สารพันคำถามโรคมะเร็ง

สารพันคำถามโรคมะเร็ง

ปัจจัยอะไรที่กระตุ้นทำให้เกิดมะเร็ง?

ปัจจัยเสี่ยงที่เป็นตัวกระตุ้นได้แก่ การได้รับรังสีสารเคมี  มีพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะหรือไม่ถูกต้อง  ปัจจัยทางพันธุกรรม  การดำเนินชีวิต และสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่และสังคมรอบๆตัวเรา การติดเชื้อบางชนิด ความเครียด ซึ่งปัจจัยต่างๆเหล่านี้กระตุ้นให้เซลล์เกิดความผิดปกติและกลายไปเป็นมะเร็งในที่สุด


มะเร็งถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือการติดเชื้อได้หรือไม่?

มะเร็งเกิดจากการที่เซลล์ปกติพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ที่ผิดปกติและกลายเป็นมะเร็งในที่สุด ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ส่วนใหญ่มักจะเจอในเด็กที่เกิดมาแล้วเป็นมะเร็งตั้งแต่ยังเด็ก หรืออีกประเภทหนึ่งมีคนในครอบครัวเป็นก็อาจจะมีโอกาสเป็นได้มากกว่าคนอื่น แต่ก็ต้องอาศัยปัจจัยเสี่ยงเป็นตัวกระตุ้น มะเร็งนั้นไม่ใช่โรคติดต่อ แต่เชื้อโรคบางชนิดที่ติดต่อทางพันธุกรรม ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของโรคมะเร็งได้ อาทิ เชื้อไวรัสตับอักเสบ บีและซี ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคตับแข็งและมะเร็งตับ


มะเร็งกระจายไปตามส่วนต่างๆในร่างกายด้วยวิธีใดบ้าง?

มะเร็งจะกระจายและแผ่ขยายด้วย 4 เส้นทาง คือ
1.การแผ่ขยายอนาเขตในบริเวณข้างเคียง
2.อาศัยระบบนํ้าเหลืองพาไป
3.อาศัยเส้นเลือดส่งผ่านไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย
4.การปลูกถ่ายอวัยวะ


ระบบภูมิต้านทานโรคเกี่ยวข้องยังไงกับมะเร็ง?

ในร่างกายของมนุษย์ทุกคนมีเซลล์มะเร็งเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่สิ่งที่คอยกำจัดเซลล์มะเร็งที่เกิดขึ้นนั้นคือระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเรานั่นเอง หากเรามีระบบภูมิคุ้มกันที่ดี ร่างกายแข็งแรงก็ยากที่เซลล์มะเร็งจะเจริญเติบโตขึ้นมาได้ แต่หากเราร่างกายอ่อนแอภูมิคุ้มกันไม่สามารถกำจัดเซลล์มะเร็งได้ทัน หรือมีปัจจัยจากภายนอกเข้ามากระตุ้นให้เซลล์มะเร็งเกิดมากขึ้นจนเกินความสามารถในการกำจัดเซลล์มะเร็งของร่างกาย ร่างกายก็จะเกิดมะเร็งขึ้นมาได้


เซลล์มะเร็งที่เจริญเติบโตจนถึงระดับหนึ่งมักจะสร้างสารต่างๆออกมาทำให้ระบบภูมิคุ้มกันหรือระบบต้านทานโรคของเราผิดปกติ และทำให้เราเกิดอาการผิดปกติต่างๆเช่นไม่อยากอาหาร นอนไม่หลับ น้ำหนักลดเป็นต้น นอกจากนี้ ในคนปกติถ้าหากพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำงานหนัก ภาวะเครียดต่างๆก็ส่งผลให้ระบบภูมิต้านทานโรคต่ำลงทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งได้ง่าย


สัญญาณเตือนที่เราต้องให้ความใส่ใจและให้ความสำคัญเป็นพิเศษ?

ส่วนใหญ่โดยมากมักจะไม่ค่อยสังเกตุอาการ เนื่องจากอาการในช่วงแรกของผู้ป่วยมะเร็งจะไม่ค่อยแสดงอาการ เมื่อเป็นมากถึงจะไปพบแพทย์แต่ก็สายไป ดังนั้นจึงควรสังเกตอาการเมื่อมีความผิดปกติ เช่น อยู่ๆน้ำหนักลดมากจนผิดสังเกตโดยไม่รู้สาเหตุ เบื่ออาหาร  กลืนลำบาก ย่อยไม่ค่อยดี  คลำเจอก้อนแข็งตามส่วนต่างๆของร่างกาย เช่น  เต้านม ใต้รักแร้ คอ เป็นต้น  หรือมีเลือดออกผิดปกติ ไอแห้งเรื้อรังอาจมีเสมหะปนเลือด เป็นต้น เมื่อพบอาการผิดปกติควรจะไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาแต่เนิ่นๆ


ทำไมคนเป็นมะเร็งน้ำหนักลด?

เนื่องจากเซลล์มะเร็งจะสร้างสารขึ้นแล้วทำให้ระบบต่างๆในร่างกายทำงานผิดปกติ อีกทั้งอาจเกิดการที่ก้อนมะเร็งที่เกิดขึ้นอาจไปขัดขวางทางเดินอวัยวะทำงานผิดปกติ ส่งผลทำให้ผู้ป่วยกินไม่ลง หรือกลืนลำบาก เบื่ออาหาร ร่างกายจึงขาดการหล่อเลี้ยงบำรุง และน้ำหนักลงลดในที่สุด


มีวิธีป้องกันการเกิดมะเร็งหรือไม่ ?

สามารถป้องกันได้ถ้าเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องทั้งอาหาร การกิน การเป็นอยู่ กินอาหารที่มีประโยชน์ใหม่และสดเน้นผักผลไม้ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ รู้จักผ่อนคลายจิตใจอารมณ์  ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 


การแพทย์แผนจีนรักษามะเร็งอย่างไร?

แพทย์แผนจีนรักษาโดยคำนึงถึงสภาพร่างกายแบบองค์รวม เน้นปรับสมดุลร่างกาย แพทย์จีนคิดว่ามะเร็งเกิดจากการที่ร่างกายอ่อนแอ ทำให้ปัจจัยภายนอกกระทบสู่ภายใน ทำให้เกิดมีเสมหะ ความชื้น พิษ ทำให้เลือดลมติดขัดอุดกั้น จนก่อตัวเป็นมะเร็งในที่สุด โดยในการรักษาจะใช้ยาสมุนไพรจีนเป็นวิธีหลัก เพื่อสลายเสมหะ ขจัดความชื้น ขจัดพิษ สลายเลือดคั่ง และปรับการทำงานของอวัยวะต่างๆให้เป็นปกติ  โดยคำนึงถึง “คุณภาพชีวิตและจิตใจ” “การอยู่ร่วมกันกับมะเร็งอย่างเป็นสุข” “การยืดชีวิตให้ยืนยาว” เป็นสำคัญ  


รักษามะเร็งด้วยแผนปัจจุบันร่วมกับแผนจีนได้หรือไม่?

ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีนไปพร้อมๆกับแผนปัจจุบันได้จะช่วยลดผลข้างเคียงจากการผ่าตัด คีโม ฉายรังสี ช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกาย อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นอีกด้วย   ซึ่งในการรักษาแต่ละขั้นตอนนั้นการใช้สมุนไพรจีนรักษาไม่เหมือนกันโดยช่วงก่อนและหลังการรักษาจะเน้นการเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย ต้านมะเร็งเป็นสำคัญ  ส่วนในช่วงหลังผ่าตัดจะให้สำคัญกับการบำรุงเลือดและชี่สลายเลือดคั่งเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกาย   ช่วงที่ทำคีโมเน้นปรับสมดุลการทำงานของระบบย่อย  ลดอาการข้างเคียงและฟื้นฟูร่างกายเป็นหลัก  ช่วงที่ฉายแสงเน้นเสริมอินระบายความร้อน เพิ่มสารน้ำเพื่อลดอาการข้างเคียงและฟื้นฟูร่างกาย    


แพทย์แผนจีนสามารถตรวจแล้วรู้ว่าเป็นมะเร็งได้หรือไม่?

หลายคนมักมีคำถามว่าแมะแล้วรู้ได้หรือไม่ว่าเป็นมะเร็ง คำตอบคือไม่สามารถบอกได้แน่ชัด แต่สามารถบอกได้ถึงการทำงานของอวัยวะใดบ้างที่ผิดปกติ เลือดและลมปราณไหลเวียนเป็นปกติหรือไม่อย่างใด นั่นคืออาจจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นของการที่ร่างกายเป็นไม่ปกติเท่านั้น แต่ถ้าปล่อยไว้ไม่ดูแลสุขภาพก็อาจจะพัฒนากลายเป็นโรคร้ายต่างๆได้  ซึ่งในการจะบอกว่าเป็นมะเร็งหรือไม่นั้นอาจจะต้องมีข้อมูลประกอบอื่นๆด้วยเช่นอาการสำคัญ หรือในทางที่ดีถ้ามีอาการบงชี้ผิดปกติควรจะไปตรวจด้วยการแพทย์แผนปัจจจุบันร่วมด้วยจะดีที่สุด


เป็นมะเร็งแล้วรักษาแต่แผนจีนอย่างเดียวเลยได้หรือไม่?

