นาฬิกาชีวิต เคล็ดลับการดูแลสุขภาพตามหลักการเวลาธรรมชาติ

Last updated: 2021-02-23  |  27314 Views  | 

นาฬิกาชีวิต เคล็ดลับการดูแลสุขภาพตามหลักการเวลาธรรมชาติ

แพทย์แผนจีนเชื่อว่าธรรมชาติและมนุษย์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ธรรมชาติมี ปี ฤดู วัน เวลา เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สอดคล้องกับร่างกายมนุษย์ ร่างกายของคนเรามีเส้นลมปราณหลายเส้น แต่ละเส้นมีชื่อและคุณสมบัติเฉพาะ มีจังหวะเวลาที่แน่นอน เปรียบเสมือนการอยู่เวรยาม ในเวลาที่ต่างกันของแต่ละวัน ชี่และเลือด ไหลไปยังเส้นลมปราณรวมถึงอวัยวะที่แตกต่างกัน เกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและเกิดโรคที่แตกต่างกัน ดังนั้น หากเข้าใจกฎนาฬิกาชีวิตหย่างเซิงสุขภาพ ก็จะช่วยดูแลสุขภาพและปรับวิถีชีวิตตนเองได้นั่นเอง



ชาวจีนสมัยโบราณ แบ่งเวลา 1 วันออกเป็น 12 ชั่วยาม ชั่วยามละ 2 ชั่วโมง

⏰ 5 ทุ่ม ถึง ตี 1 - ยามจื่อ 子时 Zi -> เส้นลมปราณถุงน้ำดี
⏰ ตี 1 ถึง ตี 3 - ยามโฉ่ว 丑时 Chǒu -> เส้นลมปราณตับ
⏰ ตี 3 ถึง ตี 5 - ยามอิ๋น 寅时 Yín -> เส้นลมปราณปอด
⏰ ตี 5 ถึง 7 โมงเช้า - ยามเหม่า 卯时 Mǎo -> เส้นลมปราณลำไส้ใหญ่
⏰ 7 โมงเช้า ถึง 9 โมง - ยามเฉิน 辰时 Chén -> เส้นลมปราณกระเพาะอาหาร
⏰ 9 โมง ถึง 11 โมง - ยามซื่อ巳时 Sì -> เส้นลมปราณม้าม
⏰ 11 โมง ถึง บ่ายโมง - ยามอู่ 午时 Wǔ -> เส้นลมปราณหัวใจ
⏰ บ่ายโมง ถึง บ่าย 3 - ยามเว่ย 未时 Wèi -> เส้นลมปราณลำไส้เล็ก
⏰ บ่าย 3 ถึง 5 โมงเย็น - ยามเซิน 申时 Shēn -> เส้นลมปราณกระเพาะปัสสาวะ
⏰ 5 โมงเย็น ถึง 1 ทุ่ม - ยามโหย่ว 酉时 Yǒu -> เส้นลมปราณไต
⏰1 ทุ่ม ถึง 3 ทุ่ม - ยามซวี 戌时 Xū -> เส้นลมปราณเยื่อหุ้มหัวใจ
⏰ 3 ทุ่ม ถึง 5 ทุ่ม - ยามไฮ่ 亥时 Hài -> เส้นลมปราณซานเจียว
.
