Last updated: 29 ก.ย. 2569 | 10 จำนวนผู้เข้าชม |
หากผู้อ่านได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับวงการสุขภาพ คงได้ยินเรื่องราวของ Bryan Johnson นักธุรกิจสาย Biohacking และเจ้าของแนวทาง Blueprint ที่โด่งดังจากการ ดูแลสุขภาพอย่างเข้มข้นเคร่งคัดมาก ทั้งควบคุมอาหาร การนอน ออกกำลังกาย กินอาหารเสริมจำนวนมาก ตรวจค่าเลือดและร่างกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ล่าสุดเขาเปิดเผยว่าได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น Autoimmune Gastritis หรือกระเพาะอักเสบจากภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง ภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันโจมตีเซลล์ในกระเพาะอาหาร
กรณีของ Bryan Johnson เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากในมุมมองของการแพทย์จีน เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่า “การดูแลสุขภาพนั้นไม่ดี” แต่สะท้อนให้เห็นว่า สุขภาพที่แท้จริงไม่ได้อยู่แค่การตรวจเลือด การกินวิตามินครบ หรือการใช้ชีวิตตามโปรโตคอลอย่างเคร่งครัด เพราะร่างกายมนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักร แต่เป็นระบบชีวิตที่ต้องอาศัยความสมดุลของ หยางชี่, ม้ามหยาง,ไตหยาง, ชี่ของตับ แล เว่ยชี่หรือชี่ป้องกันการเกิดโรคของร่างกาย เป็นหัวใจ สำคัญในการดูแลสุขภาพของศาสตร์การแพทย์แผนจีน
ในฐานะแพทย์แผนจีนขออธิบายการดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์แผนจีนควบคู่กับการดูแลตัวเองของ คุณ Bryan Johnsonให้ทุกท่านเข้าใจมากขึ้นเราสามารถดูแลร่างกายอย่างไรไม่ให้ป่วยแทนที่จะได้สุขภาพที่แข็งแรง ทำไมดูแลอย่างดีแล้วม้ามและกระเพาะอาหารจึงอักเสบและทำลายตัวเอง โดยแบ่งการดูแลง่าย ๆ และอธิบายสั้นไว้ ดังนี้
1. แสงแดด-หยางชี่ : แสงแดดไม่ใช่แค่วิตามิน D เพียงอย่างเดียว แต่คือ “หยาง” จากธรรมชาติที่ช่วยประคอง “หยางชี่” (阳气) ในร่างกาย
หลายคนมองว่าแสงแดดมีประโยชน์เพราะช่วยสร้างวิตามิน D แต่ในมุมการแพทย์แผนจีน แสงแดดมีความหมายลึกกว่านั้นมาก แสงแดดคือส่วนหนึ่งของ “หยางจากฟ้าธรรมชาติ” (天阳) ที่ช่วยปลุกและจัดจังหวะ “หยางชี่” ในร่างกาย
ในคัมภีร์ 黄帝内经·素问·生气通天论 กล่าวว่า
“阳气者,若天与日,失其所,则折寿而不彰。
“หยางชี่ของมนุษย์ เปรียบเหมือนฟ้าและดวงอาทิตย์ หากเสียตำแหน่งและหน้าที่ ชีวิตย่อมเสื่อมถอย”
ความหมายคือ ชีวิตมนุษย์ต้องอาศัย หยางชี่ เหมือนโลกจำเป็นต้องอาศัยพระอาทิตย์ ดังนี้
ตอนเช้า “หยางชี่” ควรเริ่มเปิดออก
กลางวัน “หยางชี่” ควรเคลื่อนไหว
ตอนเย็น “หยางชี่” ควรค่อย ๆ เก็บ
กลางคืน “หยางชี่” ควรกลับเข้าสู่ภายใน เพื่อให้ร่างกายพักและฟื้นฟู
ถ้าคนเราอยู่ในอาคารมากเกินไป ไม่ค่อยรับแสงธรรมชาติ แต่กลางคืนกลับเจอแสงจากหลอดไฟและหน้าจอมาก ร่างกายจะเสียจังหวะของหยาง คือเวลาที่ควรเปิดกลับไม่เปิดเต็มที่ เวลาที่ควรเก็บกลับเก็บไม่ลง นี่คือสิ่งที่วิตามินเม็ดใดก็แทนไม่ได้ทั้งหมด เพราะวิตามินอาจเติม “สาร” บางอย่างได้ แต่แสงแดด ธรรมชาติ เวลา และความมืด คือสิ่งที่ช่วยจัดจังหวะของชีวิต
2. เว่ยชี่(卫气) ชี่ที่ป้องกันการเกิดโรค หากเสียจังหวะ ภูมิคุ้มกันจะอ่อนแอ
ในศาสตร์การแพทย์แผนจีน ภูมิคุ้มกันสัมพันธ์กับ “เจิ้งชี่ คือ พลังชี่ที่มีมาแต่กำเนิดและภูมิต้านตานก็เป็นส่วนหนึ่ง” และ “เว่ยชี่” โดยเฉพาะ “เว่ยชี่” มีหน้าที่ปกป้องผิวหนัง รูขุมขน กล้ามเนื้อ และชั้นนอกของร่างกาย เปรียบเหมือนทหารเฝ้าด่าน คอยป้องกันสิ่งรบกวนจากภายนอก
ในคัมภีร์黄帝内经 กล่าวว่า正气存内,邪不可干。
เมื่อ เจิ้งชี่มั่นคง ปัจจัยก่อโรคที่รบกวนจากภายนอก ย่อมรุกรานร่างกายได้ยาก แต่เว่ยชี่ ไม่ได้ทำงานแบบสุ่ม กลางวันเว่ยชี่ ควรออกสู่ภายนอก เพื่อป้องกันและทำให้ร่างกายตื่นตัว
กลางคืน卫气ควรกลับเข้าสู่ภายใน เพื่อให้ร่างกายซ่อมแซมและพักฟื้น
ถ้าช่วงเวลากลางวันร่างกายไม่ได้รับแสงธรรมชาติเพียงพอ ทั้งยังช่วงเวลากลางคืนเปิดไฟสว่างและ ใช้หน้าจอ นอนดึก หรือจิตใจยังตื่นตัวตลอดเวลา การเข้าและออกของเว่ยชี่ในร่างกาย เสียจังหวะ เมื่อจังหวะการเข้าออกเสียสมดุลนการทำงานของภูมิคุ้มกันในร่างกาย จึงแสดงออกไม่ใช่แค่อ่อนกำลังหรือกำลังแรงเกินไป แต่คือ “เสียความสมดุล” ในร่างกาย และเมื่อร่างกายเสียสมดุล เนื่องจาก “เว่ยชี่” ทำงานผิดเวลาร่างกายจึงแยกแยะผิดว่าอะไรคือสิ่งแปลกปลอม อะไรคือร่างกายของเราเอง
ดังนั้น ในมุมแพทย์จีน ภูมิคุ้มกันที่ดีไม่ใช่การ “เสริมให้แรง” เสมอไป แต่คือการทำร่างกายให้สมดุล
3. ม้ามและกระเพาะอาหาร: หากกินวิตามินมาก แต่หยางของม้ามอ่อน ร่างกายก็แปรเป็นชี่ไม่ได้
แม้ว่าบางคนกินวิตามินและอาหารเสริมจำนวนมาก แต่ในแพทย์จีนมองว่า “สารอาหารครบ” ไม่เท่ากับ “ร่างกายได้รับการบำรุงอย่างแท้จริง” เพราะการบำรุงต้องผ่านการทำงานของม้ามและกระเพาะอาหาร และในศาสตร์การแพทย์แผนจีนม้ามและกระเพาะอาหารมีหน้าที่ย่อยแปร ลำเลียงและเปลี่ยนอาหารหรือวิตามินที่ทานเข้าไปให้กลายเป็น ชี่และเลือด ที่จำเป็นที่สุดในหลักการแพทย์แผนจีนเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง
ในคัมภีร์黄帝内经·素问·灵兰秘典论 กล่าวว่า 脾胃者,仓廪之官,五味出焉。
ม้ามและกระเพาะเป็นดั่งยุ้งฉางของร่างกาย เป็นแหล่งที่รสทั้งห้าออกมาเลี้ยงชีวิต
ถ้าหยางของม้ามแข็งแรง อาหารธรรมดาก็สามารถแปรเป็นพลังงานได้ดี
แต่ถ้าหยางของม้ามอ่อนแอ ต่อให้กินอาหารบำรุงที่ดี กินวิตามินมากหรือได้รับสารอาหารเสริมจำนวนมาก ร่างกายก็อาจ “รับไม่ได้ ย่อยไม่ได้ แปรไม่ได้ ใช้ไม่ได้” เหมือนใส่วัตถุดิบราคาแพงเข้าไปในครัวที่ไฟอ่อน วัตถุดิบดีแค่ไหน ก็ปรุงออกมาเป็นอาหารที่เลี้ยงร่างกายได้ไม่เต็มที่
ในมุมแพทย์จีนปัญหาของกระเพาะอาหารและการดูดซึม จึงไม่ควรมองแค่ว่า “ขาดสารอะไร” แต่ต้องถามว่า
ระบบย่อยส่วนกลางหรือจงเจียว ยังมีกำลังหรือไม่?
