รักษาโรคเบาหวานด้วยวิธีแพทย์จีน (ประสบการณ์การรักษา)

Last updated: 2022-05-12  |  4215 Views  | 

รักษาโรคเบาหวานด้วยวิธีแพทย์จีน (ประสบการณ์การรักษา)

โรคเบาหวาน (Diabetes mellitus)  เป็นโรคของระบบเมแทบอลิซึมชนิดหนึ่ง ที่ส่งผลให้เกิดภาวะที่ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติเมื่อมีอาการนานเรื้อรังจะก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ ปัจจุบันมีผู้เป็นโรคเบาหวานกว่า 422 ล้านคนทั่วโลก (ข้อมูลอ้างอิงจาก WHO)

ชนิดของโรคเบาหวานและสาเหตุของการเกิดโรค
โรคเบาหวานมีหลายชนิด สามารถแบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ดังนี้

1. โรคเบาหวานชนิดที่ 1 (type 1 diabetes, T1D)
เกิดจากภาวะภูมิคุ้มกันของร่างกายบกพร่อง พบได้ประมาณ 5-10% ของโรคเบาหวานทุกประเภท โรคเบาหวานประเภทนี้ต้องพึ่งอินซูลิน จะมีพัฒนาการของโรคที่เร็ว พบบ่อยในเด็กและวัยรุ่น

2. โรคเบาหวานชนิดที่ 2 (type 2 diabetes, T2D)
เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินไปใช้ได้อย่างเพียงพอ และร่างกายเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน พบได้ประมาณร้อยละ 95% ของผู้ป่วยเบาหวาน โรคเบาหวานประเภทนี้มักไม่มีอาการอย่างเฉียบพลัน แต่หากขาดการควบคุม ก็สามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังที่เป็นอันตรายได้

3. โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์
(gestational diabetes mellitus, GDM)

เป็นโรคเบาหวานที่เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ มักเกิดเมื่อไตรมาส 2-3 ของการตั้งครรภ์

4. โรคเบาหวานที่มีสาเหตุจำเพาะ
(specific types of diabetes due to other causes)

มีได้หลายสาเหตุ เช่น โรคทางพันธุกรรม โรคของตับอ่อน โรคทางต่อมไร้ท่อ ยาบางชนิด เป็นต้น


การวินิจฉัยโรคเบาหวาน
สามารถวินิจฉัยได้จากระดับน้ำตาลในเลือดหลังจากงดอาหาร ถ้าเป็นปกติระดับน้ำตาลจะน้อยกว่า 100 มก./ดล. ถ้าอยู่ระหว่าง 100-125 มก./ดล. ถือเป็นภาวะที่มีความเสี่ยง แต่ยังไม่เป็นเบาหวาน หรือบางครั้งเราจะเรียกภาวะนี้ว่าเป็นเบาหวานแฝง แต่ถ้าเกิน 126 มก./ดล. จะจัดว่าเป็นเบาหวาน

ในผู้ป่วยบางราย อาจแนะนำให้ตรวจค่าน้ำตาลหลังรับประทานอาหารไปแล้ว 2 ชั่วโมง ค่าน้ำตาลควรน้อยกว่า 140 มก./ดล. แต่ถ้าเกิน 200 มก./ดล. จะจัดว่าเป็นเบาหวาน หากอยู่ระหว่าง 140-199 มก./ดล. จะอยู่ในเกณฑ์เสี่ยงแต่ยังไม่เป็นเบาหวาน หรือจะเรียกว่าเป็นเบาหวานแฝงก็ได้เช่นกัน

ปัจจุบันยังมีการตรวจค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c) ซึ่งเป็นค่าที่ใช้บอกระดับน้ำตาลในเลือดในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ถ้าค่า HbA1c สูงแสดงว่าที่ผ่านมา 3 เดือนมีระดับน้ำตาลสูง แม้จะมีระดับน้ำตาลในเลือดเป็นปกติก็ตาม ทั้งนี้ค่า HbA1c ปกติจะอยู่ที่ 4.3-5.6% ถ้ามีค่าอยู่ระหว่าง 5.7-6.4% ถือว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานได้ในอนาคตหรือเป็นเบาหวานแฝงได้ ถ้ามีค่าตั้งแต่ 6.5% ขึ้นไปแสดงว่าเป็นเบาหวาน

โรคเบาหวานและการแพทย์แผนจีน
ในศาสตร์แพทย์แผนจีนโรคเบาหวานนั้นจัดอยู่ในโรค “เซียวเข่อ” 消渴 ซึ่งเป็นโรคที่มีลักษณะอาการหิวบ่อย กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย และร่างกายซูบผอม

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค
1. เมื่อแรกเกิด ร่างกายบกพร่อง ซึ่งก็คือ ปัจจัยที่มีมาแต่กำเนิด

2. การรับประทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น การรับประทานอาหารที่มีความหวานและมันเกินไป ส่งผลทำให้การลำเลียงสารอาหารของม้ามและกระเพาะอาหารเสียหาย เกิดความร้อนสะสม ความร้อนจึงทำลายสารน้ำในร่างกาย

3. สภาวะอารมณ์ ความเครียดและอารมณ์โมโหเป็นระยะเวลานานทำให้ชี่ตับติดขัด สะสมเวลานานจะเกิดความร้อนสะสม ความร้อนจึงทำลายสารน้ำในร่างกาย ก่อให้เกิดโรค

4. การใช้ร่างกายหนัก การทำงานมากเกินไป ขาดการพักผ่อน และการมีเพศสัมพันธ์มากเกินควร ทำให้กำลังใจอ่อนแอ เกิดความร้อนพร่องทำลายสารน้ำในร่างกาย

กลไกการเกิดโรค
กลไกการเกิดโรคเกิดจาก "อินพร่อง สารน้ำถูกทำลาย" ความร้อนปะทุขึ้นมาทำลายร่างกาย โดยอินพร่องเป็นกลไกหลัก ความร้อนปะทุขึ้นเป็นกลไกรอง อวัยวะสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโรคนี้คือ "ปอด กระเพาะอาหาร และไต" สามอวัยวะนี้แม้จะมีอาการที่แตกต่างกัน แต่ก็มีผลกระทบซึ่งกันและกัน

ปอด
เป็นที่มาของสารน้ำในร่างกาย มีหน้าที่ในการกระจายสารน้ำสร้างความชุ่มชื้นให้กับอวัยวะต่างๆในร่างกาย เมื่อปอดโดนความร้อนทำลาย สารน้ำไม่ไปหล่อเลี้ยวได้ทั่วถึงจึงทำให้เกิดอาการกระหายน้ำ


กระเพาะอาหาร (รวมถึงม้าม)
เป็นท้องทะเลแห่งสารอาหาร อาหารที่รับประทานเข้าไปถูกย่อย ดูดซึม ส่งสารน้ำและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย เมื่อกระเพาะอาหารเกิดความร้อนส่งผลให้การทำงานผิดปกติ ร่างกายจึงขาดสารอาหารและสารน้ำ ทำให้เกิดอาการหิวบ่อย กระหายน้ำและร่างกายซูบผอม


ไต
เป็นอวัยวะที่สร้างชี่ก่อนกำเนิด เก็บกักสารจิง (สารจำเป็นต่างๆของร่างกาย) ควบคุมปัสสาวะ เมื่อความร้อนจากปอดและกระเพาะอาหารเกิดขึ้น ก็จะไปทำลายอินของไต อินไตพร่องทำให้ไม่สามารถควบคุมปัสสาวะได้เต็มที่ ทำให้ปัสสาวะบ่อย และจากที่สารอาหารไม่ถูกดูดซึมก็ไหลมาพร้อมปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะมีรสหวาน 
เมื่อโรคเซียวเข่อเกิดขึ้นเป็นระยะเวลานาน จะทำสารน้ำถูกทำลายจนแห้ง เกิดสภาวะเลือดคั่งไปอุดกั้นเส้นเลือดและเส้นลมปราณในร่างกาย ก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆตามมา

การวินิจฉัยแยกกลุ่มอาการ
1. กลุ่มอาการเซี่ยวเข่อส่วนบน
ซ่างเซียว 上消
(ภาวะปอดร้อน สารน้ำถูกทำลาย)

อาการ : มีอาการกระหายน้ำมาก คอแห้ง หงุดหงิด ปัสสาวะบ่อยและมีปริมาณมาก
วิธีการรักษา  :  ขับร้อนบำรุงปอด เพิ่มสารน้ำดับกระหาย
ตำรับยาที่เหมาะสม : อวี้เฉวียนหวาน 玉泉丸
อวี้เฉวียนหวาน เป็นตำรับยาที่มีสรรพคุณในการบำรุงอิน เพิ่มสารน้ำในร่างกาย สามารถดับกระหาย บำรุงชี่และให้ความชุ่นชื้นกับปอด

2. กลุ่มอาการเซี่ยวเข่อส่วนกลาง
จงเซียว 中消
(ภาวะกระเพาะอาหารร้อน ไฟกระเพาะประทุขึ้น)

อาการ : มีอาการหิวบ่อย ท้องผูก มีกลิ่นปาก ร่างกายซูบผอม
วิธีการรักษา  :  ขับร้อนที่กระเพาะอาหาร  บำรุงอินเพิ่มสารน้ำ
ตำรับยาที่เหมาะสม : อวี้หนี่เจียน 玉女煎
อวี้หนี่เจียนเป็นตำรับยาที่ใช้ดับร้อนในกระเพาะอาหาร บำรุงอินเพิ่มสารน้ำ ตำรับนี้ยังสามารถดับร้อนที่อวัยวะตันทั้ง 5 และอวัยวะกลวงทั้ง 6 เป็นตำรับยาที่ใช่บ่อยในการรักษาโรคร้อนที่ส่วนกลางของร่างกายเช่น โรคเซียวเข่อ (โรคเบาหวาน)

3. กลุ่มอาการเซี่ยวเข่อส่วนล่าง
เซี่ยเซียว 下消
ภาวะอินของไตไม่พอ
อาการ : ปัสสาวะบ่อยและมีปริมาณมาก หรือ ปัสสาวะมีรสหวาน ปากแห้ง ผิวหนังแห้ง กระหายน้ำมาก เวียนหัว มีเสียงในหู นอนไม่หลับ ปวดเมื่อยเอว
วิธีการรักษา  :  บำรุงอินของไต เพิ่มสารน้ำดับกระหาย
ตำรับยาที่เหมาะสม : ลิ่วเว่ยตี้หวงหวาน  六味地黄丸
ลิ่วเว่ยตี้หวงหวาน เป็นตำรับยาที่มีความสมดุล มีฉายาว่า ตำรับยาสามบำรุง-สามระบาย โดยเน้นในการบำรุงอินของไต เพิ่มสารน้ำ ในขณะเดียวกันก็มียาที่ขับของเสียให้ออกจากร่างกาย

ภาวะอินและหยางพร่องทั้งคู่
อาการ : ปัสสาวะบ่อยและมีปริมาณมาก ปัสสาวะมีสีขุ่น ใบหน้าสีดำคล้ำ ปวดเมื่อยเอวและเข่า ขี้หนาว มือเท้าเย็น แขนขาอ่อนแรง ผู้ชายสมรรถภาพทางเพศลดลง ผู้หญิงประจําเดือนผิดปกติ

วิธีการรักษา  :  บำรุงอิน บำรุงหยาง บำรุงไต
ตำรับยาที่เหมาะสม : จินกุ้ยเซิ่นชี่หวาน  金匮肾气丸
จินกุ้ยเซิ่นชี่หวาน เป็นตำรับที่พัฒนามาจากตำรับลิ่วเว่ยตี้หวงหวาน โดยเน้นในการบำรุงทั้งอิน บำรุงทั้งหยาง

หมายเหตุ
ตำรับยาที่กล่าวข้างต้นเป็นตำรับเบื้องต้นเท่านั้น ในการรักษาทางคลินิกจะต้องมีการปรับเปลี่ยนยาตามลักษณะของคนไข้และลักษณะของโรคอย่างเหมาะสม


ตัวอย่างกรณีการรักษา
ผู้ป่วยโรคเบาหวาน

รับการรักษากับแพทย์จีนอายุรกรรม คลินิกหัวเฉียวแพทย์แผนจีน

ข้อมูลผู้ป่วย
รหัสผู้ป่วย : XXX
วันที่เข้ารับการรักษา : 4 เมษายน 2563
เพศ : หญิง  อายุ : 58 ปี
น้ำหนัก 74 kg
ความดันโลหิต : 126/65 mmHg
ประวัติการเจ็บป่วย (History taking) : โรคเบาหวาน

อาการสำคัญ (Chief complaint)         
- ระดับน้ำตาลสูง อ่อนเพลีย
ประวัติปัจจุบัน (Present illness)
ผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน 16 ปี ปัจจุบันทั้งทานยาลดน้ำตาล และฉีดอิซูลินร่วม (16-20 unit) แต่ยังควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี หลังจากฉีดอินซูลินบางครั้งน้ำตาลใรเลือดยังคงสูง บางครั้งน้ำตาลในเลือดต่ำเกิน  

อาการร่วม
- อ่อนเพลีย
- น้ำหนักขึ้นไม่ยอมลด
- หิวบ่อย
-ปัสสาวะมีฟอง

ประวัติอดีต (Past history)
- ปฏิเสธประวัติแพ้ยา

การตรวจร่างกาย (Physical Examination)
- HbA1C : 7.2%
- ลิ้นสีแดงแห้ง
-ชีพจรตึงและเร็ว

ผลการวินิจฉัยโรค (Diagnosis)
- โรคเบาหวาน
ผู้ป่วยมีภาวะโรคเบาหวานซึ่งในทางแพทย์แผนจีนอยู่ในโรคเซียวเข่อ แรกเริ่มเกิดจากภาวะที่ปอดและกระเพาะร้อน แต่ผู้ป่วยได้เป็นโรคนี้มาเป็นระยะเวลานาน จากความร้อนก็เริ่มทำลายสารน้ำในร่างกาย จนทำให้เกิดภาวะชี่ของม้ามและอินของไตพร่อง บวกกับยังคงมีไฟที่ส่วนกลางของร่างกาย ทำให้การเผาผลาญสารอาหารและสารน้ำผิดปกติ สารอาหารไม่ถูกนำไปใช้ให้พลังงานแก่ร่างกายเกิดภาวะที่อ่อนเพลีย ของเสียคั่งค้างไม่ถูกขจัดออกทำให้น้ำหนักไม่ลด และทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดยาก

วิธีการรักษา (Treatment)
- รับประทานยาสมุนไพรจีน โดยแพทย์จีนเลือกใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนที่มีคุณสมบัติในการบำรุงชี่ของม้ามและบำรุงอินของไต กระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย ร่วมกับยาที่ลดความร้อนในปอดและกระเพาะอาหาร และยาที่เพิ่มสารน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับร่างกาย

เนื่องจากผู้ป่วยเป็นโรคนี้มาระยะเวลานาน สารน้ำถูกทำลาย ทำให้การไหลเวียนของเลือดติดขัด จึงมีการใช้ชาที่เพิ่มการไหลเวียนเลือดร่วมด้วย โดยการรักษานอกจากใช้ยาสมุนไพรจีนแล้ว ยังแนะนำให้มีการปรับอาหารร่วมกับการออกกำลังกาย


ผลการรักษา (Progression note)
หลังจากรักษา
วันที่ 30 พฤษภาคม  2563
ผู้ป่วยสามารถลดระดับการฉีดอินซูลิน เหลือ 12-16 unit อาการอ่อนเพลียลดลง การควบคุมระดับน้ำตาลดีขึ้น อาการน้ำตาลต่ำลดน้อยลง ไม่มีอาการหิวบ่อย กระหายน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย

หลังจากการรักษาต่อเนื่องมีการปรับยาตามเหมาะสม
วันที่ 28 สิงหาคม  2563
ผู้ป่วยสามารถลดระดับการฉีดอิซูลิน เหลือ 5-12 unit อาการอ่อนเพลียลดลง การควบคุมระดับน้ำตาลดีขึ้น อาการน้ำตาลต่ำลดน้อยลง และน้ำหนักลดเหลือ 71 kg ปัสสาวะไม่มีฟอง ระดับ HbA1C: 6.8%(4/8/2563)


แพทย์จีนผู้ทำการรักษาและบันทึกผลการรักษา 
แพทย์จีน เซ็งจุ้น แซ่ลี (หลี่ เฉิง จวิ้น)
李成俊  中医师
TCM. Dr. TSENG CHUN LEE
เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ พจ.353 

คลินิกอายุรกรรมเบาหวานและต่อมไร้ท่อ

 

This website uses cookies to optimize the performance and the experience of users. This website uses cookies to optimize the performance and the experience of users.