Last updated: 18 ส.ค. 2569 | 436 จำนวนผู้เข้าชม |
ในยุคสมัยที่เร่งรีบ ปัญหาการนอนไม่หลับกลายเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย ไม่เพียงแต่ผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ในวัยทำงานและนักเรียนนักศึกษาก็ประสบกับภาวะนี้เช่นเดียวกัน หลายคนต้องเผชิญกับภาวะ “ล้มตัวลงนอนแต่สมองยังคิดไม่หยุด” หรือ “ตื่นมากลางดึกแล้วข่มตาหลับต่อไม่ได้” ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่บั่นทอนประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวอีกด้วย
อาการนอนไม่หลับคืออะไรในมุมมองของศาสตร์การแพทย์แผนจีน?
อาการนอนไม่หลับคือภาวะที่ร่างกายไม่สามารถเข้าสู่การนอนหลับได้ตามปกติ เช่น หลับยาก หลับไม่สนิท ฝันเยอะ ตื่นง่าย หรือไม่สามารถนอนหลับได้เลยตลอดทั้งคืน ในศาสตร์การแพทย์แผนจีนมองว่าการนอนหลับสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับความสมดุลของอินหยางและอวัยวะภายใน โดยเฉพาะ หัวใจ ตับ ม้าม และไต เมื่อการทำงานของอวัยวะเหล่านี้เสียสมดุลส่งผลให้อินและหยางเสียสมดุลไปด้วย จึงทำให้เกิดภาวะนอนไม่หลับ
สาเหตุและกลุ่มอาการที่พบบ่อย
ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีนไม่ได้รักษาเพียงแค่อาการนอนไม่หลับ แต่จะมองหาสาเหตุของความไม่สมดุลในร่างกาย ซึ่งแบ่งกลุ่มอาการหลักๆ ได้ดังนี้
1.กลุ่มอาการตับอุดกั้นกลายเป็นไฟ (肝郁化火型)
อาการ: หงุดหงิดง่าย หลับยาก ตาแดง ปากขม และปวดแน่นสีข้าง มักเกิดจากความเครียดสะสม อารมณ์ไม่แจ่มใส ทำให้ไฟในตับรบกวนจิตใจ
2.กลุ่มอาการหัวใจและม้ามพร่อง (心脾两虚型)
อาการ: หลับไม่สนิท ฝันเยอะ ตื่นง่าย ร่วมกับอาการเหนื่อยล้า ขี้ลืม เบื่ออาหาร และใบหน้าซีดเซียว พบบ่อยในคนที่ทำงานหนักเกินไปหรือป่วยเรื้อรัง จนทำให้เลือดและชี่พร่องไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ
3.กลุ่มอาการอินพร่องไฟกำเริบ (阴虚火旺型)
อาการ: กระสับกระส่ายนอนไม่หลับ มีเหงื่อออกตอนกลางคืน ร้อนวูบวาบ และมีเสียงในหู มักพบในวัยทองหรือคนที่นอนดึกสะสมเป็นระยะเวลานาน ทำให้อินในไตพร่องไม่สามารถควบคุมไฟในหัวใจได้
4.กลุ่มอาการเสมหะความร้อนรบกวนภายใน (痰热内扰型)
อาการ: นอนไม่หลับร่วมกับแน่นหน้าอก ท้องอืด มีเสมหะมาก ปากขม และถ่ายอุจจาระเหนียว มักเกิดจากการทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ ทานของมันหรือของหวานมากเกินไป ทำให้เกิดเสมหะและความร้อนสะสมภายในร่างกาย
5.กลุ่มอาการหัวใจและถุงน้ำดีพร่อง (心胆气虚证)
อาการ: ฝันบ่อย ขวัญอ่อน ตกใจง่าย ใจสั่น และอ่อนเพลีย มักเกิดจากการตกใจกลัวอย่างกะทันหัน การคิดมากหรือเครียดสะสม ทำให้ชี่ของถุงน้ำดีและหัวใจพร่อง
การนวดกดจุดบรรเทาอาการนอนไม่หลับตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน
1.จุดเสินเหมิน (神门穴:HT7)
อยู่บริเวณข้อมือด้านใน ตรงรอยบุ๋มทางฝั่งนิ้วก้อย ช่วยบำรุงหัวใจ สงบจิตใจ ลดอาการใจสั่น และช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น โดยเฉพาะอาการนอนไม่หลับที่เกิดจากจิตใจไม่สงบ

2.จุดซานอินเจียว (三阴交穴:SP6)
ตำแหน่ง: อยู่บริเวณขาอ่อนด้านใน เหนือจุดสูงสุดของตาตุ่มด้านในขึ้นไป 3 ชุ่น (ประมาณ 4 นิ้วมือวางเรียงกัน) จุดนี้เป็นจุดตัดของเส้นลมปราณตับ ม้าม และไต ช่วยปรับสมดุลการทำงานของอวัยวะภายใน บำรุงม้ามและเลือด เหมาะสำหรับผู้ที่นอนไม่หลับจากภาวะหัวใจและม้ามพร่อง
ข้อควรระวัง: ไม่ควรนวดกดจุดซานอินเจียวในหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากจุดนี้ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและอาจกระตุ้นการบีบตัวของมดลูก

3.จุดอันเหมียน (安眠穴: EX-HN22)
อยู่บริเวณหลังใบหู กึ่งกลางแนวเส้นที่ลากจากหลังใบหูกับท้ายทอย เป็นจุดที่ใช้สำหรับ บรรเทาอาการนอนหลับยาก ทำให้หลับสบาย
4.จุดหย่งเฉวียน (涌泉穴: KI1)
อยู่บริเวณกลางฝ่าเท้าค่อนไปทางส่วนบนประมาณ 1 ใน 3 ของฝ่าเท้า ช่วยบำรุงไต ปรับสมดุลอินหยางในร่างกาย ช่วยดึงไฟที่ลอยอยู่ด้านบนลงสู่ด้านล่าง (引火下行) ทำให้หลับสนิท ไม่ตกใจตื่นกลางดึก ลดอาการหงุดหงิดกระสับกระส่ายที่ทำให้นอนไม่หลับ
การนวดกดจุดเป็นอีกหนึ่งวิธีในการบรรเทาอาการนอนไม่หลับตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน โดยนวดกดจุดวนตามเข็มนาฬิกาจุดละประมาณ 10 นาทีทุกคืนก่อนนอน เพื่อช่วยปรับสมดุลร่างกายและช่วยให้จิตใจสงบเพื่อการนอนหลับที่ดีขึ้น
______________________________________________
บทความโดย
แพทย์จีนฐิตินันต์ ศรีเดช (หมอจีนอวี๋ เผย เสียน)
余培贤 中医师
TCM. Dr. Thitinant Sridech (Yu Pei Xian)
เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ พจ.1327
แผนกฝังเข็ม
คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
11 ก.ย. 2569
11 ก.ย. 2569
11 ก.ย. 2569