Last updated: 7 ก.ย. 2569 | 15 จำนวนผู้เข้าชม |
“สมองเสื่อม ทางการแพทย์แผนจีน”
โรคสมองเสื่อม (Dementia) คือ สมองมีความเสื่อมถอยลง เซลล์สมองตาย ทำให้เนื้อสมองฝ่อลง อาการหลักๆผู้ป่วยจะมีปัญหาในการ คิด จำ แก้ปัญหา พฤติกรรม การสื่อสาร แสดงออกทางอารมณ์ ตามตำแหน่งของสมองที่เกิดความเสื่อม
โรคสมองเสื่อมสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท ที่พบบ่อยที่สุดคือ กลุ่มอัลไซเมอร์ มีอาการสูญเสียความทรงจำแบบค่อยเป็นค่อยไปมากขึ้นตามลำดับ สัญญาณ คือ การลืมเหตุการณ์ ลืมการสนทนาหรือกิจวัตรประจำวัน หลังจากนั้นผู้ป่วยอาจสูญเสีย การตัดสินใจ การวางแผน และการช่วยเหลือตนเอง ซึ่งเกิดจากเสื่อมของสมองส่วนHippocampus ที่มีความเกี่ยวข้องกับการสร้างความทรงจำใหม่ๆ และเหตุการณ์ในชีวิตเป็นหลัก
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้สมองเสื่อม สามารถแบ่งออกได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ๆคือ
1.ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถปรับแก้ไขได้ ได้แก่ พันธุกรรม อายุที่มากขึ้น โรคประจำตัว และมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
2.ปัจจัยเสี่ยงที่สามารถปรับแก้ไขได้ ได้แก่ การศึกษาต่ำ การสูญเสียการได้ยินและการมองเห็น ภาวะซึมเศร้า และโดดเดี่ยวทางสังคม เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ป่วยขาดการกระตุ้นและใช้สมอง เมื่อสมองขาดการกระตุ้นใช้งาน และทำให้เซลล์ประสาทเสื่อมถอยลงได้
ภาวะอ้วน คอเลสตอรอลสูง การสูบบุหรี่หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศก็ทำให้เกิดความเสี่ยงโรคประจำตัวได้
การบาดเจ็บที่ศีรษะ ทำให้เส้นประสาทในสมองได้รับการกระทบกระเทือน เกิดการอักเสบในสมองและทำให้สมองฝ่อหรือเสื่อมลงได้เร็วขึ้น
การนอนหลับไม่เพียงพอ เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้สมองเสื่อมได้เร็วขึ้น
การทำงานของสมองในทางการแพทย์แผนจีน
ในทางการแพทย์แผนจีน การทำงานของอวัยวะในร่างกายประสานกันได้ดี จะทำให้สมองทำงานได้ดี
-สมอง เป็นทะเลแห่งไขกระดูก (髓) ถ้ามีน้อยจะทำให้การทำงานสมองไม่เต็มที่
-ไต เป็นรากฐาน เก็บสารจำเป็นจิง(精) ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็น ไขกระดูก (髓)
-หัวใจ ควบคุมเสิน (神) เป็นตัวหลักในการมีสติ รับรู้ การจดจ่อ
-ม้าม ช่วยในการสร้างและส่ง ชี่และเลือด และช่วยสร้างสารจำเป็นจิง (精) ส่งไปเก็บที่ไต

โรคสมองเสื่อมในทางการแพทย์แผนจีนใกล้เคียงกับโรค 痴呆
อาการหลัก คือ ความจำไม่ดี หลงลืม (健忘) ความเฉลียวฉลาดลดลง พฤติกรรมเปลี่ยนไป ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มอาการโรคได้คร่าวๆคือ
1.ไตพร่อง ไขสมองพร่อง (肾精亏虚) หลงลืม ร่วมกับ เวียนศีรษะ หูอื้อ ปวดเมื่อยเอวและเข่า เดินไม่มั่นคง
2.หัวใจและม้ามพร่องทั้งคู่ (心脾两虚证) หลงลืมร่วมกับ สมาธิสั้น วอกแวกง่าย เหนื่อยง่าย ไม่อยากพูดจา หน้าซีด ใจสั่น นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ท้องอืดถ่ายเหลว
3.เสมหะอุดกั้นทวารสมอง (痰浊阻窍) อ่อนเพลีย นอนบ่อย ตอบสนองช้า พูดจากติดขัด ไม่ค่อยพูด เบื่ออาหาร ศีรษะหนักๆ เสมหะมาก เซื่องซึม
4.เลือดคั่งอุดกั้นสมอง (瘀血阻络) ความจำแย่ลง หงุดหงิดง่าย ก้าวร้าว รุนแรง นอนไม่หลับ หน้า ตาแดง ท้องผูก
การรักษา
ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาโรคสมองเสื่อมให้หายขาดได้ เนื่องจากเซลล์สมองตายทำให้ไม่สามารถฟื้นเซลล์นั้นๆขึ้นมาได้ แต่สามารถป้องกันไม่ให้เป็นรุนแรงมากขึ้นหรือไม่ให้การเสื่อมหรือตายของเซลล์สมองลุกลามมากขึ้นได้ การรักษาด้วยวิธีการแพทย์แผนจีน จะใช้การรักษาตามกลุ่มอาการของคนไข้ โดยจะใช้ ยาจีน การฝังเข็ม รมยา หรือการนวดทุยหนา เพื่อบำรุงม้ามและไต เพื่อให้สารจำเป็นจิง ชี่ และเลือดเพียงพอ สร้างไขกระดูกขึ้นไปบำรุงสมองได้
แนวทางการป้องกัน เนื่องจากโรคสมองเสื่อม ไม่สามารถรักษาได้ การป้องกันไม่ให้เกิดโรคสมองเสื่อมจึงดีกว่า
1.นอนพักผ่อนให้เพียงพอ เนื่องจากการกำจัดของเสียในสมองและการซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ จะทำได้ดีเมื่อนอนหลับลึก
2.ดื่มน้ำให้เพียงพอ การกำจัดของเสียในสมองต้องใช้น้ำให้เพียงพอ
3.เลี่ยงความเครียด หรือกิจกรรมที่ทำให้ตกใจกลัวมากเกินไป ความเครียดกระตุ้นให้ชี่ติดขัด ตกใจกลัวมากไปทำให้ไตพร่อง
4.หายใจเข้าออกลึกๆ ช่วยกระตุ้นการทำงานของไต ทางการแพทย์แผนจีน ไต มีหน้าที่ช่วยในการหายใจให้ลึก การหายใจที่ลึก จะช่วยกระตุ้นการทำงานของไตได้ดี
5.งดสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า
6.รับประทานอาหารให้ครบหมู่ เลี่ยงการกินรสจัด และของมัน
7.หากิจกรรมใหม่ๆทำ พูดคุยสื่อสาร หรือออกจากบ้าน เพื่อกระตุ้นสมองให้ทำงาน ลดการเสื่อมถอยของเซลล์ต่างๆ
8.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยการออกกำลังต้องเหมาะสมกับช่วงอายุนั้นๆ
______________________________________________
บทความโดย
แพทย์จีน ธิติ นิลรุ่งรัตนา (หมอจีนหลิน เจีย เฉิง)
林嘉诚 中医师
TCM. Dr. Thiti Nilrungratana (Lin Jia Cheng)
เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ พจ. 1355
แผนกคลินิกฟื้นฟูอัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคทางระบบประสาท
คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
3 พ.ย. 2568
3 พ.ย. 2568