การรักษาโรคมะเร็งในทางที่ดีควรจะรักษาไปควบคู่กันกับแผนปัจจุบันจะได้ผลการรักษาที่ดีกว่าใช้แผนจีนรักษาอย่างเดียว   แต่สำหรับในผู้ป่วยที่สูงอายุหรือร่างกายอ่อนแอมากจนไม่สามารถรักษาด้วยแผนปัจจุบันได้  สามารถรับการแพทย์แผนจีนอย่างเดียวได้เพื่อประคับคองอาการ บรรเทาอาการและความเจ็บปวดต่างๆ ยกระดับคุณภาพชีวิต ยืดชีวิตให้ยืนยาว


ทำไมผู้ป่วยมะเร็ง หรือผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงเป็นมะเร็งจึงควรปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตใหม่?  

มะเร็งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการกิน การใช้ชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่เหมาะสม บางครั้งเราอาจละเลยไป  ประกอบกับสภาพสังคมที่เร่งรีบเคร่งเครียดในปัจจุบัน  ซึ่งสิ่งเหล่านี้สั่งสมเป็นเวลานานทำให้สภาพร่างกายแปรเปลี่ยนไปจนทำให้เกิดโรคต่างๆตามมาในที่สุดไม่เว้นแม้แต่มะเร็ง ดังนั้นเราทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นมะเร็งอยู่หรือผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต้องสัมผัสใกล้ชิดกับสารเคมีรังสีหรือมีประวัติโรคทางกรรมพันธุ์ จึงควรอย่างยิ่งที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ เพื่อให้อวัยวะร่างกายทำงานเป็นปกติดีขึ้น  ไม่ควรรอให้ป่วยก่อนแล้วถึงปรับพฤติกรรมซึ่งนั่นอาจมะไม่ทันการเสียแล้ว


สภาพจิตใจทำไมจึงมีความสำคัญต่อผู้ป่วยมะเร็ง?

ในทางการแพทย์แผนจีนกล่าวไว้ว่า อารมณ์เป็นบ่อเกิดแห่งโรคต่างๆ  อารมณ์ที่แปรปรวนเช่นหงุดหงิดโมโห เศร้าโศรก เก็บกดครุ่นคิดมากเกินไปทำให้เกิดโรคได้ สำหรับในผู้ป่วยมะเร็งยิ่งถ้ามีอารมณ์เครียดสะสม เศร้าโศรกเสียใจมากเกินไปจะยิ่งทำให้ภูมิคุ้มกันโรคอ่อนแอลง เป็นผลให้โรคร้ายโจมตีได้ง่ายยิ่งขึ้น ดังนั้นเราควรผ่อนคลายจิตใจ ปล่อยวาง หากิจกรรมที่ชอบทำบ้างเช่นเดินเล่น เดินออกกำลังกายตามสวนสาธารณะ ร้องเพลง  เต้นรำ เพื่อช่วยผ่อนคลายอารมณ์ได้ การหลีกเลี่ยงภาวะความเครียดอาจจะยากแต่เราสามารถลดหรือคลายความเครียดได้


ผู้ป่วยมะเร็งหลังการรักษาทำไมจึงต้องตรวจร่างกายซ้ำบ่อยๆเป็นระยะๆ?

การรักษาผู้ป่วยมะเร็งค่อนข้างยาวนาน และถึงแม้จะเป็นแค่ระยะแรกเริ่มผ่านการรักษาผ่าตัด หรือผู้ที่ผ่านการคีโมฉายแสงไปเรียบร้อยแล้ว ก็ยังต้องระวังเพราะมีโอกาสที่ยังมีเซลล์มะเร็งหลงเหลือทำให้กลับขึ้นมาเป็นมะเร็งได้อีก ดังนั้นจึงต้องเฝ้าระวังเป็นระยะในช่วงแรกอาจจะทุก3เดือน หรืออย่างน้อยครึ่งปี ช่วงหลังอาจจะตรวจปีละครั้ง เพื่อจะได้ติดตามอาการและรักษาได้ทันท่วงที  ซึ่งการตรวจร่างกายพื้นฐานได้แก่ การตรวจเลือดทั่วไป การตรวจอุจจาระ-ปัสสาวะ  การตรวจค่ามะเร็ง การตรวจx-ray / CT / ultrasound เป็นต้น


ผู้ป่วยมะเร็งทานอาหารอะไรได้บ้าง?

ผู้ป่วยมะเร็งอันดับแรกต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารซะก่อน แน่นอนเลยควรหลีกเลี่ยงพวกอาหารหมักดอง ปิ้งย่าง ทอดๆมันๆ ของเย็นๆ หลีกเลี่ยงพวกเนื้อแดง ควรทานผักผลไม้ให้หลากหลาย เนื้อสัตว์ควรเลือกทานพวกเนื้อปลา หรือเนื้อหมูได้แต่ไม่เอาที่ติดมัน  สำหรับไก่ และมะพร้าวในผู้ป่วยมะเร็งที่มดลูก หรือเต้านมไม่ควรทานมากเกินไป ทั้งนี้อาจต้องให้แพทย์ที่ให้การรักษาแนะนำเพราะว่าแต่ละคนอาจมีข้อจำกัดที่แตกต่างกันไปด้วย


ผู้ป่วยมะเร็งทานอาหารเสริมต่างๆดีหรือไม่?

ผู้ป่วยมะเร็งถ้าหากทานอาหารได้ควรเลือกทานอาหารจากธรรมชาติปรุงสดๆใหม่จะดีที่สุด แต่เนื่องจากผู้ป่วยบางคนที่ทานอาหารไม่ค่อยได้ หรือมีภาวะขาดสารอาหาร อาจเลือกรับประมาณอาหารเสริมต่างๆได้ตามความเหมาะสมหรือตามคำแนะนำของแพทย์ และควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เชื่อถือได้ ในทางที่ดีควรศึกษาให้ละเอียดก่อนซื้อหรือรับประทาน


ผู้ป่วยมะเร็งช่วงที่ฟื้นฟูร่างกายออกกำลังกายได้ไหม?

การมีชีวิตที่ดีควรหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอและเหมาะสมสำหรับแต่ละคน เช่น วิ่งจ๊อกกิ้งหรือเดินออกกำลังกาย  รำชี่กงไทเก็ก  เป็นต้น  เนื่องจากสภาพร่างกายและโรคของแต่ละคนไม่เหมือนกัน  เช่นผู้ป่วยที่เกี่ยวกับปอดหลังการผ่าตัดหรือรักษาไม่ควรไปเดินปีนเขา ว่ายน้ำเพราะอาจทำให้อาการกำเริบได้  การออกกำลังกายที่เหมาะสมจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันโรคแข็งแรงมากขึ้น นอนหลับสบายและเพิ่มความอยากอาหารได้ แต่ไม่ควรออกกำลังหนักหรือเหนื่อยจนเกินกำลัง   


ทานยาจีนบำรุงร่างกายจะเป็นการไปบำรุงก้อนมะเร็งไหม?

สรรพคุณบำรุงของยาสมุนไพรจีนนั้นจะไปเพิ่มความสามารถในการต้านทานโรคของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเรา เมื่อระบบภูมิคุ้มกันมีประสิทธิภาพก็ยากที่ก้อนมะเร็งจะเจริญเติบโตขึ้นมาได้ ด้วยรูปแบบทางสรีระของก้อนมะเร็งที่ไม่เหมาะสมทำให้ก้อนมะเร็งไม่สามารถนำเอาสรรพคุณบำรุงของยาจีนมาใช้ในการเจริญเติบโตได้


หากผู้ป่วยมะเร็งมีอาการปวดเมื่อยห้ามนวดจริงหรือ?

เป็นความจริง เนื่องจากมะเร็งหลายชนิดอาทิ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มักมีการกระจายไปตามกระดูกส่วนต่างๆของร่างกาย ทำให้มีอาการปวดเมื่อย เช่น ปวดหลัง ปวดหัวไหล่ ปวดขาแขน เป็นต้น โดยหากมะเร็งได้กระจายไปที่กระดูกแล้ว กระดูกส่วนนั้นๆจะมีความเปราะบางอย่างมาก จึงไม่ควรนวดหรือกดคลึงในบริเวณดังกล่าวเพราะจะทำให้กระดูกหักได้


ผู้ป่วยมะเร็งสามารถฝังเข็มรักษาได้หรือไม่?

แนวทางหลักในการรักษาโรคมะเร็งด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีนนั้น จะเน้นการใช้ยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาหลัก สำหรับการฝังเข็มสามารถใช้เป็นวิธีเสริมได้บางกรณี  โดยสามารถช่วยลดผลข้างเคียงจากการรักษาด้วยแผนปัจจุบัน เช่น ผลข้างเคียงจากคีโม เหนื่อยอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ การขับถ่ายผิดปกติ เป็นต้น หรือช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดจากมะเร็งต่างๆ


บทความโดย แพทย์จีน อรกช มหาดิลกรัตน์
แผนกอายุรกรรมโรคมะเร็ง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง