Last updated: 30 ก.ย. 2569 | 10 จำนวนผู้เข้าชม |
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาการ “กวาซา” กลายเป็นหนึ่งในวิธีดูแลสุขภาพและความงามที่ได้รับความสนใจอย่างมาก หลายคนเชื่อว่าการกวาซาช่วยให้ใบหน้าดูสดใส ดูเรียวกระชับขึ้น แต่กวาซาไม่ใช่เพียงเทรนด์ความงามจากสื่อสังคมออนไลน์ หากเป็นหนึ่งในวิธีการดูแลสุขภาพที่มีรากฐานจากศาสตร์การแพทย์แผนจีน ดังนั้น ก่อนนำมาปฏิบัติด้วยตนเอง เราควรทำความเข้าใจหลักการและข้อควรระวัง เพื่อให้การดูแลผิวเป็นไปอย่างเหมาะสมและปลอดภัย
กวาซาหน้าคืออะไร
คำว่า “กวาซา (刮痧)” เป็นการผสมคำในภาษาจีนระหว่างคำว่า “กวา (刮)” หมายถึง การขูด และคำว่า “ซา (痧)” หมายถึง ผื่นหรือรอยแดง โดยเราจะใช้วัสดุที่มีผิวเรียบลื่น เช่น หินหยก โรสควอตซ์ หรือสแตนเลสมาขูดเบา ๆ บนผิวหน้าตามแนวกล้ามเนื้อเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลมปราณตามทฤษฎีการแพทย์แผนจีน
กวาซาหน้าช่วยเรื่องอะไร
1. ช่วยส่งเสริมการไหลเวียนโลหิต
การกวาซาช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณใบหน้า ทำให้ผิวได้รับออกซิเจนและสารอาหารมาหล่อเลี้ยง ส่งผลให้ผิวดูสดใส เปล่งปลั่ง และมีชีวิตชีวามากขึ้น
2. ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำเหลือง
การกวาซาช่วยส่งเสริมการระบายน้ำเหลือง เพิ่มประสิทธิภาพในการขับของเสีย ลดการคั่งของน้ำในร่างกายโดยเฉพาะบริเวณใต้ตาและกรอบหน้า ส่งผลให้ใบหน้ากระชับและโครงหน้าดูชัดเจนขึ้น
3. ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและลดความตึงเครียด
การกวาซาสามารถช่วยคลายความตึงของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าจากการแสดงสีหน้าต่าง ๆ รวมถึงกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า และไหล่ ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย รวมถึงบรรเทาอาการปวดศีรษะที่เกิดจากความเครียดได้
กวาซาไม่ถูกวิธีส่งผลเสียเช่นไร
ความเชื่อที่ว่า “ยิ่งแดงยิ่งดี” อาจไม่ถูกต้องนักสำหรับการกวาซาใบหน้า เนื่องจากผิวหน้าคนเรามีความบอบบางและไวต่อการระคายเคือง การเกิดรอยแดงหรือรอยช้ำไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าการกวาซามีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเสมอไป ซ้ำการขูดผิวแรงเกินไป หรือการลงสารหล่อลื่นไม่มากพอจนเกิดการเสียดสีสามารถทำให้ผิวเกิดการอักเสบเล็ก ๆ ซึ่งอาจไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยา post inflammatory hyperpigmentation ส่งผลให้เกิดเป็นรอยดำ หรือมีเม็ดสีเกิดขึ้นลักษณะคล้ายฝ้าเลือดได้
กวาซาหน้าอย่างไรให้ปลอดภัย?
เลือกใช้อุปกรณ์ที่เป็นวัสดุผิวเรียบลื่น ไม่มีรอยแตกบิ่นหรือขอบคมและขอบไม่ควรบางเกินไปเพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้
ทำความสะอาดใบหน้าก่อนทำการกวาซา เพื่อลดสิ่งสกปรกและป้องกันการอุดตันของรูขุมขน
ไม่ควรกวาซาบนผิวหน้าที่แห้ง ควรใช้สารหล่อลื่นในปริมาณที่มากพอเพื่อลดแรงเสียดทาน ป้องกันการเสียดสี เช่น น้ำมัน ครีมบำรุงผิวเป็นต้น
กวาซาด้วยน้ำหนักมือที่พอดี ไม่แรงและไม่เบาจนเกินไป
กวาซาในทิศทางที่ถูกต้อง คือ กวาซาจากด้านล่างขึ้นด้านบน และ กวาซาด้านกึ่งกลางใบหน้าออกด้านนอก 3-5 นาที/จุด
คอ: กวาดลงจากหลังหูสู่ไหปลาร้า ระบายน้ำเหลือง ลดหน้าบวม
กรอบหน้า : ปาดจากคางไปถึงติ่งหู ลดความตึงเกร็งของกล้ามเนื้อกราม
แก้ม : ปาดเฉียงขึ้นไปขมับ ยกกระชับ ลดร่องแก้ม
ใต้ตา : ปาดจากหัวตาไปขมับ ลดถุงใต้ตา
ขอบตาดำ : ใช้มุมของแผ่นกวาซากดคลึงบริเวณหัวตา
หน้าผาก : ลดริ้วรอย จากคิ้วไปไรผมด้านบน
หลีกเลี่ยงผิวหน้าบริเวณที่มีสิวอักเสบ สิวหัวหนอง มีแผลเปิดหรือผิวไหม้แดด เพราะจะยิ่งทำให้ผิวเกิดการอักเสบและระคายเคืองมากขึ้นได้
หากมีการทำหัตถการทางผิวหนังอื่นมาก่อน เช่น ฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ควรเว้นการทำกวาซา 2 สัปดาห์ 
แม้กวาซาหน้าจะเป็นหัตถการที่ดูเรียบง่ายและไม่ซับซ้อน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคผิวหนัง ผิวบอบบางหรือระคายเคืองง่ายหรือเพิ่งผ่านการทำหัตถการทางผิวหนัง ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนทำ เพื่อประเมินความเหมาะสมและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
เพราะความงามที่ยั่งยืนเริ่มต้นจากการดูแลสุขภาพผิวอย่างถูกวิธี ปลอดภัย และสม่ำเสมอ
______________________________________________
บทความโดย
แพทย์จีน ธนัชภรณ์ มะโนวรรณ (หมอจีน หร่วน หมี ซิน)
阮弥新 中医师
TCM.DR.Thanatchaphon Manowan (Ruan Mi Xin)
เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ พจ.1166
คลินิกดูแลสุขภาพผิวพรรณ
คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ
30 ก.ย. 2569
30 ก.ย. 2569
30 ก.ย. 2569