ภาวะการรับรสลดลง

Last updated: 5 ส.ค. 2569  |  16 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ภาวะการรับรสลดลง

ภาวะการรับรสลดลง (Hypogeusia , 味觉减退 ) หมายถึง ความสามารถของลิ้นในการรับรสชาติ เช่น เปรี้ยว, หวาน, ขม, เค็ม ลดลง ส่งผลให้รู้สึกว่าอาหาร "ไม่มีรสชาติ" สาเหตุที่พบได้บ่อย  เช่น

1. การติดเชื้อทางเดินหายใจ   โดยทั่วไปหลังเป็นไข้หวัด, ไข้หวัดใหญ่ หรือโควิด-19 มักมีอาการคัดจมูก เกิดการะคายเคืองของเยื่อบุ และเซลล์รอบๆปลายประสาทรับกลิ่นในจมูก ทำให้การส่งสัญญาณไปที่สมองผิดปกติไป  ซึ่งการรับรสชาติส่วนใหญ่จะสัมพันธ์กับประสาทสัมผัสทางกลิ่น ดังนั้นจึงมีผลกระทบต่อการรับรสด้วย โดยทั่วไปเมื่ออาการป่วยดีขึ้น การรับรสจะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาเองภายในไม่กี่สัปดาห์

2. อายุที่เพิ่มขึ้น  เมื่ออายุมากขึ้น จำนวนและความไวของตุ่มรับรส (Taste buds) บนลิ้นจะลดลง โดยมักเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนหลังอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งถือเป็นความเสื่อมตามธรรมชาติของร่างกาย 

3. การขาดสารอาหาร   การขาดสารอาหารส่งผลต่อตุ่มรับรสโดยตรง เซลล์ตุ่มรับรสจะผลัดใหม่ทุก 10–14 วัน  เมื่อขาดสารอาหาร กระบวนการสร้างเซลล์ใหม่จะชะงักและทำให้ตุ่มรับรสฝ่อได้ สารอาหารสำคัญที่ส่งผลกระทบได้ เช่น สังกะสี (Zinc) ช่วยสร้างเอนไซม์ในน้ำลายเพื่อเลี้ยงตุ่มรับรส หากขาด จะทำให้ตุ่มรับรสฝ่อ รับรสได้น้อยลง ,  วิตามินบี 12  และกรดโฟลิก ช่วยสร้างเซลล์เยื่อบุลิ้น  หากขาดจะทำให้เกิดภาวะตุ่มรับรสเรียบหายไปและแสบลิ้น , ธาตุเหล็ก  หากขาดจะเกิดภาวะโลหิตจาง เลือดไปเลี้ยงลิ้นไม่พอ ทำให้ลิ้นฝ่อและรับรสแย่ลง, วิตามินเอ  ช่วยดูแลเซลล์เยื่อบุผิว หากขาด จะเกิดคราบหนาอุดตันช่องรับรส ทำให้อาหารเข้าไม่ถึงตุ่มรับรส

4. ปัญหาภายในช่องปากและฟัน: คราบฝ้าบนลิ้นที่หนาเกินไป, โรคปริทันต์อักเสบรุนแรง, การติดเชื้อรา หรือการใส่ฟันเทียมที่ไม่พอดี สิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบหรือทำลายตุ่มรับรสได้ ทำให้เกิดการรับรสที่เปลี่ยนไป

5. ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น  ยาลดความดันโลหิต, ยาคลายเครียดหรือต้านเศร้า และยาปฏิชีวนะบางชนิด อาจส่งผลข้างเคียงทำให้การรับรสผิดปกติหรือลดลงระหว่างการใช้ยา ซึ่งการรับรสมักจะกลับมาเองได้หลังจากหยุดยา

มุมมองของการแพทย์แผนจีนต่อภาวะการรับรสลดลง

การแพทย์แผนจีนมองว่า ภาวะการรับรสลดลง(味觉减退)มักมีความเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่างๆ เช่น ม้ามและกระเพาะอาหารอ่อนแอ, ความชื้นสะสมขัดขวางภายใน,  ชี่และเลือดไม่พอ ซึ่งจำเป็นต้องตรวจวินิจฉัยจำแนกกลุ่มอาการของโรคเพื่อกำหนดวิธีการรักษาในแต่ละบุคคล(辨证论治)  โดยวิธีที่นิยมใช้ในการปรับสมดุล ได้แก่ การใช้ยาสมุนไพรจีน, การฝังเข็ม ตลอดจนการปรับดูแลเรื่องอาหาร ตามความเหมาะสม เป็นต้น  

1. ม้ามและกระเพาะอาหารอ่อนแอ (脾胃虚弱) ม้ามทำหน้าที่ลำเลียงและย่อยอาหาร และ "เปิดทวารที่ช่องปาก(开窍于口)"  หากระบบการทำงานของม้ามและกระเพาะอาหารลดลง จะส่งผลให้ปากจืด การรับรสเปลี่ยนไป  และความอยากอาหารลดลง มักเกิดร่วมกับอาการท้องอืดและอ่อนเพลีย การรักษาเน้นบำรุงม้ามและเพิ่มชี่ (健脾益气) ช่วยฟื้นฟูการรับรส เช่น การใช้ตำรับยา ซื่อจวินจื่อทัง (四君子汤) หรือ เซียงซาลิ่วจวินจื่อทัง (香砂六君子汤) เป็นต้น

2. ความชื้นสะสมขัดขวาง(湿浊阻滞)หากความชื้นกระทบม้าม หรือมีเสมหะและความชื้นสะสมอยู่ภายใน จะมีความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะในช่องปาก การรับรสช้าลง มีคราบฝ้าบนลิ้นหนา การรักษาจะเน้นการสลายและขับความชื้น (化湿祛浊)เช่น การใช้ตำรับยาฮั่วเซียงเจิ้งฉีซ่าน (藿香正气散) หรือ ผิงเว่ยซ่าน (平胃散)เป็นต้น

3. ชี่และเลือดพร่อง(气血不足) ภาวะชี่และเลือดพร่องส่งผลกระทบต่อความสามารถในการรับรู้ของลิ้น ทำให้การรับรสลดลง มักพบอาการหน้าซีดและเวียนศีรษะร่วมด้วย  ตำรับยาที่นิยมใช้เพื่อบำรุงชี่และเลือด เช่น ปาเจินทัง (八珍汤)หรือ กุยพีทัง(归脾汤)เป็นต้น

4. สารจำเป็นในไตพร่อง(肾精亏虚)มักพบในผู้สูงอายุ หรือผู้เจ็บป่วยเรื้อรัง แนวทางรักษาเน้นการบำรุงไตและเติมเต็มสารจิง(补肾填精) เช่น การใช้ตำรับยาลิ่วเว่ยตี้ฮวงหว่าน (六味地黄丸加减)เป็นต้น

การฝังเข็มเพื่อฟื้นฟูการรับรส

1. กลไกการรักษาของการฝังเข็ม

การฝังเข็มจะกระตุ้นจุดบริเวณรอบๆ ลิ้นและจุดที่เกี่ยวข้องตามร่างกาย เช่น จุดเหลียนเฉวียน(廉泉), จุดทงหลี่(通里), จุดเหอกู่(合谷 ) เป็นต้น  เพื่อทะลวงเส้นลมปราณ (经络) ,ปรับสมดุลชี่และเลือด และปรับปรุงการไหลเวียนของเลือดในจุดที่เกี่ยวข้อง ตามปัจจัยการเกิดโรคในศาสตร์แพทย์แผนจีน(辩证) ซึ่งจะช่วยส่งเสริมฟื้นฟูการทำงานของประสาทรับรสได้ดียิ่งขึ้น

2. กลุ่มคนที่เหมาะสมและข้อควรระวัง 

การฝังเข็มเหมาะสำหรับภาวะการรับรสลดลงจากสาเหตุทางระบบประสาท, อาการหลงเหลือหลังเป็นโรคหลอดเลือดสมอง หรือภาวะการรับรสผิดปกติจากการอักเสบเรื้อรัง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่อยู่ในระยะติดเชื้อเฉียบพลัน, มีภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ หรือสตรีมีครรภ์ ควรระมัดระวังการรักษา และควรได้รับการประเมินสาเหตุจากแพทย์เพื่อคัดกรองโรคร้ายแรงที่ต้องได้รับการรักษาก่อน เช่น โรคมะเร็ง หรือภาวะขาดสารอาหารรุนแรง เป็นต้น 

3. ระยะเวลาการรักษาและการปฏิบัติตัว

โดยทั่วไปจำเป็นต้องรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง  ร่วมกับการปรับพฤติกรรมการกิน  และการรักษาความสะอาดในช่องปาก หากภาวะการรับรสลดลงเป็นต่อเนื่องนานเกิน 2 สัปดาห์ หรือมีอาการกลืนลำบาก น้ำหนักลดร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอื่นเพิ่มเติมต่อไป

    ทั้งนี้ ทางการแพทย์แผนจีนมองว่า ผลการรักษาอยู่กับความแตกต่างของแต่ละบุคคลและความซับซ้อนของสาเหตุ ผู้ป่วยบางรายอาจต้องใช้การรักษาแบบบูรณาการ( Integrative Medicine ) โดยมุ่งเน้นการดูแลรักษาร่างกาย จิตใจ แบบองค์รวมเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วยแต่ละบุคคล

อ้างอิง

[1] Henkin RI, Larson AL, Powell RD. Hypogeusia, dysgeusia, hyposmia, and dysosmia following influenza-like infection. Ann Otol Rhinol Laryngol. 1975 Sep-Oct;84(5 Pt 1):672-82. doi: 10.1177/000348947508400519. PMID: 1190677.

[2]田国莉,江潞,陈谦明,等.味觉异常的病因和治疗研究进展[J].国际口腔医学杂志,2020,

47(03):356-361

__________________________________________________

บทความโดย
แพทย์จีน ธารทิพย์ ศิริปการ (หมอจีนหลี่ เหมย อิง)
李梅瑛 中医师
TCM. Dr. Tharntip Siripakarn (Li Mei Ying)
แผนกฝังเข็ม
คลินิกการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้