อัมพาตใบหน้า Bell’s palsy

อัมพาตใบหน้า Bell’s palsy

อัมพาตใบหน้า Facial Paralysis หรือ  อัมพาตของเส้นประสาทใบหน้า (Facial nerve  paralysis) เรียกอีกอย่างว่า Bell’s palsy เกิดจากการอักเสบของเส้นประสาทใบหน้าที่อยูภายในบริเวณ stylomastoid  foramen  จนทำให้เกิดอัมพาตของเส้นประสาทใบหน้าจากพยาธิสภาพของระบบประสาทส่วนปลายขึ้น

สาเหตุและกลไกการเกิดของโรค
สาเหตุที่แท้จริงของโรคยังไม่ชัดเจน แต่มีแนวคิดว่าเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ Neurotropic  viruses โดยผู้ปวยมักมีอาการป่วยหลังจากได้รับความเย็น หรือหลังจากมีการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนเส้นประสาทใบหน้าส่วนที่อยูภายในบริเวณ        stylomastoid foramen ติดเชื้อไวรัสอย่างเฉียบพลันจนเกิดอาการบวมน้ำให้เส้นประสาทถูกกด หรืออุดกั้นการไหลเวียนโลหิตในบริเวณดังกล่าวจนทำให้เกิดอัมพาตของเส้นประสาทใบหน้า     

ในผู้ป่วยบางรายเกิดจากการอักเสบของ geniculate  ganglion อันเนื่องมาจากการติดเชื้อไวรัสชนิด Varicella   Zoster ซึ่งเป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคงูสวัด จัดเป็นโรคจากปฎิกริยาตอบสนองทางภูมิคุ้มกันประเภทหนึ่ง

อัมพาตของใบหน้าอันเกิดจากการอักเสบของเส้นประสาทใบหน้า (เส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 facial nerve) ด้วยสาเหตุต่างๆ อาการทางคลินิกจะพบว่ามีอาการอ่อนกำลังของกล้ามเนื้อบนใบหน้า ทำให้หลับตาได้ไม่แน่นสนิท และมุมปากเบี้ยวเอียงลงปิดปากไม่สนิทแน่น มีอาการเสียการรับรสของปลายลิ้นด้านที่เป็น และในระยะแรกๆของโรคอาจมีอาการปวดหลังใบหู ในทางการแพทย์แผนจีนถ้ามี deviation of the mouth เรียก Kou Wai(口歪) หรือ Kou Pi(口僻) ถ้ามี deviation of mouth and eye เรียก Kou Yan Wai Xie口眼歪斜)

พยาธิสภาพของโรค
มีการบวมน้ำของเส้นประสาทใบหน้า (Facial nerve) มีอาการบวม  หลุดลอกของปลอกหุ้มประสาท(myelin  sheath) โรคในระยะท้ายมี  Axonal้ degeneration อย่างชัดเจนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นประสาทส่วนที่อยูภายใน  stylomastoid่่ foramen    และ facial  canal


หลักการวินิจฉัยโรค
พบได้ในทุกวัย พบมากในช่วงอายุ 20-40 ปี ผู้ป่วยอายุน้อยที่สุดคือ  14 เดือน อายุมากที่สุดคือ 82 ปี  เกิดโรคอย่างเฉียบพลัน มีอาการปากเบี้ยว  น้ำลายไหล  เวลาพูดมี
เสียงลมลอดออกมาจากปาก ผู้ป่วยบางส่วนมีอาการปวดบริเวณหลังหู ในหู หรือบริเวณ     mastoid  process  ด้านเดียวกับทีมอาการของโรค  ตรวจร่างกายพบกล้ามเนือแสดงอารมณ์ของใบหน้าด้านที่เกิดโรคเป็นอัมพาต  ร่องที่หน้าผากหายไป  ช่องระหว่างเปลือกตาบนและล่าง (Palpebralfissure) กว้างขึ้น ร่องจมูกและร่องแก้มตื้น มุมปากตก หากเกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิด Varicella  Zoster ซึ่งเป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคงูสวัด เรียกว่า Ramsay  Hunt syndrome พบมีตุ่มน้ำบริเวณรูหูส่วนนอก  (external  acoustic meatus)และบริเวณเหนือเยื่อหุ้มกระดูก มีอาการอัมพาตของเส้นประสาทใบหน้า ไวต่อการกระตุ้นด้วยเสียง 2  ใน 3  ส่วนของลิ้นนับจากส่วนปลายเสียการรับรสไป ปวดบริเวณหลังหู หรือในหูอย่างรุนแรง ผู้ป่วยบางส่วนมีอาการเวียนศีรษะร่วมด้วย

