โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (ภูมิแพ้อากาศ)

โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (ภูมิแพ้อากาศ)

อาการที่หลายๆคนเป็นประจำ เป็นบ่อยๆแทบทุกวัน จนคุ้นชิน ตื่นมาก็จาม  จมูกฟุดฟิด ขยี้ตาบ่อย  เป็นหวัดไม่หายสักที น้ำมูกไหลทุกเช้าในวันที่อากาศเย็นชื้น

อาการเหล่านี้ เป็นอาการที่มีคนไข้มาหาหมอแทบทุกวัน บางคนรู้ตัวว่าเป็นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้หรือที่เรียกกันว่า "ภูมิแพ้อากาศ" บางคนก็เข้าใจว่าอาการที่ตนเองเป็นคือเป็นหวัด เนื่องจากมีอาการจาม น้ำมูกไหลเหมือนกัน  แล้วโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ที่แท้จริง มีสาเหตุ อาการเป็นอย่างไร ?



โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ เกิดจากร่างกายสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ แล้วร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนองโดยการสร้างโปรตีนชนิดหนึ่ง เพื่อไปจับกับสารก่อภูมิแพ้ และหลั่งสารฮิสตามีน ซึ่งเป็นสารที่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการอักเสบซึ่งเป็นกระบวนการต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย  เมื่อร่างกายเข้าใจว่าสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ เป็นสิ่งแปลกปลอม เช่น เกสรดอกไม้ ฝุ่น ควัน น้ำหอม ขนหรือรังแคสัตว์ต่างๆ ก็จะจามเพื่อขับสิ่งแปลกปลอมนั้นออกไป เมื่อสัมผัสกับเนื้อเยื่ออวัยวะในระบบทางเดินหายใจ จะส่งผลให้เกิดการแพ้ การอักเสบ ทำให้เกิดอาการไอ เซลล์เยื่อเมือกจะสร้างน้ำมูกมากขึ้น  เส้นเลือดบริเวณจมูกขยาย ทำให้คัน บวม คัดจมูก เมื่อสัมผัสกับเนื้อเยื่อตาทำให้ระคายเคืองตา น้ำตาไหล  ซึ่งบางคนก็จะเข้าใจว่าตัวเองนั้นเป็นหวัด ทำให้รักษาไม่ตรงจุด จึงเป็นๆหายๆ



ในร่างกายคนปกติจะแพ้สารก่อภูมิแพ้ได้น้อยมากหรืออาจจะไม่มีอาการ แต่ผู้ป่วยจมูกอักเสบจากภูมิแพ้นั้นร่างกายจะตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ไวเกินไป จากสถิติของสมาคมโรคภูมิแพ้และอิมมูโนวิทยาแห่งประเทศไทย พบว่าปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคภูมิแพ้มากขึ้นถึง 3-4 เท่า เมื่อเทียบกับ 10 ปีที่ผ่านมา พบในเด็ก 38% และพบในผู้ใหญ่ประมาณ 20%  สาเหตุหลักคือ กรรมพันธุ์ การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกินในปัจจุบัน 

ส่วนสาเหตุตามแพทย์แผนจีนของจมูกอักเสบจากภูมิแพ้นั้น มีสองสาเหตุหลัก คือ สาเหตุภายใน และ สาเหตุภายนอก สาเหตุภายนอกมักเกิดจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง มลพิษ ลมเย็น หรือ ความร้อนต่างๆ ส่วน สาเหตุภายในนั้นได้แก่ การทำงานที่เสียสมดุลของอวัยวะ ปอด ม้าม ไตเนื่องจาก จมูก คือ ทวารเปิดของปอด ดังนั้น หากปอดทำงานผิดปกติ พลังปอดไม่แข็งแรง ก็มักจะได้รับสาเหตุก่อโรคจากภายนอก ทำให้เกิดการติดขัดของของเหลวต่างๆ เกิดอาการคัดจมูก คันจมูก น้ำมูกไหล ม้ามเป็นต้นกำเนิดของเลือดและลมปราณ ไตเป็นรากฐานของพลังปอด ดังนั้น เมื่อสองอวัยวะนี้พร่องลง ย่อมส่งผลให้การทำงานต่างๆนั้นผิดปกติไป และทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ขึ้น

การรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีนนั้นถือว่าได้ผลที่น่าพอใจ คนไข้ที่มีอาการกำเริบรุนแรงจำนวนมากสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ การรักษาโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้โดยศาสตร์การแพทย์แผนจีนมีมาอย่างยาวนานเป็นพันปี แพทย์แผนจีนมีวิธีการรักษาต่างๆมากมาย เช่นการใช้ยาจีน ซึ่งยาจีนมีตัวยาที่ปัจจุบันวิจัยมาแล้วว่ามีสรรพคุณช่วยเรื่องภูมิแพ้จมูกอักเสบ เช่น ซินอี๋ฮวา ชางเอ๋อจึ ประกอบกันตัวยาชนิดอื่นขึ้นมาเป็นตำรับให้เหมาะกับคนไข้คนนั้นๆ ก็จะทำให้ร่างกายเข้าสู่สมดุล แข็งแรงขึ้น ไม่ตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ไวเกินไป ซึ่งทางคลินิกได้นำชางเอ๋อจึมาทำยาหยอดจมูกด้วย


ซินอี๋ฮวา Xin Yi Hua 辛夷花  หรือ ดอกแมกโนเลีย

ซินอี๋ฮวา Xin Yi Hua 辛夷花  หรือ ดอกแมกโนเลีย
สรรพคุณ :  มีกลิ่นหอม ฤทธิ์อุ่น  เข้าเส้นลมปราณ  ปอด และ กระเพาะ  ขจัดลม ทะลวงจมูก ช่วยรักษาอาการปวดศีรษะ ไซนัสได้ดี
- อ่านเพิ่มเติม ข้อมูลเฉพาะของซินอี๋ฮวา - 



ชางเอ๋อจึ Cang Er Zi 苍耳子
สรรพคุณ : มีฤทธิ์อุ่น เผ็ด เข้าเส้นลมปราณปอด มีพิษเล็กน้อย ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์
ระบายลมและความเย็น ทะลวงจมูก ขับลมและความชื้น จึงช่วยบรรเทาอาการปวดได้
- อ่านเพิ่มเติม ข้อมูลเฉพาะของ ชางเอ๋อจึ - 

ส่วนหัตถการต่างๆ เช่น การฝังเข็มตัว การฝังเข็มหู การรมยา การกดจุด ก็ใช้การวินิจฉัยแบบแพทย์แผนจีนในการเลือกจุดทำหัตถการ  ในการรักษาแบบแพทย์แผนจีนนั้นให้ความสำคัญกับการรมยามาก เนื่องจากการรมยาสามารถอุ่นเส้นลมปราณและเสริมสร้างสุขภาพได้ ซึ่งเหมาะกับผู้ที่เจออากาศเย็น ตื่นนอนตอนเช้า แล้วมีอาการกำเริบ




อ่าน - การรมยาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน

นอกจากนี้ ยังมีวิธีการรักษาด้วยการกดจุด เพื่อกระตุ้นเลือดลมในร่างกาย จุดที่สำคัญ ได้แก่

จุดยิ่นถาง ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างคิ้วทั้งสองข้าง


Cr.Photo : www.popo.cn


จุดหยิงเซียง ที่อยู่ตรงร่องแก้ม ตรงกับแนวกึ่งกลางปีกจมูก  กดทุกวัน วันละ 50ครั้ง

Cr.Photo : m.sohu.com

ส่วนการปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวัน ขั้นแรกผู้ป่วยต้องควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้อาการกำเริบต่างๆก่อนไม่ว่าจะเป็น ฝุ่นผง มลพิษทางอากาศ เกสรดอกไม้ ฯลฯ และในขณะที่อาการยังไม่กำเริบก็ควรจะออกกำลังกาย หรือ วิ่งเหยาะๆ เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน ส่วนในเรื่องอาหารก็ควรจะเลี่ยงอาหารทะเลหรือของแสลงต่างๆที่คนมักจะแพ้ และไม่ควรทานของเย็น รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ

บทความโดย  แพทย์จีน คณิฏฐ์ษา จิรัฐิติกาล (เซี่ย กุ้ย อิง) 
แผนกอายุรกรรมผิวหนัง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง