การฝังเข็มรักษาอาการติดบุหรี่ สุราและสารเสพติดได้อย่างไร

Last updated: 8 พ.ค. 2569  |  128 จำนวนผู้เข้าชม  | 

การฝังเข็มรักษาอาการติดบุหรี่ สุราและสารเสพติดได้อย่างไร

เคยสงสัยไหมว่าทำไมหลายคนถึงเลิกบุหรี่ สุรา หรือสารเสพติดไม่ได้? บางคนอาจจะมองว่าเป็นเพียง “นิสัยที่แย่” หรือคิดว่า “จิตใจไม่เข้มแข็งพอ” แต่ในทางการแพทย์แล้ว การติดสารเสพติด (Substance Use Disorder) ถือเป็นโรคทางสมองที่ซับซ้อน ซึ่งเข้าไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสมองและตรรกะพฤติกรรมของมนุษย์ ทำให้เกิดความอยากและต้องพึ่งพาสารเหล่านั้นอย่างรุนแรง จึงทำให้การเลิกเสพเป็นเรื่องที่ยากและท้าทายเป็นอย่างมาก

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเราเองหรือคนที่เรารักเข้าสู่ภาวะ “เสพติด” แล้ว? ในระดับสากลมีการใช้เกณฑ์การวินิจฉัยจากคู่มือ DSM-5 ซึ่งสามารถสรุปแบ่งออกเป็น 4 ด้านหลักๆ ได้แก่

สูญเสียการควบคุม: ไม่สามารถควบคุมปริมาณและเวลาในการใช้ได้ตามที่ตั้งใจไว้ พยายามเลิกหรือลดหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ ชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยการหมกมุ่นอยู่กับการหาสารเสพติด และมีความอยากยาอย่างรุนแรงจนควบคุมตัวเองไม่ได้
ส่งผลกระทบต่อสังคมและหน้าที่การงาน: ไม่สามารถรับผิดชอบหน้าที่การงาน ครอบครัว หรือการเรียนได้ตามปกติ เกิดความขัดแย้งกับคนรอบข้าง และเริ่มละทิ้งกิจกรรมทางสังคมหรืองานอดิเรกที่เคยชอบ
การใช้ในภาวะเสี่ยง: ยังคงดึงดันที่จะใช้สารเสพติดซ้ำๆ แม้แพทย์จะเตือนอย่างชัดเจน หรือแม้จะทราบดีว่าสิ่งนั้นทำให้เกิดโรคทางกายและจิตใจแล้วก็ตาม
การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา: เกิดภาวะดื้อยา ร่างกายต้องการสารเสพติดในปริมาณที่มากขึ้นเพื่อให้ได้ความรู้สึกเท่าเดิม และมีอาการถอนยา หรืออาการลงแดงเมื่อหยุดเสพ เช่น วิตกกังวล หงุดหงิด นอนไม่หลับ ใจสั่น เหงื่อออกเยอะ ปวดหัว คลื่นไส้ ทรมานจนต้องกลับไปเสพซ้ำเพื่อบรรเทาอาการ
โดยสาเหตุของการเสพติดมักเริ่มต้นมาจาก 3 ปัจจัย คือ การแสวงหาความสุข การหลีกหนีความทุกข์ (เช่น ความเครียด) และพฤติกรรมทางสังคม (เช่น เพื่อนชวนหรือใช้เพื่อเข้าสังคม) แต่เมื่อใช้เป็นเวลานาน สารเคมีในสิ่งเสพติดชนิดต่างๆจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงระบบสารสื่อประสาทในสมอง ทำให้การเสพไม่ได้เป็นไปเพื่อ “ความสุข” อีกต่อไป แต่กลายเป็น “ความหิวโหย” ของสมองแทน 

เมื่อสมองคุ้นชินกับการมีอยู่ของสารเสพติด พอตัดสินใจหักดิบหรือหยุดใช้ ระดับโดปามีน (Dopamine) ในสมองที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สมองส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรง จึงเกิดเป็นอาการถอนยาทางกายและความอยากยาทางใจ โดยในช่วง 3 เดือนแรกของการเลิกเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด เนื่องจากสมองต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือนในการปรับระดับโดปามีนให้กลับสู่ภาวะปกติ[1] หากไม่สามารถอดทนผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ ผู้ป่วยมักจะตกอยู่ในวงจรของการ "เสพยา-เลิกยา-กลับมาเสพซ้ำ-เลิกยาใหม่" ได้ง่าย

ในศาสตร์การแพทย์แผนจีน ภาวะติดสารเสพติดมีการบันทึกไว้ตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงและชิง โดยมีการพูดถึงทฤษฎี “อวัยวะภายในทั้งห้าติดสารเสพติด” (五脏受瘾说) คัมภีร์กล่าวไว้ว่า “เมื่อควันเข้าสู่ปาก ความอยากทางใจ (心瘾) จะก่อตัวขึ้น ทำให้เฝ้าคิดถึงแต่สิ่งนั้นตลอดเวลา”  ซึ่งสอดคล้องกับความอยากทางจิตใจ (Psychological Craving) ในการแพทย์แผนปัจจุบัน และถือเป็นด่านที่ยากที่สุดในการรักษา 

ในระยะแรกของการสูบบุหรี่ หรือดื่มสุรา สารเหล่านี้มีฤทธิ์ไปกระตุ้นพลังหยาง ทำให้รู้สึกตื่นตัว กระปรี้กระเปร่าและมีพลัง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเสพติด และเมื่อลดปริมาณหรือหยุดใช้ จะทำให้รู้สึกหงุดหงิด กระวนกระวาย มือสั่น คลื่นไส้ เหงื่อออก นอนไม่หลับ หรืออาจถึงขั้นมีอาการชักเกร็งได้เลยทีเดียว แพทย์แผนจีนมองว่า ผู้ที่ติดสารเสพติดมักมีภาวะเลือดคั่ง ชี่และเลือดพร่องจากการป่วยเรื้อรัง ทำให้การไหลเวียนติดขัด หรือมีภาวะชี่พร่อง ส่งผลให้ชี่ของอวัยวะภายในและอินหยางเสียสมดุล  

การฝังเข็มรักษาอาการติดสารเสพติด จะเน้นเลือกใช้เส้นลมปราณที่มีชี่และเลือดอุดมสมบูรณ์เป็นหลัก เช่น เส้นลมปราณกระเพาะปัสสาวะ และเส้นลมปราณกระเพาะอาหาร เพื่อบำรุงอวัยวะภายใน ฟื้นฟูสมดุลอินหยางในร่างกายให้กลับมาเป็นปกติ นอกจากนี้ เพื่อจัดการกับ "ความอยากทางใจ" (心瘾) ยังเลือกใช้เส้นลมปราณหัวใจ และเส้นลมปราณเยื่อหุ้มหัวใจอีกด้วย เนื่องจากทั้งสองเส้นลมปราณนี้มีจุดเด่นในการรักษาโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ ทรวงอก และความผิดปกติทางอารมณ์และจิตใจ มีสรรพคุณช่วยสงบจิตใจ ผ่อนคลายอารมณ์  ช่วยลดความอยากสูบบุหรี่ หรือดื่มสุราได้

จุดฝังเข็มที่ใช้บ่อย



การฝังเข็มรักษาอาการติดบุหรี่ สุราและสารเสพติดได้อย่างไร[2]

กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทะลวงลมปราณตับ ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ หงุดหงิดง่าย กระวนกระวายใจ นั่งไม่ติด และภาวะซึมเศร้า
ปรับสมดุลอินหยาง บำรุงหัวใจ สงบจิตใจ ช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับ ใจสั่น กระสับกระส่าย และลดความอยากยาทางใจ 
ปรับและฟื้นฟูการทำงานของม้ามและกระเพาะอาหาร บำรุงชี่ ช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน และระบบขับถ่ายผิดปกติ
ปรับสมดุลสารสื่อประสาทในระบบประสาทส่วนกลาง[3]  ช่วยลดอาการถอนยาทางกาย เช่น อาการมือสั่น เหงื่อออก ปวดเมื่อยตามร่างกาย และภาวะตื่นตัวของระบบประสาท 
การเลิกสารเสพติด บุหรี่ หรือสุรา ไม่ใช่เพียงการพึ่งพา 'ความอดทน' เพื่อต่อสู้กับความอยากเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการรักษาเยียวยาสมองและร่างกายที่สูญเสียสมดุลไป จากมุมมองของการแพทย์แผนจีน ผู้ป่วยที่ติดสารเสพติด สุรา หรือบุหรี่เป็นเวลานาน มักมีภาวะเลือดคั่ง ชี่และเลือดพร่อง ส่งผลให้อวัยวะภายในและอินหยางเสียสมดุล เมื่อหยุดใช้กะทันหันจึงทำให้เกิดอาการถอนยารุนแรง การฝังเข็มช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด สงบจิตใจ บำรุงชี่และเลือด ปรับสมดุลอินหยางและการทำงานของอวัยวะภายใน ซึ่งสามารถช่วยลดความทรมานจากอาการถอนยาทางกาย ไม่ว่าจะเป็นอาการนอนไม่หลับ หงุดหงิด กระสับกระส่าย มือสั่น หรือคลื่นไส้ นอกจากนี้ยังช่วยระงับความอยากยาทางใจ ทำให้ผู้ป่วยสามารถก้าวผ่านกระบวนการเลิกสิ่งเสพติดได้ง่ายขึ้น  

โดยทั่วไปแล้ว ช่วง 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือนแรกของการเลิก จะเป็นช่วงที่อาการถอนยาและความอยากยารุนแรงที่สุด และเป็นระยะที่เสี่ยงต่อการกลับไปใช้ซ้ำได้ง่าย แม้อาการจะค่อยๆบรรเทาลงหลังจากผ่านไป 1-2 เดือน แต่ในผู้ป่วยบางราย ความผิดปกติหรืออาการตกค้างบางอย่างอาจยังคงอยู่ได้นานตั้งแต่ 3 เดือนไปจนถึง 1 ปีขึ้นไป

ดังนั้น เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและเห็นผลชัดเจน ผู้ป่วยควรเข้ารับการฝังเข็มอย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เป็นระยะเวลา 2 เดือนขึ้นไป ทั้งนี้ ผลลัพธ์และระยะเวลาในการรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล สิ่งสำคัญที่สุดคือ การรักษาด้วยการฝังเข็มควรทำควบคู่ไปกับความตั้งใจจริงของผู้ป่วยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อให้ก้าวผ่านช่วงเวลาถอนยาได้อย่างราบรื่น ลดโอกาสกลับไปเสพซ้ำ และฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง 

เอกสารอ้างอิง  

[1]Jing D ,Ting Z ,Xirong Z , et al. Recovery of dopaminergic system after cocaine exposure and impact of a long‐acting cocaine hydrolase [J]. Addiction Biology, 2022, 27 (4): e13179-e13179.

[2]Jing-yi K ,Yan L ,Jie Y , et al. An Analysis of Clinical Application of Acupuncture in the Treatment of Drug Addiction [J]. Henan Traditional Chinese Medicine, 2022, 42 (01): 142-146. DOI:10.16367/j.issn.1003-5028.2022.01.0032.

[3]Yan L ,Liang Z ,Xiao-yue G , et al. Effect of Electroacupuncture on Central Dopamine Receptor in Morphine-dependent Rats [J]. Shanghai Journal of Acupuncture and Moxibustion, 2018, 37 (03): 324-329. DOI:10.13460/j.issn.1005-0957.2018.13.0324.

__________________________________________

บทความโดย
แพทย์จีน ณภัทร คงศิริธุวงศ์ (หมอจีนสวี่ กุ้ย หัว) 
许桂华  中医师
TCM. Dr. Napat Kongsirituwong (Xu Gui Hua) 

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้