โรคอัมพาตของเส้นประสาทใบหน้านี้ จัดอยู่ใน  โรค“เมี่ยนทาน  面瘫/อัมพาตของใบหน้า” ในวิชาแพทย์แผนจีน  เรียกโดยทั่วไปว่า "ตาเขปากเบี้ยว " 

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคทางการแพทย์จีน
เกิดจากเส้นเลือดและเส้นลมปราณพร่อง ทำให้เสียชี่ประเภทลมเย็นและลมร้อนสามารถเข้าโจมตีเส้นเอ็นบริเวณใบหน้าได้  จนชี่และเลือดไหลเวียนติดขัด   กล้ามเนื้อหย่อนคล้อยไม่หดตัวเกิดเป็นอัมพาตของใบหน้าขึ้น

การวินิจฉัยกลุ่มอาการของโรค
1. ลมภายนอกกระทำต่อเส้นหยางหมิงและเส้าหยาง ทำให้มีการอุดตันของชี่ในเส้นจิงลั่ว จึงไม่สามารถหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อได้ผู้ป่วยจะมีอาการปากเบี้ยวปิดปากไม่แน่น ปิดตาไม่แน่น เกิดทันที มีไข้ กลัวหนาว

ลิ้น : เล็กฝ้าขาว                            
ชีพจร  : ลอย (Fou Mai 浮脉)

หลักการรักษา
ฝังเข็มเพื่อที่จุดฝังเข็มและการกระตุ้น ระบายลมและขจัดการอุดตันจากเส้นลมปราณลั่ว
กระตุ้นเส้นลั่วที่ใบหน้า มีความสำคัญในการรักษาโรคของหน้าและศีรษะ ช่วยระบายลม ทุเลา exterior syndrome ทำให้ชี่และเลือดบนใบหน้าหมุนเวียนดีขึ้น

จุดเสริม

-   เป็นไข้กลัวหนาว

-   ปิดตาไม่สนิท น้ำตาไหล

-   ปวดหลังหู

-   ลิ้นรับรสไม่ได้
 
หมายเหตุ

-   การกระตุ้นเข็มในระยะแรกของโรค แพทย์จีนที่ทำการรักษา จะต้องทำด้วยความนุ่มนวล


2. ชี่และเลือดไม่เพียงพอทำให้เกิดลมภายใน พบในคนที่เป็นโรคมานาน ปาก/ตาเบี้ยว ใบหน้าเกร็ง (Facial spasm) และชา  ปิดตาไม่สนิท

ลิ้น  : ซีด ฝ้าขาวบาง                        

ชีพจร  : ตึง  เล็ก (Xian Xi Mai  弦细脉.)

หลักการรักษา 
ฝังเข็มที่จุดบำรุงเลือด สงบลม  ปักเข็มด้านเดียวกับโรคช่วย activate qi และเลือดให้หมุนเวียนบริเวณที่เป็นโรค บำรุงกล้ามเนื้อและลดอาการเกร็ง สงบลมลดอาการเกร็งกล้ามเนื้อ  บำรุง Middejiao ช่วยการสร้างเลือด  เปิด 4 ด่าน เพื่อสงบตับ สงบจิตใจ

จุดเสริม
- อาการไม่สบายในทรวงอกหรือคลื่นไส้ 
 
- ปิดตาลำบาก

- ปากเบี้ยวดื้อต่อการรักษา



เทคนิคการรักษา โดยแพทย์จีนเฉพาะทางด้านโรคประสาทและสมอง
รักษาด้วยการฝังเข็มด้วยเทคนิคเฉพาะทางการปักและกระตุ้นเข็มร่วมกับการใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า แพทย์จีนจะเลือกใช้คลื่น discontinuous  wave นาน  5-10 นาที


นัยยะของตำรับการฝังเข็มรักษาอาการนี้
ทะลวงเส้นลม
ปราณหยางหมิงและไท่หยางให้ไหลเวียนได้สะดวก ขับลมขจัดความเย็นดับร้อน ปรับสมดุลชี่และเลือด ทำให้เส้นเอ็นและกล้ามเนือชุมชืนและอบอุ่น อาการอัมพาตของใบหน้าก็จะหายได้เอง

การประเมินและพยากรณ์โรค
  •  ประมาณ 80%  ของผู้ปวยอัมพาตของเส้นประสาทใบหน้าจะเริ่มมีอาการดีขี้น
ใน  1-2   สัปดาห์  โดยทั่วไปจะต้องใช้เวลา 3-4   สัปดาห์ในการรักษาให้หายกลับคืนเป็นปกติ

  •  ประมาณ 16%  ของผู้ป่วยต้องใช้เวลาในการรักษา 3-8    เดือน อาการจะหาย
เพียงบางส่วน และมักมีอาการกล้ามเนือหน้าส่วนทีเ่ ป็นอัมพาตลีบฝ่อ หลับตาแล้วมุมปากขยับ (facial  synkinesis)        

  •  ประมาณ 3-4% ของผู้ป่วยเป็นอัมพาตโดยสมบูรณ์การใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าเพื่อประเมินและพยากรณ์โรค:

เริ่มใช้เครืองกระตุ้นไฟฟ้าหลังจากเป็นโรคนานเกิน 1 สัปดาห์แล้ว  กระตุ้นในระดับ
ความแรงที่ผู้ป่วยสามารถทนได้ หากกล้ามเนื้อทุกกลุ่มมีการหดตัวขณะกระตุ้นแสดงว่ามี
กำลังกล้ามเนื้อ (muscle  power) อยู่ในระดับ 3 พยากรณ์ได้ว่าผู้ป่วยจะหายเป็นปกติ

ภายใน 1-2 เดือน หากกำลังกล้ามเนื้ออยู่ในระดับ 2  กล้ามเนื้อที่เป็นอัมพาตจะฟื้นคืนเป็นปกติ 50-80% ภายใน  3-6 เดือน โดยจะมีอาการลีบฝ่อของกล้ามเนื้อหน้าส่วนที่เป็นอัมพาต และมีอาการหลับตาแล้วมุมปากขยับ (facial synkinesis) ร่วมด้วย

หากกำลัง
กล้ามเนื้ออยู่แค่ในระดับ 1 พยากรณ์ได้ว่าผู้ป่วยต้องใช้เวลา 6 เดือนถึง 1 ปี โดยจะฟื้นคืนได้เพียง 30-50% เท่านั้น  นอกเหนือจากอาการลีบฝ่อของกล้ามเนื้อใบหน้าและอาการหลับตาแล้วมุมปากขยับแล้วยังพบอาการใบหน้าเบี้ยวกลับข้างได้อีกด้วย


อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

ฝังเข็มรักษาโรคอะไรได้ผลดี

การกระตุ้นเข็มด้วยไฟฟ้าคืออะไร อันตรายหรือไม่

โรคด้านระบบประสาทและสมอง

ตรวจสอบข้อมูลรายชื่อแพทย์จีนแผนกฝังเข็ม

สอบถามข้อมูลหรือปรึกษาปัญหาสุขภาพ
แอดไลน์เพื่อพูดคุยหรือสอบถามแนวทางการรักษาเบื้องต้น
LINE@ ได้ที่ : @huachiewtcm (พิมพ์ @ ด้วยนะคะ)
ตอบคำถาม 24 ชั่วโมง

ดูข้อมูลการรักษาด้วยแพทย์แผนจีน ☯ ☯ คลิก
http://www.huachiewtcm.com

HOTLINE : 095-884-3518


ข้อมูลประกอบบทความ
1. การฝังเข็มรักษาโรคตามกลุ่มอาการ โดย ศาสตราจารย์แพทย์จีน เหยียนลี่

2. การฝังเข็มรมยา เล่ม 3
กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
ISBN 978-616-11-0277-7