ม้ามและกระเพาะอาหาร ยังแปรอาหารเป็น ชี่และเลือด ได้ดีหรือไม่?
ร่างกายมีความเย็น ความพร่อง หรือความเครียดที่ทำให้หยางของม้ามอ่อนลงหรือไม่?
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการแทบไม่กินอาหารจากสัตว์หรือกินในปริมาณน้อยมาก
ในมุมแพทย์จีน ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องกินเนื้อสัตว์มาก และไม่ได้หมายความว่าการกินพืชไม่ดี แต่ถ้าร่างกายมีภาวะพร่อง โดยเฉพาะ ชี่และเลือดพร่อง หยางของม้าม หยางของไตพร่อง หรือมีปัญหาการดูดซึม การเลี่ยงอาหารจากสัตว์มากเกินไปอาจทำให้การบำรุงร่างกายไม่ถึงชั้นลึก
ในคัมภีร์黄帝内经·素问·藏气法时论 กล่าวว่า
五谷为养,五果为助,五畜为益,五菜为充,气味合而服之,以补精益气。
“ ธัญพืชเป็นหลักในการหล่อเลี้ยง ผลไม้ช่วยเสริม เนื้อสัตว์ช่วยบำรุง ผักช่วยเติมเต็ม” เมื่อรับประทานอาหารที่มีชี่ และรสชาติที่หลากหลายร่วมกัน จึงช่วยบำรุงสารจิงและเพิ่มชี่ให้สมบูรณ์แข็งแรง
คำว่า เนื้อสัตว์ช่วยเสริมบำรุงสำคัญมากในแพทย์จีน อาหารจากสัตว์หลายชนิดถูกเรียกว่า อาหารที่มีเลือดเนื้อมีคุณค่าในการบำรุงมาก(血肉有情之品) หมายถึงอาหารที่ช่วยบำรุงสารจำเป็นและเลือด โดยเฉพาะคนที่มีอาการเหนื่อยง่าย ซีด มือเท้าเย็น เวียนศีรษะ ใจสั่น กล้ามเนื้อลีบ ฟื้นตัวช้า นอนหลับไม่ลึก หรือมีปัญหาขาดธาตุเหล็กและขาดวิตามิน B12 การกินพืชผักเป็นหลักอย่างเข้มงวดมาก อาจไม่เพียงพอต่อการฟื้นฟู ชี่และเลือดและสารจำเป็นของชีวิต
วิตามินอาจเติมตัวเลขจากค่าเลือดต่าง ๆ แต่อาหารจริงเติม ชี่ รส คุณสมบัติ และธรรมชาติของอาหาร และในคนที่พร่องมาก การตัด อาหารจากเนื้อสัตว์ออกมากเกินไป ส่งผลทำให้ม้ามและกระเพาะอาหารยิ่งไร้ไฟ ชี่และเลือด ยิ่งไร้รากฐานของร่างกาย และหยางของไต ยิ่งขาดเชื้อเพลิงในการฟื้นตัว แพทย์จีนไม่ได้แนะนำให้กินเนื้อสัตว์มากแบบไม่ระวัง แต่แนะนำให้กินอย่างสมดุล เหมาะกับธาตุ เหมาะกับฤดูกาล และเหมาะกับภาวะร่างกายของแต่ละคน
4. ตับ: ชี่ตับติดขัดที่เกิดจากความเครียดจากการดูแลสุขภาพมากเกินไป
ในศาสตร์การแพทย์จีน ตับ มีหน้าที่ ทำให้ชี่ไหลเวียนอย่างราบรื่น เมื่อชี่ไหลเวียนได้ดีส่งผลให้เกิด อารมณ์ผ่อนคลาย และร่างกายมีการย่อยที่เป็นจังหวะ
ในคัมภีร์黄帝内经·素问·灵兰秘典论 กล่าวว่า 肝者,将军之官,谋虑出焉。
ตับ เป็นดั่งขุนพล เป็นที่มาของการวางแผนและการตัดสินใจ
การวางแผนสุขภาพชีวิตเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าชีวิตเต็มไปด้วยการคิด ควบคุม ประเมิน วัดผลและพยายามเอาชนะธรรมชาติอยู่ตลอดเวลา ชี่ของตับ จะตึงและติดขัดง่าย เกิดเป็นชี่ตับติดขัดจากความเครียดและความกดดัน
ในบท素问·举痛论 กล่าวว่า百病生于气也……劳则气耗,思则气结。
โรคทั้งหลายเกิดจากความผิดปกติของ ชี่ การตรากตรำเกินไปทำให้ชี่พร่อง การคิดมากไปทำให้ชี่ติดขัด
เมื่อ ชี่ตับติดขัดนานเข้ากระทบการทำงานของม้ามและกระเพาะอาหารตามหลักทฤษฎีปัญจธาตุไม้(ตับ)ข่มดิน(ม้าม) ความเครียดจากตับส่งผลให้ม้ามและกระเพาะอาหารทำงานผิดปกติ เช่น แน่นท้อง ย่อยยาก กรดผิดปกติ ท้องอืด อ่อนเพลีย หรือการดูดซึมเสียสมดุลได้
ความเครียดในทางการแพทย์แผนจีนไม่ได้เจาะจงแค่เรื่องงานหรือเรื่องการใช้ชีวิต แม้แต่การพยายามสุขภาพดีอย่างสุดโต่ง ก็อาจกลายเป็นความเครียดชนิดหนึ่งได้
โดยเฉพาะเมื่อสุขภาพถูกเปลี่ยนจาก “การฟังร่างกาย” เป็น “การสั่งร่างกายให้ทำตามตัวเลข” นั่นเอง
5. อิน-หยางเสียสมดุล: การใช้ชีวิตไม่สอดคล้องธรรมชาติ
ในคัมภีร์黄帝内经·素问·上古天真论 กล่าวว่า 法于阴阳,和于术数,食饮有节,起居有常,不妄作劳。 ดำเนินชีวิตตามอินหยาง อยู่ในแบบแผนที่เหมาะสม กินดื่มมีขอบเขต ใช้ชีวิตเป็นเวลา และไม่ฝืนใช้แรงเกินควร
คำว่า ไม่ใช้แรงและพลังชีวิตอย่างพร่ำเพรื่อ (不妄作劳) ไม่ได้หมายถึงแค่ไม่ออกกำลังกายหนักเกินไป แต่รวมถึงไม่ใช้แรงใจ แรงความคิด ความกังวล และความพยายามควบคุมชีวิตมากจนเกินธรรมชาติ
ถ้าชีวิตกลายเป็นโครงการทดลองตลอดเวลา ร่างกายอาจอยู่ในภาวะตึงตัวเรื้อรัง แม้ค่าตรวจดูดี แต่ พลังชีวิตอาจถูกใช้ไปทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว
ปัญหาอาจไม่ใช่ดูแลตัวเองน้อย แต่คือดูแลผิดจังหวะ กรณีนี้ไม่ได้บอกว่า Bryan ดูแลตัวเองไม่ดี แต่ทำให้เห็นว่า การดูแลสุขภาพที่ละเอียดมาก หากขาดความสอดคล้องกับธรรมชาติ ก็ยังอาจทำให้ร่างกายเสียสมดุลได้
ในกรณีนี้แพทย์จีนจะถามว่า
“ดูแลร่างกายดีมาก แต่สอดคล้องกับอินหยางหรือไม่ ?”
“วิตามินครบ แต่ระบบย่อแปรอาหารดูดซึมได้จริงหรือไม่ ?”
“นอนเป็นเวลา แต่จิตใจได้พักจริงหรือไม่ ?”
“กินสะอาดมาก แต่ได้รับพลังจากอาหารธรรมชาติพอหรือไม่ ?”
“ควบคุมชีวิตละเอียดมาก ชี่ตับยังไหลเวียนอยู่ดีหรือไม่ ?”
นี่คือความต่างระหว่าง “การทำให้ตัวเลขดีที่สุด” กับ การบำรุงรักษาชีวิตตามธรรมชาติ (หย่างเซิง-养生)
การทำให้ค่าเลือดมีตัวเลขที่ดี อาจทำให้เราดูเหมือนสุขภาพดี แต่ การหย่างเซิง (养生) คือการทำให้ร่างกายอยู่ในจังหวะที่ควรเป็น คือสมดุลนั่นเอง
ผมในฐานะแพทย์แผนจีนขอสรุปการดูแลสุขภาพที่ดีคือ สุขภาพที่ดีไม่ใช่การเอาชนะธรรมชาติ
และ ไม่ได้แปลว่าแสงแดด หรืออาหารที่เรารับประทานเข้าไปเท่านั้นที่ทำให้ร่างกายเราแข็งแรงไม่ป่วย และแพทย์จีนไม่สามารถใช้แทนการตรวจรักษาโรคได้ทั้งหมด ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพของม้ามและกระเพาะอาหาร ภูมิคุ้มกันของร่างกาย ขาดธาตุเหล็ก หรือวิตามิน B12 จำเป็นต้องได้รับการตรวจและติดตามกับแพทย์ตะวันตกอย่างเหมาะสมเพื่อใช้ในการพิจารณาร่วมกันกับแพทย์แผนจีนในการรักษา
สุดท้ายนี้ผมในฐานะแพทย์จีนมองการดูแลสุขภาพของของคุณ Bryan Johnson โดยอยากสื่อว่าวิตามิน D ไม่ใช่ทั้งหมดของแสงแดด วิตามินหลายสิบชนิดไม่ใช่ทั้งหมดของอาหาร ค่าตรวจเลือดไม่ใช่ทั้งหมดของสุขภาพ การควบคุมชีวิตไม่ใช่ทั้งหมดของการดูแลสุขภาพที่แท้จริง
สุขภาพที่แท้จริงคือการอยู่ให้สอดคล้องกับธรรมชาติ
• เวลาเช้า 7.00 – 9.00 รับแสงธรรมชาติ เพื่อปลุก “หยางชี่”
• เวลากลางวัน เคลื่อนไหว เพื่อให้ ชี่และเลือดไหลเวียน การรับประทานอาหารจริงไม่แปรรูป เหมาะกับธาตุร่างกายของแต่ละคน เพื่อบำรุง พลังหยางของม้ามและระบบย่อยของร่างกาย
• อาหารที่ดีต้องไม่เบา ไม่เย็น ไม่จำกัดเกินไป จนขาดสารจำเป็นและเลือดในการใช้ชีวิต
• ลดความเครียดและความหมกมุ่นมากเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้ชี่ตับติดขัด
• เวลากลางคืน ลดแสง ลดหน้าจอ ลดความคิด เพื่อให้ หยางกลับเข้าสู่อิน เพื่อให้นอนให้ลึกและมีคุณภาพ
มนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักรที่เติมสารให้ครบแล้วจะสมบูรณ์ แต่มนุษย์คือชีวิตที่ต้องสัมพันธ์กับฟ้า ดิน แสง อาหาร อารมณ์ การพัก และเวลาตามหลักนาฬิกาชีวิต สุขภาพจึงไม่ใช่การเอาชนะความแก่ ไม่ใช่การเอาชนะธรรมชาติ และไม่ใช่การควบคุมทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ แต่คือการกลับมาอยู่กับธรรมชาติอย่างมีจังหวะ กินให้พอดี พักให้ลึก รับแสงให้ถูกเวลา ผ่อนคลายใจให้เป็น และฟังร่างกายให้มากกว่าตัวเลขตามหลักสมดุล
______________________________________________
บทความโดย
ดร.พจ. เซ็งจุ้น แซ่ลี (หมอจีน หลี่ เฉิง จวิ้น)
李成俊 中医师
TCM. Dr. TSENG CHUN LEE
เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ พจ.353
แผนกอายุรกรรมต่อมไร้ท่อ
คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
29 ก.ย. 2569
29 ก.ย. 2569
29 ก.ย. 2569
29 ก.ย. 2569