1. ยามจื่อ 子时 (5 ทุ่ม ถึง ตี 1) ก่อนยามจื่อต้องเข้านอน
เป็นเวลาเส้นลมปราณถุงน้ำดีทำหน้าที่ ถุงน้ำดีเก็บน้ำดีที่ได้จากตับและส่งน้ำดีมาช่วยย่อยไขมันที่ลำไส้เล็ก ทฤษฏีการแพทย์แผนจีนเชื่อว่าถุงมีน้ำดีทำหน้าที่ในการตัดสินใจ ในช่วงยามจื่อไขกระดูกเริ่มต้นสร้างเลือด และซ่อมแซมร่างกาย อวัยวะทั้งหมดในร่างกายจำต้องพึ่งพาการทำงานของถุงน้ำดี ยามจื่อเป็นเวลาที่ควรนอนหลับ การหลั่งของน้ำดีมีผลทำให้สมอง โล่งปลอดโปร่ง แจ่มใส ถ้าในยามจื่อนอนหลับเพียงพอ เส้นลมปราณถุงน้ำดีก็จะมีพลังเต็มที่ ตอนเช้าตื่นขึ้นมาสมองก็จะปลอดโปร่ง แจ่มใส ใต้ตาไม่คล้ำ ตรงกันข้ามถ้าไม่สามารถเข้านอนในยามจื่อ จะทำให้ไฟถุงมีน้ำดีย้อนขึ้นบน(胆火上逆) เกิดอาการนอนไม่หลับ ปวดศรีษะ คิดมาก กังวล ตื่นเช้าจะรู้สึกง่วงเหงาหาวนอน งัวเงีย มึนงงไม่แจ่มใส ใต้ตาดำคล้ำ ขณะเดียวกันหากไม่นอนการหลั่งน้ำดีจะไม่ปกติง่ายต่อการเกิดโรคนิ่วในถุงน้ำดี
.
2. ยามโฉ่ว 丑时 (ตี 1 ถึง ตี 3) ต้องนอนให้หลับสนิท
เป็นเวลาเส้นลมปราณตับทำหน้าที่กำจัดสารพิษในร่างกาย ลดระดับน้ำตาลในเลือดโดยนำมาสังเคราะห์และเก็บสะสมในรูปไกลโคเจน และสร้างน้ำดีมาเก็บไว้ที่ถุงน้ำดีการแพทย์แผนจีนเชื่อว่าตับเก็บกักเลือด เวลาคนเรานอนเลือดจะเก็บที่ตับ ในเวลานอนหลับสนิทเลือดไหลเวียนมาที่ตับสามารถเพิ่มพลังชี่ของตับได้ เวลา 2.00น ร่างกายจะหลั่งเมลาโทนินได้สูงสุด ถ้ายามโฉ่วนอนไม่หลับตับก็ยังคงทำงาน ไม่สามารถเผาผลาญพลังงานและกำจัดพิษได้ตามปกติ ทำให้สีหน้าหมองคล้ำ เกิดกระ จุดด่างดำ อารมณ์ ร้อน โกรธง่าย และอาจนำไปสู่โรคตับ โดยเฉพาะถ้าเวลานี้ดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อตับ
.
3. ยามอิ่น 寅时 (ตี 3 ถึง ตี 5) เป็นเวลาเส้นลมปราณปอดทำหน้าที่ ควรตื่นนอน สูดอากาศบริสุทธิ์ ปอดเป็นจุดเริ่มต้นและรวบรวมพลังชี่และเลือด ตับเก็บกักเลือด สลายเซลล์เม็ดเลือดแดง นำเลือดใหม่ส่งไปปอด รวมหลอดเลือดนับร้อยแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนผ่านปอดส่งไปเลี้ยงทั่วร่างกาย เป็นจุดที่พลังชี่และเลือดเคลื่อนตัว เพื่อให้ระบบหายใจได้ทำงานได้เต็มที่ และเซลล์ต่างๆ ได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ ทำให้ตื่นเช้าหน้าจะมีสีเลือดฝาด สดชื่นแจ่มใส กระปรี้กระเปร่า
.
ในช่วง 4.00 - 5.00 น เป็นช่วงที่อุณหภูมิของร่างกาย ความดัน การเต้นของชีพจร การหายใจลดลงต่ำสุด เลือดไปเลี้ยงสมองน้อยกว่าปกติ ร่างกายควรได้รับความอบอุ่น หลีกเลี่ยงสภาวะอากาศเย็น ช่วงนี้จึงเหมาะต่อการตื่นนอนเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์และออกกำลังกาย เพื่อช่วยให้ปอดทำงานดีขึ้น สำหรับคนที่ระบบหายใจหรือปอดมีปัญหา หายใจติดขัด ไอ จาม มีน้ำมูก โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคหอบต้องระวังสุขภาพ เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่อาการกำเริบได้ง่าย ในช่วงเวลานี้ทำงานจะต้องระวังเกิดการผิดพลาดหรือบาดเจ็บ ผู้ป่วยอาการหนักมักจะทรุดลงในยามอิ๋น สมองที่ได้รับออกซิเจนน้อยหรือไม่เพียงพอจะมีผลความจำของคนเราเสื่อมลงได้
.
4. ยามเหม่า 卯时 (ตี 5 ถึง 7 โมงเช้า) เหมาะแก่เวลาของการขับถ่าย ควรดื่มน้ำอุ่นช่วยขับถ่ายอุจจาระ เป็นเวลาเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่ทำหน้าที่ ปอดและลำไส้ใหญ่สัมพันธ์กัน ปอดส่งเลือดใหม่ไปเลี้ยงร่างกายแล้ว ทำให้เกิดการกระตุ้นลำไส้ใหญ่ขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย รับกากอาหาร ดูดซึมน้ำและถ่ายอุจจาระ และมีการหลั่ง cortisol เพื่อช่วยให้ร่างกายกระปรี่กระเปร่า ถ้าลำไส้ใหญ่เคลื่อนตัวดี การขับถ่ายอุจจาระก็จะดี ยามเหม่าพลังชี่และเลือดรวมอยู่ลำไส้ใหญ่ ดังนั้นเวลานี้ควรดื่มน้ำอุ่นเพื่อช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย
.
5. ยามเฉิน 辰时 (7 โมงเข้า ถึง 9 โมง) เวลาอาหารเช้า เป็นเวลาเส้นลมปราณกระเพาะอาหารทำหน้าที่ย่อยและการดูดซึมอาหาร เป็นอวัยวะที่สำคัญในระบบทางเดินอาหาร ในเวลา 7 โมงเข้า ถึง 9 โมงทาน การได้ทานอาหารเช้า การย่อยและดูดซึมจะดีที่สุด บางคนไม่ทานอาหารเช้า กระเพาะอยู่ในช่วงอดอาหารมาตลอดทั้งคืน จะทำให้เกิดการหลั่งของกรดในกระเพาะอาหารมากเกินไปเสี่ยงต่อโรคกระเพาะ แผลในกระเพาะอาหาร อาหารมื้อเช้าเป็นการเติมพลังงานให้กับสมองและหัวใจให้สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย ทำให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้งวัน หากไม่ทานอาหารเช้าเป็นระยะเวลานานทำให้ร่างกายไม่สดชื่น ไม่กระปรี้กระเปร่า อ่อนเพลีย เชื่องช้า หลงลืม ความจำไม่ดี ไม่มีสมาธิ การทานอาหารเช้ายังช่วยป้องกันโรคเบาหวาน ป้องกันโรคหัวใจ และป้องกันโรคอ้วนได้อีกด้วย
.
6. ยามซื่อ 巳时 (9 โมง ถึง 11 โมง) ขยับตัวเล็กน้อย
เป็นเวลาเส้นลมปราณม้ามทำหน้าที่ ม้ามควบคุมการขนส่ง ควบคุมเลือด ควบคุมการย่อยการดูดซึมและกระจายสารอาหารและน้ำไปยังอวัยวะสำคัญของร่างกาย ทำหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย กำจัดเม็ดเลือดแดงที่เสื่อมสภาพ พลังชี่และเลือดมาจากการทำงานของม้ามและกระเพาะจากอาหารที่รับประทาน ยามซื่อนี้ร่างกายมีความตื่นตัวมาก จึงเป็นช่วงที่เหมาะต่อการ ทำงาน ทำกิจกรรม ควรออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวเล็กน้อยและ ดื่มน้ำ จะช่วยทำให้ม้ามกระจายสารอาหาร และน้ำไปยังอวัยวะสำคัญของร่างกาย
.
