Last updated: 23 ก.ย. 2569 | 17 จำนวนผู้เข้าชม |
อาการอ่อนแรง หรือ พูดไม่ชัดเป็นอาการที่สามารถสังเกตพบได้ง่ายในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองโดยส่วนใหญ่ แต่ยังมีหลายอาการที่สังเกตเห็นได้ยากกว่า เช่น มีอาการหลงลืม ไม่มีสมาธิ หรือมีอารมณ์ที่แปลกไปจากเดิม โดยอาการเหล่านี้เรียกว่า “การรู้คิดบกพร่องจากโรคหลอดเลือดสมอง”
"การรู้คิด" หมายถึง กระบวนการทางสมอง หรือ กระบวนการที่สมองมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ข้อมูล หรือ สภาพแวดล้อมรอบตัวต่าง ๆ จัดเป็นความสามารถในการคิดและการเรียนรู้โดยมีสมองทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประมวลผลข้อมูลที่รับเข้ามาจากอวัยวะรับสัมผัสต่างๆ
ทักษะการรู้คิดแบ่งออกเป็น 5 ด้านหลัก โดยแต่ละด้านมีหน้าที่ประมวลผลข้อมูลแตกต่างกันดังนี้:
1. การรับรู้: ทำหน้าที่แปลความหมายข้อมูลที่ได้รับจากสิ่งแวดล้อมผ่านทางอวัยวะรับสัมผัส ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวหนัง ผ่านระบบประสาทเพื่อนำไปสู่การรับรู้
2. ความจดจ่อ: ทำหน้าที่เลือกให้ความสำคัญกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งในขณะที่ไม่สนใจสิ่งอื่น แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ ความต่อเนื่องของสมาธิ การเลือกจดจ่อกับสิ่งที่จะให้ความสนใจ และ การแบ่งความสนใจเพื่อทำหลายสิ่งพร้อมกัน
3. ความจำ: รวมไปถึงการจดจำข้อมูล และทบทวนความจำต่างๆ สามารถแบ่งเป็นความจำระยะสั้น และความจำระยะยาว
4. ภาษา: ทำหน้าที่เรียนรู้และใช้ระบบสัญลักษณ์ที่มีความซับซ้อนเพื่อการสื่อสารของบุคคล ทั้งการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน
5. การคิดวิเคราะห์ : คือการประมวลผลข้อมูลในสมองเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ แบ่งเป็นการคิดขั้นพื้นฐาน เช่นความเข้าใจ การประยุกต์ใช้ และการคิดขั้นสูง เช่นความคิดสร้างสรรค์ การใช้วิจารณญาณ และความคิดเชิงระบบ
โรคหลอดเลือดสมองทำให้การรู้คิดเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
โรคหลอดเลือดสมอง ทั้งชนิดหลอดเลือดสมองอุดตันหรือหลอดเลือดสมองแตก ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือด ออกซิเจน ไปเลี้ยงเซลล์สมองลดลง ส่งผลให้เซลล์ประสาทในสมองได้รับความเสียหาย ทำให้เกิดภาวะความรู้คิดบกพร่องจากหลอดเลือดสมอง (VCI) ซึ่งมีตั้งแต่ภาวะการรู้คิดบกพร่องเล็กน้อย (Vascular Mild Cognitive Impairment / VaMCI) ที่กระทบการคิด ความจำ สมาธิ และภาษา แต่ยังไม่กระทบการดำเนินชีวิตประจำวัน ไปจนถึงภาวะสมองเสื่อมจากหลอดเลือดสมอง (Vascular Dementia / Major VCI) ที่มีอาการรุนแรงกระทบการดำเนินชีวิต เมื่อสมองส่วนประมวลผลเสียหาย ผู้ป่วยจะมีอาการบกพร่องและพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปเช่น
• ความคิดและการบริหารจัดการลดลง: สมองประมวลผลช้าลง ขาดการจัดระเบียบความคิด ขาดความสามารถในการวางแผน ขาดตรรกะเหตุผลในการตัดสินใจ สับสน และลังเลไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรต่อ
• ความจำและสมาธิแย่ลง: มีอาการหลงลืม นึกข้อมูลไม่ออก ความจำระยะสั้นและระยะยาวบกพร่อง และขาดสมาธิในการจดจ่อ
• การสื่อสารและภาษาไม่คล่อง: นึกคำพูดไม่ออก มีปัญหาในการหาคำศัพท์ที่ถูกต้อง พูดช้าลง หรือตอบสนองช้า
• พฤติกรรมและอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลง: แสดงอาการกระสับกระส่าย กระวนกระวาย เกิดภาวะซึมเศร้า หรือแสดงท่าทีเฉยชาต่อสิ่งรอบข้าง
ซึ่งอาการเหล่านี้มักพบร่วมกับอาการอื่นๆเช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก ปากเบี้ยวเป็นต้น โดยอาจเกิดขึ้นทันทีหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง หรือค่อย ๆ ถอยลงเป็นลำดับตามจำนวนครั้งของการเกิดหลอดเลือดสมองอุดตันซ้ำ
มุมมองของการแพทย์แผนจีนต่อการรู้คิด
ในทางการแพทย์แผนจีน ภาวะความรู้คิดบกพร่องจากหลอดเลือดสมองถูกจัดอยู่ในกลุ่มโรค "สมองเสื่อม" (痴呆) และ "หลงลืม" (健忘) โดยมองว่าการรู้คิดมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ "เสิน" (神) หรือจิตวิญญาณ และเรียกสมองว่าเป็น "ที่ตั้งแห่งหยวนเสิน" (脑为元神之府) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมอู่เสิน(五神) (จิตวิญญาณทั้ง 5) เพื่อปรับสมดุลอินหยางของอวัยวะตันกลวงและร่างกาย จิตวิญญาณทั้ง 5 (五神 - อู่เสิน) ถูกจัดเก็บอยู่ในอวัยวะตันทั้งห้า และทำหน้าที่เกี่ยวกับการรู้คิดดังนี้:
1. หัวใจเก็บเสิน (心藏神): ควบคุมการรับรู้และการตัดสินใจ
2. ปอดเก็บพั่ว (肺藏魄): ควบคุมการรับรู้ทางประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหวของร่างกาย
3. ตับเก็บหุน (肝藏魂): เกี่ยวข้องกับการคิด การวางแผน และอารมณ์
4. ม้ามเก็บอี้ (脾藏意): เกี่ยวข้องกับความคิด สมาธิ และความจำระยะสั้น
5. ไตเก็บจื้อ (肾藏志): เกี่ยวข้องกับความตั้งใจ การควบคุมพฤติกรรม และความจำระยะยาว
กลไกการเกิดโรค: เกิดจากปัจจัยก่อโรค ได้แก่ "ลม ไฟ เสมหะ และเลือดคั่ง" ขึ้นไปรบกวนทวารสมอง ทำให้ทวารสมองถูกอุดกั้น (脑窍闭阻) เสินถูกอำพรางอยู่ภายในจึงไม่สามารถควบคุมกำกับชี่ได้ ส่งผลให้สมองเสียหาย สูญเสียความทรงจำ และบกพร่องทางการรับรู้ โดยกลุ่มอาการหลักที่พบได้บ่อย ได้แก่:
• กลุ่มอาการไตและสารจิงพร่อง (肾精亏虚): สารจิงในไตไม่เพียงพอไปสร้างไขกระดูกและบำรุงสมอง ทำให้การทำงานของสมองแย่ลง สติปัญญาและความรู้คิดบกพร่อง
• กลุ่มอาการชี่พร่องร่วมกับเลือดคั่ง (气虚血瘀): พลังชี่ไม่มีแรงส่งเลือด ทำให้เลือดคั่งติดขัด ผู้ป่วยมีอาการพูดช้า ตอบสนองช้า เหม่อลอย หน้าและริมฝีปากแดงคล้ำ ลิ้นม่วงคล้ำมีจุดเลือดคั่ง อ่อนเพลียไม่มีแรง
• กลุ่มอาการเสมหะชื้นอุดกั้นเส้นลมปราณ (痰湿阻络): ความชื้นมีคุณสมบัติหนักและขุ่นสกปรก นานวันเข้ากลายเป็นเสมหะทำให้ม้ามพร่อง อุดกั้นเส้นลมปราณและทวารสมอง ทำให้ศีรษะหนัก ตัวหนัก แขนขาหนักล้า ง่วงซึม เชื่องช้า และหลงลืม
แนวทางการรักษาทางการแพทย์แผนจีน
การรักษาทางการแพทย์แผนจีนมุ่งเน้นการปรับสมดุลอวัยวะภายใน ขจัดการอุดกั้น ฟื้นฟูเสิน และกระตุ้นทักษะการรู้คิด ซึ่งสามารถใช้ควบคู่กับการการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบันได้
1) การใช้ยาสมุนไพรจีน
• จากการตรวจวิเคราะห์กลุ่มอาการต่างๆของผู้ป่วย
2) การฝังเข็ม โดยมีเทคนิคที่ใช้ได้ผลดี เช่น
• การฝังเข็มทะลวงเส้นลมปราณตูและปรับเสิน (通督调神)
• การฝังเข็มปลุกสมองเปิดทวาร (醒脑开窍)
• การฝังเข็มศีรษะสำนักจิ้น (靳三针)
3) การรมยา (艾灸-麦粒灸)
ซึ่งเหมาะกับผู้ป่วยที่มีภาวะความเย็นหรือความชื้นสะสมในร่างกายโดยจะใช้บริเวณจุดฝังเข็มต่างๆเพื่อเสริมประสิทธิภาพการรักษา
ภาวะความรู้คิดบกพร่องจากหลอดเลือดสมองมีอาการที่หลากหลาย และ สังเกตค่อนข้างยาก จึงต้องอาศัยการสังเกตจากญาติที่ใกล้ชิดว่าผู้ป่วยมีภาวะเหล่านี้หรือไม่ เพื่อรีบเข้ารับการรักษา เพราะการปล่อยไว้อาจทำให้อาการแย่ลงได้
อ้างอิง
ปณิตา กาสมสัน, พีระพงศ์ เลิศนิมิตพันธ์, ธิติ นิลรุ่งรัตนา, พัลลภ อ่อนแก้ว, กฤษฎากรณ์ ศรีสาคร. การรักษาภาวะความรู้คิดบกพร่องจากหลอดเลือดสมองด้วยการแพทย์แผนจีน. วารสารการแพทย์แผนจีนในประเทศไทย. 2567;3(2):280-90.
______________________________________________
บทความโดย
ดร.พจ. พีระพงศ์ เลิศนิมิตพันธ์ (หมอจีน เฉิน เจียง เฉิง)
陈江成 资深中医师
TCM. Dr. Peeraphong Lertnimitphun (Chen Jiang Cheng)
เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ พจ. 724
คลินิกฟื้นฟูอัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคทางระบบประสาท
คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
22 ก.ย. 2569
22 ก.ย. 2569
23 ก.ย. 2569