Last updated: 21 ส.ค. 2569 | 19 จำนวนผู้เข้าชม |
หลายคนอาจเคยสงสัยว่า “ตอนเด็กกินอะไรก็กินได้ เลี้ยงสัตว์ก็ไม่เคยเป็นอะไร อยู่ในที่มีฝุ่นก็สบายดี แต่พออายุมากขึ้นกลับเริ่มจาม คัดจมูก เป็นผื่น หรือแพ้อาหารบางชนิด” ทั้งที่ไม่เคยมีประวัติภูมิแพ้มาก่อน ความจริงแล้วอาการแพ้สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงวัย และไม่ได้จำกัดเฉพาะคนที่มีอาการมาตั้งแต่เด็กเท่านั้น ภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นตอนโต ไม่ใช่เรื่องแปลกเนื่องจากร่างกายของเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นระบบภูมิคุ้มกัน ฮอร์โมน หรือสภาพแวดล้อมที่ต้องเผชิญในแต่ละวัน หรือเมื่อเวลาผ่านไปร่างกายอาจได้รับสารก่อภูมิแพ้ซ้ำๆ เป็นเวลานาน เช่น ฝุ่นละออง ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ หรืออาหารบางชนิด จนถึงจุดที่ระบบภูมิคุ้มกันเริ่มตอบสนองมากกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดอาการแพ้ขึ้นได้ แม้ว่าในอดีตจะไม่เคยมีอาการมาก่อนเลยก็ตาม นอกจากนี้ ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ มลภาวะ และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่สมดุล ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงและเพิ่มโอกาสเกิดภูมิแพ้ในวัยผู้ใหญ่
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม อาการแพ้อาจไม่ได้เริ่มต้นด้วยอาการรุนแรงเสมอไป หลายครั้งอาจเป็นเพียงอาการเล็กๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ เช่น
- จามบ่อย โดยเฉพาะช่วงเช้า
- คัดจมูก น้ำมูกไหลเรื้อรัง
- คันตา น้ำตาไหล ตาแดง
- ผื่นคัน ลมพิษ หรือผิวหนังอักเสบ
- แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก
- ปวดท้อง ท้องเสีย หรืออาเจียนหลังรับประทานอาหารบางชนิด
หากพบว่าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อย หรือสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมและอาหารบางประเภท ควรเริ่มสังเกตและหาสาเหตุอย่างจริงจัง
มุมมองแพทย์แผนจีน ภูมิแพ้ไม่ใช่แค่เรื่องของสิ่งกระตุ้นภายนอก
ในศาสตร์การแพทย์แผนจีน ภูมิแพ้ไม่ได้เกิดจากฝุ่น เกสรดอกไม้ หรืออาหารเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก "ความไม่สมดุลภายในร่างกาย" ร่วมด้วย แพทย์จีนมองว่าหากพลังป้องกันของร่างกายอ่อนแอลง ร่างกายจะไวต่อสิ่งเร้าภายนอกมากขึ้น และตอบสนองรุนแรงกว่าปกติ อวัยวะสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอาการแพ้ ได้แก่
ม้าม: จุดเริ่มต้นของพลังงานในร่างกาย
ในทางการแพทย์จีน ม้ามไม่ได้ทำหน้าที่เพียงย่อยอาหารเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่สร้างพลังงานหรือ "ชี่" ให้ร่างกาย เมื่อเรารับประทานอาหารไม่เป็นเวลา กินของหวาน ของทอด หรืออาหารแปรรูปมากเกินไป ม้ามจะทำงานหนักและอ่อนแอลง ส่งผลให้เกิดการสะสมของ "ความชื้น" และ "เสมหะ" ภายในร่างกาย
ปอด: ด่านป้องกันแรกของร่างกาย
ปอดมีหน้าที่กระจายพลังป้องกัน(เว่ยชี่)ไปยังผิวหนังและทางเดินหายใจ หากปอดอ่อนแอจากการนอนดึก ความเครียด หรือมลภาวะ ร่างกายจะป้องกันตัวเองได้ไม่ดีเท่าเดิม ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ ความเครียดเรื้อรัง ส่งผลต่อการไหลเวียนของชี่ในร่างกาย เมื่อชี่ติดขัด ระบบต่างๆ จะเสียสมดุล และทำให้ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายคนพบว่าในช่วงที่เครียดหนัก อาการภูมิแพ้มักกำเริบตามมา
อายุมากขึ้น ทำไมอาการแพ้ยิ่งชัด?
การแพทย์แผนจีนอธิบายว่า เมื่ออายุมากขึ้น พลังชีวิตและพลังป้องกันตามธรรมชาติของร่างกายจะค่อยๆ ลดลง ขณะเดียวกัน พฤติกรรมที่สะสมมาหลายปี เช่น
- นอนดึกเป็นประจำ
- รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา
- ชอบของทอด ของหวาน และอาหารแปรรูป
- ทำงานหนักและเครียดสะสม
ล้วนค่อยๆ บั่นทอนการทำงานของอวัยวะภายใน จนถึงจุดที่ร่างกายไม่สามารถรักษาสมดุลได้อีกต่อไป อาการแพ้จึงเริ่มแสดงออกมาอย่างชัดเจน
อาการแพ้หายเองได้หรือไม่?
ในบางกรณี อาการแพ้อาจหายได้เอง หากเกิดจากการสัมผัสสิ่งกระตุ้นเพียงชั่วคราวและร่างกายยังมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง อย่างไรก็ตามหากอาการเกิดซ้ำบ่อยหรือเป็นเรื้อรัง ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพราะอาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและลุกลามเป็นปัญหาสุขภาพอื่นได้ การแพทย์แผนจีนจึงเน้นการรักษาที่ต้นเหตุ โดยการปรับสมดุลร่างกายเพื่อเสริมความแข็งแรงของม้ามและปอด ลดการสะสมของความชื้นและเสมหะ ร่วมกับการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและอาหาร รวมถึงใช้สมุนไพรจีน ฝังเข็ม เป็นต้น
ปรับพฤติกรรมอย่างไร เมื่อเริ่มมีอาการแพ้?
การรักษาภูมิแพ้ไม่ได้มีเพียงการกินยาแก้แพ้เท่านั้น แต่การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีความสำคัญไม่แพ้กันสิ่งที่ควรทำ ได้แก่
✔ นอนหลับให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการนอนดึก
✔ รับประทานอาหารให้ตรงเวลา
✔ ลดอาหารทอด อาหารมัน และอาหารหวาน อาหารแปรรูป
✔ หลีกเลี่ยงฝุ่น ควัน และสิ่งกระตุ้นที่ทราบแน่ชัด
✔ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
✔ จัดการความเครียดด้วยการฝึกสมาธิ โยคะ หรือการหายใจลึกๆ
✔ หมั่นสังเกตตัวเอง บันทึกอาการและสิ่งที่รับประทาน เพื่อช่วยหาสาเหตุของอาการแพ้
การที่ไม่เคยแพ้อะไรเลยในวัยเด็ก ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีวันเกิดอาการแพ้ในอนาคต เพราะระบบภูมิคุ้มกันและสภาพร่างกายของเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ในมุมมองของแพทย์แผนจีนภูมิแพ้เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังเสียสมดุล ไม่ว่าจะจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด อาหาร หรือการเสื่อมถอยตามวัย ดังนั้นการดูแลสุขภาพอย่างรอบด้าน ทั้งการนอนหลับที่มีคุณภาพ การกินอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกาย และการจัดการความเครียด จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ลดความไวต่อสิ่งกระตุ้น และอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้อย่างสมดุลในระยะยาว
______________________________________________
บทความโดย
แพทย์จีน มนัญญา อนุรักษ์ธนากร (หมอจีน หวง เหม่ย ชิง)
黄美清 中医师
TCM. Dr. Mananya Anurakthanakorn (Huang Mei Qing)
เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ พจ.588
แผนกอายุรกรรมภายนอก
คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
10 ส.ค. 2569
17 ส.ค. 2569