7. ยามอู่ 午时 (11 โมง ถึง บ่ายโมง) ควรนอนพักกลางวันสักงีบ เป็นเวลาเส้นลมปราณหัวใจทำหน้าที่ หัวใจควบคุมจิตใจ ตอนเที่ยงควรนอนกลางวันเพื่อบำรุงหัวใจ ยามอู่เป็นเวลาที่หยางชี่มากที่สุดอินชี่น้อยที่สุด ยามจื่อ 子时อินชี่มากที่สุดหยางชี่น้อยที่สุด เรียกได้ว่าจื่ออู่เป็นเวลาที่อินหยางสลับเวรกัน เป็นเวลาที่เหมาะกับการบำรุงอินบำรุงหยาง ด้วยการนอนในเวลาจื่อและอู่ กลางวันควรนอน 15-30 นาทีพักร่างกายและสมอง เพื่อความสมดุลของร่างกายทำให้ร่างกายสดชื่น
.
8. ยามเว่ย 未时 (บ่ายโมง ถึง บ่าย 3) เวลาแห่งการย่อยและการดูดซึม เป็นเวลาเส้นลมปราณลำไส้เล็กทำหน้าที่ ยามเว่ยเป็นเวลาที่ลำไส้เล็กดูดซึมสารอาหารและน้ำ จากนั้นอาศัยม้ามส่งไปหัวใจและปอดเลี้ยงร่างกาย กากอาหารจะถูกส่งต่อไปลำไส้ใหญ่ น้ำจะดูดซึมและขับออกไปที่กระเพาะปัสสาวะ ยามเว่ยเป็นเวลาที่ลำไส้เล็กทำงานดีที่สุด ฉะนั้นมื้อกลางวันไม่ควรทานเกิน 13.00 น. เพราะตั้งแต่ 13.00-15.00น.เป็นเวลาที่ดีที่สุดสำหรับย่อยและการดูดซึม
.
9. ยามเซิน 申时(บ่าย 3 ถึง 5 โมงเย็น) ยามเซินดื่มน้ำช่วยขับปัสสาวะ เป็นเวลาเส้นลมปราณกระเพาะปัสสาวะทำหน้าที่ เก็บสะสมปัสสาวะและขับถ่ายปัสสาวะ ยามเซินเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการดื่มน้ำและขับถ่ายปัสสาวะในเวลานี้ โดยช่วง 17.00 น. เป็นช่วงที่หลอดเลือดหัวใจและกล้ามเนื้อในร่างกายมีความแข็งแรง จึงเหมาะต่อการออกกำลังกาย แต่ไม่ควรออกกำลังกายหนักๆจะทำให้กลางคืนนอนไม่หลับ สามารถเดินช้าๆหรือรำไทเก็ก
.
10. ยามโหย่ว 酉时(5 โมงเย็น ถึง 1 ทุ่ม) เป็นเวลาเส้นลมปราณไตทำหน้าที่ ไตเก็บสะสมสารจำเป็น (จิงชี่) เป็นสารที่ถ่ายทอดจากพ่อแม่เก็บไว้ที่ไตมีมาแต่กำเนิด เรียกว่า “สารจำเป็นแต่กำเนิด” สารจิงควบคุมการเจริญเติบโตและความสามารถในการสืบพันธุ์ ยามโหย่วเป็นเวลาที่ของเส้นลมปราณไต หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม ควรทานอาหารรสจืด
.
11. ยามซวี 戌时 (1 ทุ่ม ถึง 3 ทุ่ม) ยามซวีต้องอารมณ์ดี
เป็นเวลาเส้นลมปราณเยื่อหุ้มหัวใจทำหน้าที่ เยื่อหุ้มหัวใจเป็นเนื้อเยื่อบางๆที่ห่อหุ้มหัวใจทำหน้าที่ปกป้องหัวใจ ปกป้องการรุกรานจากภายนอก ยามซวีเส้นลมปราณเยื่อหุ้มหัวใจและเส้นประสาทสมองทำงานดีที่สุด อาหารเย็นไม่ควรกินอิ่ม หลังอาหารเป็นเวลาพักผ่อน ควรรักษาอารมณ์ให้ดีผ่อนคลาย สามารถฟังเพลง ยามซวีเป็นเวลาที่อ่านหนังสือจะมีสมาธิที่สุด เป็นเวลาเพื่อการพักผ่อนและเตรียมตัวสำหรับการนอนหลับ
.
