อาบน้ำอย่างไรให้แข็งแรง?

อาบน้ำอย่างไรให้แข็งแรง?

“การอาบน้ำ"  เป็นกิจวัตรประจำวันของทุกคน การอาบน้ำไม่ได้เป็นแค่เพียงการชำระล้างทำความสะอาดร่างกายเท่านั้น  แต่การอาบน้ำยังเป็นการผ่อนคลายความเหนื่อยเมื่อยล้า ลดความเครียด ช่วยให้รู้สึกสดชื่นสบายตัวสบายใจได้อีกด้วย

เคล็ดลับอีกวิธีหนึ่งในการหย่างเซิงส่งเสริมสุขภาพประจำวัน สามารถทำได้โดยการอาบน้ำ และการอาบน้ำอย่างถูกวิธีจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและระบบเมตาบอลิซึม ขจัดสิ่งสกปรกและสารอื่นๆ ที่ทำให้ร่างกายอ่อนล้า และช่วยส่งเสริมคุณภาพของการนอนหลับพักผ่อนให้สนิทและดียิ่งขึ้น 

แต่รู้หรือไม่ ? หากคุณอาบน้ำผิดวิธี ก็อาจจะทำให้เสียสุขภาพได้อีกเช่นกัน   
แล้วอาบน้ำแบบไหนถึงเรียกได้ว่า อาบน้ำเพื่อส่งเสริมสุขภาพ แพทย์แผนจีนจะมาแนะนำเคล็ดลับ เทคนิควิธีง่ายๆเพื่อการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ด้วยการอาบน้ำตามหลักการหย่างเซิงสุขภาพของหมอจีนที่มาแต่โบราณ
 

1. ก่อนอาบน้ำควรเตรียมพร้อมร่างกายประมาณ 5-10 นาที เพื่อปรับสภาพร่างกายให้อบอุ่น  อุณหภูมิในร่างกายพอเหมาะในการอาบน้ำหรือแช่น้ำ   หากอาบน้ำในขณะที่ร่างกายเหนื่อยล้าจากการทำงานอย่างหนัก  เมื่อร่างกายมากระทบกับอุณภูมิน้ำที่เย็นมา สัมผัสกับผิว จะทำให้ระบบภายในร่างกายเกิดอาการรวน เนื่องจากอุณหภูมิในร่างกายและภายนอกร่างกายเปลี่ยนแปลงฉับพลัน  ส่งผลทำให้เกิดเป็นหวัดได้ง่ายและบางคนเป็นหวัดทันที

2. ควรระมัดระวังไม่ให้น้ำเข้าหู  จะส่งผลทำให้หูอักเสบได้

3. ควรเริ่มต้นชะล้างร่างกายด้วยน้ำเปล่าก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว  การใช้น้ำเปล่าล้างผิว เป็นการเริ่มต้นเพื่อชำระล้างฝุ่นละออง หรือคราบเหงื่อ สิ่งสกปรกที่เคลือบผิวออกจากตัวก่อน หลังจากนั้นจึงค่อยใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดฟอกตามตัว ส่วนการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวนั้น ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนกับผิว หรือ ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีน้อย หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากธรรมชาติ จะช่วยป้องกันผิวที่อาจระคายเคืองได้ง่าย 

4. ในขณะอาบน้ำควรทำความสะอาดเริ่มต้นตั้งแต่คอ ไล่ลงไปเรื่อยๆ จนถึงส่วนล่าง รวมไปถึงจุดข้อพับส่วนต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งเป็นส่วนที่สะสมคราบไคลและแบคทีเรียเวลาที่เหงื่อออก  การใช้สครับขัดผิวควบคู่ไปด้วยจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่แห้ง  ออกจากร่างกาย ช่วยชะล้างสิ่งสกปรก และทำให้ผิวนุ่มเนียนมากขึ้น 

 5. ช่วงเวลาในการอาบน้ำก็เป็นสิ่งสำคัญ   ไม่ควรอาบน้ำช่วงเวลาดึก เนื่องจากเป็นช่วงที่อากาศจะเริ่มเย็น อาจจะทำให้เป็นหวัดและไม่สบายได้ง่าย รวมไปถึงวันที่มีแดดจัด อากาศร้อนจัดอีกเช่นกัน  หากคุณอาบน้ำในวันที่อากาศร้อนจัด อาจทำให้หลอดเลือดขยายตัวอย่างฉับพลัน ส่งผลทำให้หัวใจและสมองขาดเลือดอย่างกระทันหัน จนเกิดอาการวิงเวียนและแน่นหน้าอก และอาจเกิดอันตรายในกรณีที่เป็นผู้ป่วยโรคหัวใจ , ความดันโลหิตสูง เป็นต้น

6. อุณภูมิของน้ำที่อาบแบบไหนถึงจะดีต่อสุขภาพ  น้ำที่อาบไม่ควรร้อนหรือเย็นจัดเกินไป หากเป็นน้ำอุ่นจะดี และที่สำคัญไม่ควรอาบน้ำเกิน  15-20 นาที

 7. การล้างหน้า  ควรล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ ไม่ร้อนจัดหรือเย็นจัดเกินไป พยายามไม่ขัดถูใบหน้าด้วยมือรุนแรง  ใช้เพียงปลายนิ้วกดนวดใบหน้าเบาๆ  จะช่วยกำจัดสิ่งอุดตันในรูขมขนบนใบหน้า  ช่วยผ่อนคลายและเป็นการกระตุ้นเลือดบนใบหน้าให้ไหลเวียนดีขึ้น 

ข้อควรระวังและปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

 1.หลังจากอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ไม่ควรโดนลมหรือเข้านอนทันที ในขณะที่ศีรษะยังเปียกชื้นอยู่  เพราะความชื้นที่สะสมเป็นระยะเวลานานจะทำให้เกิดอาการป่วยต่างๆ เช่น ภูมิแพ้อากาศ  หวัดเรื้อรัง ปวดศีรษะ ผมร่วง เป็นต้น


2. ไม่ควรอาบน้ำทันทีหลังรับประทานอาหารเสร็จและอิ่มใหม่ๆ  สาเหตุอันเนื่องมาจากเส้นเลือดฝอยที่อยู่ตามผิวหนังเมื่อถูกน้ำอุ่นจะเกิดการขยายตัว และเลือดจะกระจายตัวไปสู่ผิวหนังเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อการย่อยและระบบการดูดซึม  

 

3.หลังดื่มแอลกอฮอล์ไม่ควรอาบน้ำทันที เพราะร่างกายจะเกิดการสูญเสียกลูโคสมากขึ้นทำให้เกิดอาการวิงเวียน ตาพร่า อ่อนเพลีย หรือหมดแรง ซึ่งในบางรายหากน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป อาจจะร้ายแรงถึงขั้นทำให้หมดสติ

 

4.ไม่ควรอาบน้ำทันทีหลังจากออกกำลังกายเสร็จ  ควรพักสักครู่ ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ร่างกายปรับอุณภูมิ  หากอาบน้ำทันทีหลังออกกำลังกายเสร็จใหม่ๆ   อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายเช่น ทำให้เลือดหล่อเลี้ยงหัวใจและสมองไม่เพียงพอ  ในบางรายอาจทำให้วูบ เป็นลม หมดสติได้


5. ไม่ควรอาบน้ำร้อน หรืออุ่นจัด  เพราะน้ำที่มีอุณหภูมิสูงมากๆ จะทำให้ผิวชั้นนอกเกิด
สภาวะเครียด และน้ำร้อนก็ยังไปทำลายเซลล์ผิวหนังได้

 

6. การสระผม  ควรเริ่มต้นทำให้ผมเปียกชุ่มก่อน โดยใช้น้ำอุ่น แต่ไม่ควรให้น้ำร้อนจนเกินไป จะทำให้เกิดผมร่วงได้ หลังจากนั้นใช้แชมพูทำความสะอาดตาม ด้วยครีมนวด นวดศีรษะเบาๆ  นวดประมาณ 3-4 นาที ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังที่หนังศีรษะและรากผมมากขึ้น ลดการหลุดร่วงของเส้นผมน้อยลง และช่วยลดอาการความเครียด

7. การอาบน้ำที่บ่อยเกินไปจะทำให้ผิวแห้ง  ส่งผลให้เกิดปัญหาที่ตามมาคือ ผิวขาดความชุ่มชื้น  ขาดความหยืดหยุ่น ผิวอาจแห้ง แตกเป็นขุย เกิดริ้วรอยได้ง่าย ดังนั้น สำหรับประเทศในเขตร้อนชื้นแบบประเทศไทย ความถี่ในการอาบน้ำ เพียงวันละ 2 ครั้งก็เพียงพอและเหมาะสมแล้ว  

 


สอบถามข้อมูลการรักษาเพิ่มเติม 
LINE@ : @huachiewtcm