โรคนิ้วล็อค Trigger Finger

โรคนิ้วล็อค Trigger Finger

โรคนิ้วล็อค Trigger Finger เกิดจากการหนาตัวของปลอกหุ้มเส้นเอ็น (A1 pulley) ซึ่งอยู่ตรงกับหัวกระดูกฝ่ามือ (metacapal head - MC head) ด้านฝ่ามือ เมื่อปลอกหุ้มเส้นเอ็นหนาตัวเกิดการตีบแคบทำให้เกิดการขัดขวางการเคลื่อนไหวของเส้นเอ็นงอนิ้วมือทำให้การเคลื่อนที่ของเส้นเอ็นงอนิ้วมือลดลง ทำให้ผู้ป่วยใช้งานไม่สะดวกเกิดความทุกข์ทรมาน โรคนี้พบบ่อยในผู้หญิง โรคนิ้วล็อคสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ โรคนิ้วล็อคแต่กำเนิด และโรคนิ้วล็อคในผู้ใหญ่


Cr.Photo : www.bristolhandsurgery.co.uk


โรคนิ้วล็อคแต่กำเนิด  Congenital trigger finger               
ซึ่งปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน พบการเกิดที่นิ้วหัวแม่มือบ่อยกว่านิ้วอื่น ผู้ป่วยจะมีอาการตั้งแต่เด็ก โดยพ่อแม่มักจะพามาพบแพทย์ตอนอยู่ในช่วงอายุประมาณ 3 เดือนถึง 1 ปี ด้วยอาการนิ้วหัวแม่มือติดอยู่ในท่างอข้อนิ้ว (interphalangeal joint)





การรักษาสามารถเริ่มด้วยการยืด ดัด หรือดามนิ้ว ซึ่งพบว่ามีโอกาสประสบความสำเร็จประมาณร้อยละ 30 ในรายที่อาการไม่ดีขึ้นควรพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัดเมื่ออายุประมาณ 1 ปี จากผลการผ่าตัดมักพบการหนาตัวคล้ายปม ( Notta node) เกิดขึ้นที่เส้นเอ็น flexor pollicis longus







โรคนิ้วล็อคที่เกิดในผู้ใหญ่ Adult trigger finger
มีสาเหตุมาจากการออกแรงในการกำมือหรืองอนิ้วบ่อยๆ จนทำให้เกิดการหนาตัวของปลอกหุ้มเส้นเอ็นจนกดรัดการเคลื่อนไหวของเส้นเอ็น โรคนี้พบบ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายและพบมากในช่วงอายุ 30-60 ปี  มักเกิดกับมือข้างถนัดที่ใช้งาน

นิ้วที่เป็นบ่อยได้แก่ นิ้วหัวแม่มือ นิ้วกลางและนิ้วนาง อาจเป็นเพียงนิ้วเดียวหรือเป็นพร้อมกันหลายนิ้วก็ได้และอาจเป็นที่มือข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้างก็ได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาพบแพทย์ด้วยอาการปวดบริเวณโคนนิ้ว บางรายอาจคลำได้ก้อนนูนขึ้นบริเวณ (MC head) ด้านฝ่ามือ เมื่อโรคเป็นมากขึ้น ผู้ป่วยพบว่านิ้วมือติดขัดหรือล็อค เคลื่อนไหวไม่สะดวก โดยเฉพาะตอนเช้าหลังตื่นนอนและมีอาการปวดมาก

อาการและอาการแสดงแบ่งได้เป็น 4 ระยะ

1ST : Inflammation ระยะแรก ระยะอักเสบ
ยังไม่มีอาการสะดุดขณะงอนิ้วมือชัดเจน ผู้ป่วยมีอาการปวดบริเวณฝ่ามือตรงกับ A1pulley บริเวณ MC head ของนิ้วนั้นๆ การตรวจร่างกายพบว่ามีการกดเจ็บบริเวณดังกล่าว แม้เพียงออกแรงกดเบาๆ และเมื่อให้ผู้ป่วยขยับงอหรือเหยียดนิ้ว จะรู้สึกไม่ราบเรียบเหมือนปกติ แต่ยังไม่มีอาการสะดุดชัดเจน (uneven flexion)


2nd : Triggering ระยะที่สอง นิ้วสะดุด
เมื่อพยาธิสภาพเรื้อรังมากขึ้นปลอกเส้นเอ็น A1 pulley จะมีการหนาตัวมากขึ้นทำให้เริ่มมีการขัดขวางการเคลื่อนไหวของเส้นเอ็นที่ใช้ในการงอนิ้วมือชัดเจนขึ้น นอกเหนือจากการกดเจ็บบริเวณ A1 pulley เหมือนระยะแรกแล้วนั้น เมื่อให้ผู้ป่วยงอเหยียดนิ้วที่มีปัญหาสามารถสังเกตเห็นการสะดุด (triggering, snapping) เวลาที่ผู้ป่วยงอและเหยียดนิ้วมือ แต่ผู้ป่วยยังสามารถเหยียดนิ้วออกเองได้ กรณีที่อาการสะดุดไม่ชัดเจนให้ผู้ตรวจใช้นิ้วมือกดบริเวณ A1 pulley ของผู้ป่วยเบาๆ ทำให้เห็นอาการสะดุดชัดเจนขึ้น


3rd : Locking ระยะที่สาม นิ้วล็อค
การเคลื่อนไหวของเส้นเอ็นถูกขัดขวางมากขึ้น จนกระทั่งเกิดการล็อค คือเมื่อให้ผู้ป่วยงอนิ้วลงมาเต็มที่ผู้ป่วยจะไม่สามารถเหยียดนิ้วออกได้เอง ต้องใช้มืออีกข้างช่วยเหยียด(passive extension) ผู้ป่วยบางรายอาจให้ประวัติว่าไม่สามารถงอนิ้วลงมาได้เอง เนื่องจากนิ้วอยู่ในลักษณะท่างอค้างไม่สามารถงอลงมาได้และมีอาการเจ็บปวดมากร่วมด้วย


4th : Flexion Contracture ระยะที่สี่ flexion contracture  
เมื่อพยาธิสภาพเรื้อรังมากขึ้นผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดมากขณะขยับนิ้ว เมื่อใช้งานเกิดการยึดติดของเส้นเอ็นงอนิ้ว flexor digitorum superficialis ซึ่งอยู่ชิดกับปลอกเส้นเอ็น A1 pulley ทำให้ข้อ proximal interphalangeal joint (PIPJ) อยู่ในท่างอ


การรักษาโรคนิ้วล็อคโดยแพทย์แผนจีน

ในทางการแพทย์แผนจีนจะเรียกโรคนิ้วล็อคว่า เป็นการบาดเจ็บของเส้นเอ็นกล้ามเนื้อ ( 伤筋 ) ซึ่งสาเหตุเกิดจากการใช้งานที่หักโหมจนทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ และมีความเย็น ความชื้น ร่วมด้วยมากระทำ อุดกั้นเส้นลมปราณ จึงทำให้ชี่และเลือดเกิดการติดขัดไหลเวียนไม่คล่อง เมื่อชี่และเลือดไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงเส้นเอ็นกล้ามเนื้อได้ จึงทำให้เกิดอาการเจ็บปวดขึ้น

 

 



การรักษาด้วยการทุยหนา (นวดจีน)
หลักการรักษา : คลายเส้นเอ็น ทะลวงเส้นลมปราณ เพิ่มการไหลเวียน สลายเลือดคั่ง
ท่าทางที่ใช้ในการรักษา : การกด การคลึง การเค้น การดัน การถู การเขย่า ฯ

การแช่ยาด้วยสมุนไพรจีน
ช่วยทำให้เส้นเอ็นคลายตัว ทะลวงเส้นลมปราณและ เพิ่มการไหวเวียน สลายเลือดคั่ง การแช่มือสามารถทำได้วันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 20 นาที


ข้อมูลประกอบการรักษาโดย แพทย์จีน ธีรา อารีย์ (หลิน ซี หยวน)
แผนกทุยหนา



เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง