับ


บทความโดย
แพทย์จีน เยาวเกียรติ  เยาวพันธุ์กุล
คลินิกอายุรกรรมโรคไต