กระดูกและการนวดทุยหนา

เมื่อมีอายุมากขึ้น หมอนรองกระดูกสันหลังเกิดการเสื่อมสภาพ Nucleus pulposus มีส่วนประกอบของน้ำค่อยๆ ลดลง  สูญเสียความยืดหยุ่น  ระยะห่างระหว่างกระดูกสันหลังแคบลง  ligament รอบๆ กระดูกสันหลังเกิดการหย่อน

อาการที่เกิดขึ้นกับคุณแม่หลายๆท่าน ซึ่งเกิดมาจากพฤติกรรมชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะ คุณแม่ที่ต้องทำทั้งงานประจำ งานบ้าน รวมถึงเลี้ยงลูกด้วยตนเอง

พฤติกรรมชีวิตที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำติดต่อกันเป็นเวลานาน แม่บ้าน หรือนักกีฬา พบมากในผู้ป่วยวัยทำงานที่ช่วงอายุ 30-60 ปี

สาเหตุของอาการปวด เกิดได้ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกร่างกาย ในทางการแพทย์แผนจีน ได้จัดหมวดหมู่กลุ่มอาการปวด ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดคอ ปวดเอว ปวดข้อ และปวดกล้ามเนื้อ อยู่ในกลุ่มอาการ ปีเจิ้ง

วิธีการนวดทุยหนาในเด็กจะอาศัยหลักการของแพทย์แผนจีนโบราณทั้งทฤษฎีการตรวจแยกแยะวิเคราะห์โรค เปี้ยนเจิ้งลุ่นจื้อ 辨证论治 และการรักษาแบบองค์รวม เจิ่งถี่กวานเนี่ยน 整体观念 นำมาเป็นพื้นฐานสำคัญในการตรวจรักษา ประกอบกับทฤษฎีอิน -หยาง ปัญจธาตุ อวัยวะทั้ง 5

ผู้ป่วยมีอาการปวดหัวเข่าด้านขวา เดินนานมีอาการปวดหัวเข่ามาก ขึ้นลงบันไดลำบาก ไม่สามารถนั่งยองได้

ถ้าเราก้มหน้า  60 องศา กระดูกคอเราจะรับน้ำหนักถึง 27 กิโลกรัม !!! เทียบเท่ากับเอาเด็ก 8 ขวบขึ้นมานั่งบนหัว ยิ่งก้มคอใช้สมาร์ทโฟนนานๆมากเท่าไรหมอนรองกระดูกต้นคอยิ่งเสื่อมมากขึ้นเท่านั้น             

ตัวอย่างการรักษาก้อนถุงน้ำบนข้อมือด้วยวิธีแพทย์แผนจีน

กรณีศึกษาการรักษากลุ่มอาการด้านกระดูกและกล้ามเนื้อ อาการปวดต้นคอด้านซ้าย มีวิธีการประเมินการรักษาและขั้นตอนการรักษาโดยวิธีการรักษาแบบแพทย์แผนจีนอย่าง

การนอนหงายขาตั้งฉากกับลำตัว  แล้วเอาขาพาดอยู่บนเก้าอี้  นอนท่านี้เป็นเวลา 10-15 นาที โดยไม่เคลื่อนไหวลำตัว สามารถบรรเทาอาการปวดหลังได้จริงหรือ ?

อุบัติเหตุขณะออกกำลังกาย หกล้ม ได้รับแรงกระแทก บิดตัวผิดท่ามีอาการเจ็บปวด  บวมหรือฟกช้ำเฉพาะที่  อาจมีการจำกัดการเคลื่อนไหว  หรือเคลื่อนไหวร่างกายส่วนนั้นไม่ได้

กลุ่มอาการปวดจากพังผืดกล้ามเนื้อ เป็นกลุ่มอาการที่มีลักษณะปวดอันเนื่องจากมี “จุดกดเจ็บเฉพาะ” (Trigger point ; TrP) ในกล้ามเนื้อ

หากปล่อยไว้นาน ไม่ได้รับการรักษา อาจะทำให้เกิดภาวะข้อพิการเกิดภาวะทุพพลภาพและใช้งานไม่ได้

อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลังและเอวพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ อาการเหล่านี้เกิดขึ้นจากอะไร  ทั้งๆที่พวกท่านก็ไม่ได้ทำงานหนักแต่ทำไมจึงปวดบ่อยๆ

อาการนิ้วล็อคมักเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย พบได้บ่อยในผู้ที่ต้องใช้มือ โดยเฉพาะนิ้ว ทำงานเป็นเวลานานๆ

พฤติกรรมเสี่ยงที่คนไข้หลายๆคนมักจะทำเป็นประจำโดยบางทีก็เป็นความเคยชิน พอทำซ้ำๆบ่อยๆเข้า ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้หมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท

การนวดทุยหนาเป็นวิธีการนวดรักษาในแบบวิธีแพทย์แผนจีน ดังนั้น วิธีการนวดจะมุ่งเน้นไปในเชิงของการรักษามากกว่าวิธีการ Therapy

อาการชา เหมือนมีเข็มทิ่ม แสบร้อนที่นิ้วมือทั้งห้าโดยเฉพาะนิ้วชี้และนิ้วกลาง ไม่สามารถกำมือได้  ปวดทั้งแขนจนถึงไหล่ หรือมือบวม อาการมักจะเป็นมากตอนกลางคืน  ความรุนแรงแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย

เมื่อเรานอนไม่หลับ ย่อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตในแต่ละวันของเราเกือบจะทั้งหมด อีกทั้งยังทำให้การทำงานของอวัยวะภายในร่างกาย โดยเฉพาะ สมองของเราหย่อนสมรรถภาพลง

สาเหตุของโรคมักเกิดจากการใช้งานเกินกำลัง ทำให้เกิดบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อของเอ็นในบริเวณข้อศอก มักพบในนักกีฬาเทนนิส พนักงานพิมพ์ดีด ยกหิ้วของหนัก

อาการที่พบมากที่สุดในผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อ แผนกผู้ป่วยนอกบางแห่งอาจมีถึงร้อยละ 40 ของผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อ อาการปวดหลังอาจเป็นเล็กน้อย แล้วหายเองได้ แต่มีบางรายที่ต้องผ่าตัด

ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีนอธิบายว่ารอยโรคเกิดขึ้นที่เส้นทางเดินลมปราณและเส้นเอ็น มักเกิดในช่วงอายุห้าสิบปี เจิ้งชี่ไม่พอ จิงเว่ยพร่อง ไหล่มีการกระทบลมเย็น หรือมักนอนตะแคง เมื่อทางไหลเวียนของเส้นลมปราณถูกกดทับเป็นระยะเวลานาน ทำให้เลือดลมติดขัดก่อให้เกิดอาการปวดหรือชา

การบาดเจ็บของเส้นเอ็นกล้ามเนื้อ สาเหตุจากเส้นเอ็นบริเวณข้อมือและนิ้วมือใช้งานหักโหมจนทำให้เกิดอาการบาดเจ็บสะสมเรื้อรัง

ศาสตร์การนวดของแผนจีนที่มีมาอย่างยาวนาน โดยแพทย์แผนจีนจะใช้ส่วนต่างๆ ของร่างกายในการกด การคลึง การถู การบีบ การดีด หรือการคลึงตามจุดต่างๆ ของเส้นลมปราณบนร่างกาย เพื่อให้เลือดลมไหลเวียนไปตามอวัยวะต่างๆ ได้ดีขึ้น

สาเหตุมาจากการออกแรงในการกำมือหรืองอนิ้วบ่อยๆ จนทำให้เกิดการหนาตัวของปลอกหุ้มเส้นเอ็นจนกดรัดการเคลื่อนไหวของเส้นเอ็น โรคนี้พบบ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายและพบมากในช่วงอายุ 30-60 ปี มักเกิดกับมือข้างถนัดที่ใช้งาน

ท่าทางในการนั่ง ยืน นอน และเดินที่ถูกต้อง สามารถป้องกันและคลายความปวดเมื่อยตามร่างกายได้เป็นอย่างดี

กลุ่มอาการของโรคที่เกิดขึ้นบริเวณไขสันหลัง รากประสาท และระบบไหลเวียนเลือดที่ระดับคอ จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดบริเวณศีรษะ คอ หัวไหล่ แขน หรือหน้าอก

ทำไมหมอจีนจะต้องแมะที่ข้อมือ คุณหมอฟังชีพจรอะไร? ชีพจรสองข้างเหมือนกันหรือไม่ แมะแล้วบอกได้เลยหรือไม่ว่าเป็นโรคอะไร? น่าเชื่อถือหรือ?