12. ยามไฮ่ 亥时(3 ทุ่ม ถึง 5 ทุ่ม) ควรทำร่างกายให้อบอุ่น นอนพักผ่อน เป็นเวลาเส้นลมปราณซานเจียวทำหน้าที่ ซานเจียว ได้แก่ ซ่างเจียวคือส่วนบนมีระบบหายใจ (หัวใจ-ปอด) จงเจียวคือส่วนกลางมีระบบย่อยอาหาร (กระเพาะ อาหาร ม้าม ตับ) และเซี่ยเจียคือส่วนล่างมีระบบขับถ่าย(ไต กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้เล็ก) ซานเจียวทำหน้าที่เป็นทางผ่านของชี่และเลือด และเป็นทางลำเลียงผ่านของสารอาหารและน้ำ ซานเจียวเกี่ยวข้องกับการทำงานของอวัยวะต่างๆทั่วร่างกาย เป็นช่วงที่ร่างกายปรับสมดุลความร้อนและเป็นช่วงที่อุณหภูมิในร่างกายจะค่อยๆ ลดลง ร่างกายจะเริ่มหลั่งเมลาโทนิน ยามไฮ่ควรเตรียมตัวสำหรับการนอนพักผ่อน ซานเจียวได้พักผ่อนทำให้สุขภาพแข็งแรง เวลานี้แช่เท้าด้วยน้ำอุ่นประมาน 20 นาที ให้เหงื่อออกนิดๆช่วยให้ชี่และเลือดของซ่างเจียว จงเจียว เซี่ยเจียว ไหลเวียนสะดวก ทำให้ร่างกายที่ทำงานหนักมาทั้งวันได้รับการพักผ่อน ช่วยการนอนหลับอย่างเต็มที่
.
* สรุปช่วงเวลา ระบบที่เกี่ยวข้อง ข้อควรปฏิบัติ *
23.00 - 01.00 น. ยามจื่อ [ถุงน้ำดี] เตรียมเข้านอน
01.00 - 03.00 น. ยามโฉ่ว [ตับ] นอนให้หลับสนิท
03.00 - 05.00 น. ยามอิ่น [ปอด] ตื่นนอน สูดอากาศบริสุทธ์
05.00 - 07.00 น. ยามเหม่า [ลำใส้ใหญ่] ดื่มน้ำอุ่นช่วยขับถ่ายอุจจาระ
07.00 - 09.00 น. ยามเฉิน [กระเพาะอาหาร] กินอาหารเช้า
09.00 - 11.00 น. ยามซื่อ [ม้าม] ควรเคลื่อนไหวเล็กน้อย ทำงาน ทำกิจกรรม
11.00 - 13.00 น. ยามอู่ [หัวใจ] หลีกเลี่ยงความเครียดทั้งปวง นอนพักกลางวัน
13.00 - 15.00 น.ยามเว่ย [ลำไส้เล็ก] เป็นเวลาย่อยและการดูดซึม งดกินอาหารทุกประเภท
15.00 - 17.00 น. ยามเซิน [กระเพาะปัสสาวะ] ดื่มน้ำช่วยขับปัสสาวะ ออกกำลังกายทำให้เหงื่อออก
17.00 - 19.00 น. ยามโหย่ว [ไต] หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม
19.00 - 21.00 น. ยามซวี [เยื่อหุ้มหัวใจ] อารมณ์ดี สวดมนต์ ทำสมาธิ
21.00 - 23.00 น. ยามไฮ่ [ซานเจียว] ทำร่างกายให้ อบอุ่น นอนพักผ่อน
.
.
.

.
ที่มา :
1.Basic Traditional Chinese Medicine
ศาสตร์การแพทย์แผนจีนเบื้องต้น กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
2.十二时辰养生秘诀
เคล็ดลับการดูแลสุขภาพตามนาฬิกาชีวิต

This website uses cookies to optimize the performance and the experience of users. This website uses cookies to optimize the performance and the experience of users.